ประยุกต์ใช้ โพสล่าสุด โพสสำคัญ เครื่องมือ สมาชิก สถิติฟอรั่ม ธนาคาร
หัวข้อ : คู่มือสอบ แนวข้อสอบเก่า ข้อสอบ แนวข้อสอบท้องถิ่น อบต. อปท. อบจ. งานราชการ ข่าวล่าสุด
admin ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 

คู่มือสอบ แนวข้อสอบเก่า ข้อสอบ แนวข้อสอบท้องถิ่น อบต. อปท. อบจ. งานราชการ ข่าวล่าสุด

อ้างอิง: ดันกระทู้ โดย admin เมื่อเวลา(2014-08-18)
แนวข้อสอบท้องถิ่น อบต. อปท. อบจ. งานราชการ ข่าวล่าสุด

ผู้นำท้องถิ่นหมายถึงใคร
ตอบ กำนัน / ผู้ใหญ่บ้าน / ครู / พระ


นายกเทศมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนต้องมีอายุไม่ต่ำกว่ากี่ปี
ตอบ 30 ปี


นายกเทศมนตรีแต่งตั้ง โดย
ตอบ ผู้ว่าราชการจังหวัดโดยความเห็นชอบของสภาเทศบาล


ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีจำนวนกี่คน
ตอบ จำนวน 12 คน


สำนักงาน ก.ถ. อยู่ในสังกัดใด
ตอบ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย


ใครเป็นเลขานุการคณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ?
ตอบ หัวหน้าสำนักงานกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น


9. การเข้าชื่อเพื่อให้มีการถอดถอนผู้บริหารท้องถิ่น ให้ยื่นต่อ
ตอบ ผู้ว่าราชการจังหวัด


10. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 มุ่งเน้นอะไร?
ตอบ พ.ศ.2555- 2559 เน้นการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศโดยมุ่งขยายการผลิต สาขาเกษตร


11. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใด ที่จัดตั้งขึ้นหลังการปฏิรูปการปกครอง พ.ศ.2475?
ตอบ เทศบาล


12. หน่วยการปกครองท้องถิ่นระดับรากหญ้าหรือหน่วยพื้นฐานของไทยคือ
ตอบ องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาลระดับชุมชนเมือง อบจ.ระดับจังหวัด
13. ตามกฎหมายใครมีหน้าที่ในการจัดทำแผนพัฒนาตำบล?
ตอบ คณะผู้บริหารท้องถิ่น


14. กรณีถอดถอนคณะผู้บริหารท้องถิ่น ต้องดำเนินการอย่างไร?
ตอบ ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขต อบต. ได้ลงคะแนนเสียงให้พ้นจากตำแหน่งตามกฎหมาย กำหนด

15. ตามกฎหมายใครมีอำนาจในการยุบ อบต.?
ตอบ ผู้ว่าราชการจังหวัดตามความเห็นของนายอำเภอ


16. อบต.ที่มีสมาชิกสภาอบต.น้อยที่สุด มีสมาชิกสภาอบต.กี่คน?
ตอบ 6 คน
17. อำนาจหน้าที่ใดที่ อบต.สามารถที่จัดทำได้เอง ?
ตอบ การจัดหาประโยชน์จากทรัพย์สิน
18. ข้อใดคืออำนาจหน้าที่ของอบต.?


ตอบ พัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
19. ข้อใดไม่ใช่รายได้ของ อบต.
ตอบ ภาษีการค้า


20. คลื่นลูกที่สาม หมายถึงอะไร?
ตอบ ข้อมูลข่าวสารและสารสนเทศ


21. การจัดตั้งเทศบาลให้กระทำได้โดย
ตอบ ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา


22. วัน อบต. วันที่เท่าไร ?
ตอบ 2 มีนาคม ของทุกปี


23. รัฐธรรมนูญ ฉบับปี พ.ศ.2550 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่เท่าไรของประเทศไทย
ตอบ ฉบับที่ 18


25. การให้อำนาจทางการบริหารให้แก่หน่วยงานราชการส่วนภูมิภาค ใช้หลักการใดในการบริหาร?
ตอบ การแบ่งอำนาจ
26. องค์กรบริหารงานบุคคลของอบต.ในจังหวัด คือหน่วยงานใด?
ตอบ คณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัด


27. สมาชิกสภาเทศบาลเมือง มีสมาชิกจำนวน
ตอบ 18 คน


28. อบต.มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฏหมายใด
ตอบ กฏหมายมหาชน
29. ค่าปรับกรณีทำผิดข้อบัญญัติท้องถิ่น ปรับได้สูงสุดเท่าไร?
ตอบ 1,000 บาท


30. ข้อใดเป็นหน่วยงานขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี?
ตอบ กพ.


31. หน่วยงานใดที่ตั้งขึ้นหลังที่มีการปรับปรุงกระทรวงทบวงกรม ปี พ.ศ.2545
ตอบ กพร.


32. แผนพัฒนาตำบล ที่เหมาะสมที่สุด คือแผนใด ?
ตอบ แผนพัฒนาตำบล 3 ปี


33. กชช.2 ค คืออะไร?
ตอบ ข้อมูลพื้นฐานครัวเรือนระดับหมู่บ้าน


34. พัสดุ คืออะไร?
ตอบ วัสดุ ครุภัณฑ์และสิ่งก่อสร้าง


35. ถ้าอบต.จ้างบริษัท มาตักสิ่งปฏิกูลที่อบต. จะเบิกเงินเป็นค่าใช้จ่ายในหมวดใด
ตอบ ค่าใช้สอย


38. คำสั่งทางปกครอง ไม่ได้ครอบคลุมถึงคำสั่งใด
ตอบ การออกระเบียบโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจในเรื่องนั้นๆ


39. การละเมิดที่เกิดจากการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่หลายคนจะต้องชดใช้สินไหมค่าทดแทนใน
ลักษณะใด?
ตอบ รับผิดชอบร่วมกันแต่แยกเฉพาะส่วนของตน


40. เจ้าหน้าที่ในข้อใดจะทำการพิจารณาทางปกครองไม่ได้?
ตอบ เป็นคู่หมั้นหรือคู่สมรสของคู่กรณี ,เป็นญาติของคู่กรณี,เป็นนายจ้างของคู่กรณีและเป็น

คู่กรณีเอง

ครบทุกหลักสูตร ที่ใช้สอบ ส่วนท้องถิ่น ภาค ก.+ ภาค ข. (เฉพาะตำแหน่ง)

จำหน่ายเอกสาร แนวข้อสอบ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น อปท. ล่าสุด
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ

ประกอบด้วย 247 หน้า 

- แนวข้อสอบความสามารถทางด้านเหตุผล (คณิตศาสตร์)
- แนวข้อสอบวิชาภาษา
ไทย
- แนวข้อสอบ เหตุการณ์ การเมืองเศรษฐกิจและ สังคมในปัจจุบัน

ความรู้พื้นฐานในการปฎิบัติราชการ
- แนวข้อสอบ พรบ. ระเบียบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 แก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล
- แนวข้อสอบ พ.ร.ก ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
- แนวข้อสอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบัญ

ภาค ข. เลือกตามตำแหน่งที่สอบ
แนวข้อสอบ อบจ.เทศบาล อบต. ระดับ 1
แนวข้อสอบเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี
แนวข้อสอบเจ้าหน้าที่ประปา
แนวข้อสอบเจ้าหน้าที่จัดเก็บรายได้
แนวข้อสอบเจ้าหน้าที่ธุรการ
แนวข้อสอบเจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล
แนวข้อสอบเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
แนวข้อสอบเจ้าหน้าที่พัสดุ
แนวข้อสอบช่างไฟฟ้า
แนวข้อสอบช่างโยธา
แนวข้อสอบช่างสำรวจ
และตำแหน่งอื่นๆ

แนวข้อสอบ อบจ.เทศบาล อบต. ระดับ 2
แนวข้อสอบเจ้าพนักงานการเงินและบัญชี
แนวข้อสอบเจ้าพนักงานประปา
แนวข้อสอบเจ้าพนักงานจัดเก็บรายได้
แนวข้อสอบเจ้าพนักงานธุรการ
แนวข้อสอบเจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
แนวข้อสอบเจ้าพนักงานพัฒนาชุมชน
แนวข้อสอบเจ้าพนักงานพัสดุ
แนวข้อสอบเจ้าพนักงานส่งเสริมสุขภาพ
แนวข้อสอบเจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน
แนวข้อสอบเจ้าพนักงานสุขาภิบาล
แนวข้อสอบนายท่างเขียนแบบ
แนวข้อสอบนายช่างไฟฟ้า
แนวข้อสอบนายช่างโยธา
แนวข้อสอบนายช่างสำรวจ
และตำแหน่งอื่นๆ

แนวข้อสอบ อบจ.เทศบาล อบต. ระดับ 3
แนวข้อสอบเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายใน
แนวข้อสอบเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป
แนวข้อสอบเจ้าหน้าที่ระบบคอมพิวเตอร์
แนวข้อสอบเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน
แนวข้อสอบนักพัฒนาชุมชน
แนวข้อสอบนักวิชาการเกษตร
แนวข้อสอบนักวิชาการคลัง
แนวข้อสอบนักวิชาการเงินและบัญชี
แนวข้อสอบนักวิชาการจัดเก็บรายได้
แนวข้อสอบนักวิชาการศึกษา
แนวข้อสอบนักวิชาการส่งเสริมสุขภาพ
แนวข้อสอบนักวิชาการสุขาภิบาล
แนวข้อสอบนักสังคมสงเคราะห์
แนวข้อสอบนิติกร
แนวข้อสอบบุคลากร
แนวข้อสอบวิศวโยธา
แนวข้อสอบสถาปนิก
แนวข้อสอบสันทนาการ

ส่งเป็นไฟล์ PDF ทาง E-MAIL สามารถนำไปปริ้นได้เลย ในราคาชุดละ 399 บาท
ไฟล์ mp3 ฟังในรถ 1,500 บาท พิมพ์รูปเล่มหนังสือ+vcd ภาค ก 999 บาท ภาค ข 999 บาท


ส่งเป็นไฟล์ PDF ทาง E-MAIL ราคา 399 บาท 
*ส่งด่วนภายใน 3 ชม.*
*ส่งช้าไม่เกิน 24:00 น. วันที่โอนเงิน*( ควรดูที่ JUNK MAIL ) 
สั่งซื้อมาที่ 083-067-4168 หรือ ส่ง SMS /  LINE : busthai01
โอนเงินแล้วแจ้งที่ lek.pisi@hotmail.com
**แจ้งรายละเอียดให้ชัดเจน**
1. ธ. กรุงเทพ ออมทรัพย์ สาขา เซ็นทรัลพระราม 3 เลขที่บัญชี 048-0-17796-3 ชื่อบัญชี Sumalee Thongyot
2. ธ. กรุงไทย ออมทรัพย์ สาขา บิ๊กซีสะพานควาย เลขที่บัญชี 980-6-40570-6 ชื่อบัญชี Sumalee Thongyot
3. ธ. กสิกรไทย ออมทรัพย์ สาขา เซ็นทรัลพระราม 3 เลขที่บัญชี 748-2-66186-0 ชื่อบัญชี Pisitchai Kimchai
4. ธ.ไทยพาณิชย์ ออมทรัพย์ สาขา บิ๊กซีรามอินทรา เลขที่บัญชี 402-398830-4 ชื่อบัญชี Pisitchai & Sumalee
5. ธ. กรุงศรีอยุธยา ออมทรัพย์ สาขา อุรุพงษ์ เลขที่บัญชี 130-1-28490-7 ชื่อบัญชี Pisitchai Kimchai
* ขั้นตอนแตกไฟล์ PDF
http://www.thaionline1.com/read.php?tid=10604
 


รูปภาพ: 1017538_626045087406011_1586085030_n.jpg
รูปภาพ: ท้องถิ่น 56.jpg
จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบราชการทุกหน่วยงาน     083-067-4168
admin ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
1. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับคู่กรณี?
ตอบ เจ้าหน้าที่มีสิทธิห้ามการปฏิบัติหน้าที่ของผู้แทนของคู่กรณีที่ไม่ทราบข้อเท็จจริงในเรื่องที่
พิจารณาทางปกครองเพียงพอ
2. คำสั่งทางปกครองในข้อใดไม่ถูกต้อง
ตอบ คำสั่งทางปกครองที่เป็นด้วยวาจาถ้าผู้รับคำสั่งร้องขอสั่งเป็นหนังสือให้เป็นดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ผู้ออกคำสั่งนั้น ว่าจะดำเนินการให้หรือไม่
3. หน่วยงานใดต่อไปนี้ที่ไม่อยู่ในบังคับของพรบ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่?
ตอบ ศาลกรณีเกี่ยวกับการพิจารณาเกี่ยวกับอรรถคดี
4. ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนถ้าเป็นกรณีการละเมิดเกิดจากเจ้าหน้าที่หลายคนจะดำเนินการอย่างไร?
ตอบ เจ้าหน้าที่แต่ละคนจะต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนเฉพาะส่วนของตนเท่านั้น
5. กฏหมายใดที่เกี่ยวข้องกับพรบ.ข้อมูลข่าวสารของทางราชการพ.ศ.2540
ตอบ ระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติพ.ศ.2517
6. ข้อใดคือหลักการสำคัญขอพรบ.ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ.2540?
ตอบ ถือเป็นสิทธิของประชาชนในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของราชการการให้ความคุ้มครองสิทธิบุคคลผู้ซึ่งมีข้อมูลข่าวสารของบุคคลของเขาอยู่ในความควบคุมดูแลของทางราชการ
7. ข้อใดเป็นข้อจำกัดสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของราชการ
ตอบ - ข้อมูลข่าวสารที่อาจก่อความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
  - ข้อมูลข่าวสารที่หากเปิดเผยจะกระทบต่อความมั่นคง
  - ข้อมูลข่าวสารที่หากเปิดเผยแล้วจะก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตหรือความปลอดภัยของ
บุคคลหนี่งบุคคลใด
8. ข้อใดเป็นคณะกรรมการตามพรบ.ข้อมูลข่าวสารของทางราชการฯ
ตอบ สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ

9. เหตุผลสำคัญในการตราและประกาศใช้พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการพ.ศ.2540
ตอบ เพื่อความโปร่งใสในการบริหารงานและการปฎิบัติราชการ
10. ข้อใด คือหน่วยงานของรัฐตามพรบ.ข้อมูลข่าวสารฯ
ตอบ หน่วยงานราชการส่วนกลางส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น
11. องค์การบริหารส่วนตำบลที่จัดตั้งที่ได้รับการยกฐานะจากสภาตำบลต้องทำอย่างไร
ตอบ ประกาศกระทรวงมหาดไทย
12. ใครเป็นตัวแทนของ อบต.
ตอบ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล
13. ใครเป็นเลขานุการคณะผู้บริหารอบต.
ตอบ มาจากคนนอกที่นายกอบต.เป็นคนแต่งตั้งเองและไม่ใช้สมาชิกสภาอบต.
14. เมื่อมีหนังสือเข้าเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบจะต้องปฏิบัติอย่างไร
ตอบ - ประทับตรารับหนังสือ
  - ลงทะเบียนในหนังสือรับ
  - จัดแยกหนังสือที่ลงทะเบียนแล้วส่งให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
15. บุคคลใดที่ต้องใช้คำราชาศัพท์เช่นเดียวกับชั้นหม่อมเจ้า
ตอบ - สมเด็จพระสังฆราช
16.  เลือกนายก อบจ.ที่แรกของไทยคือ
ตอบ จังหวัดบุรีรัมย์
17.  WTOคือ องค์กรอะไร
ตอบ  (องค์การค้าระหว่างประทศ)
18.  ธรรมาภิบาล คือ อะไร
ตอบ  (การบริหารแบบ โปร่งใส ตรวจสอบได้)
19.  คนเราจะประสบผลสำเร็จต้องมีอะไร
ตอบ  (อิทธิบาท 4)
20.  กรมทรัพย์สินทางปัญญา สังกัดกระทรวงใด
ตอบ  (กระทรวงพาณิชย์)
21.  การค้าต่างประเทศของไทยเริ่แรกจาก
ตอบ  (สนธิสัญญาเบาริ่ง)
22.  พระไม่จำวัดที่วัดไหน
ตอบ วัดพระแก้ว
23.  สภา อบต.มี รองสภาได้กี่คน
ตอบ  1 คน
24.  ผู้ที่อนุมัติร่างแผนอบต. คือ
ตอบ นายอำเภอ
25.  บุคคลที่รักษาการแทนนายก อบต.และต้องประกาศให้ประชาชนทราบ คือ
ตอบ ปลัด อบต.
26.  แผนปฏิบัติการต้องทำให้เสร็จภายในเดือนอะไร
ตอบ ธ.ค.
27.  แผนพัฒนา11 ปี ประกาศในปีใด
ตอบ พ.ศ.2555-2559
28.  ใครเป็นสมาชิกสภาตำบลโดยตำแหน่ง
ตอบ   กำนัน ,ผู้ใหญ่บ้าน, แพทย์ประจำตำบล
29.  คุณสมบัติผู้มีสิทธิรับเลือกตั้งเป็น ส.อบต.
ตอบ  มีชื่อในทะเบียนบ้านไม่น้อยกว่า 1 ปี
30.  รายได้อบต. ที่ต่างกับที่อื่น
ตอบ  อากรรังนก
31.  เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้คือใคร
ตอบ  พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง
32.  สำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของใคร
ตอบ นายกรัฐมนตรี

จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบราชการทุกหน่วยงาน     083-067-4168
admin ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
เฉลยข้อสอบ พรบ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล 2537

1. พรบ. สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล บังคับใช้วันที่
ก. 2 มีนาคม 2538 ข. 2 เมษายน 2538
ค. 2 มีนาคม 2537 ง. 2 เมษายน 2537
2. พรบ. สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล บังคับใช้เมื่อพ้นกำหนดกี่วัน
ก. 90 วัน ข. 120 วัน
ค. 180 วัน ง. ถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
3. ข้อใดไม่ใช่หน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น
ก. เทศบาล ข. สุขาภิบาล
ค. ราชส่วนท้องอื่น ง. อบจ.
4. ใครเป็นผู้รักษาราชการตาม พรบ. นี้
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
5. สภาตำบลมีฐานะเป็น
ก. สมาคม ข. มูลนิธิ
ค. นิติบุคคล ง. องค์การ
6. ผู้ใดไม่ใช่สมาชิกสภาตำบลโดยตำแหน่ง
ก. กำนัน ข. สารวัตกำนัน
ข. ผู้ใหญ่บ้าน ง. แพทย์ประจำตำบล
7. ใครเป็นผู้จัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาตำบล
ก. กำนัน ข. ผู้ว่าราชการจังหวัด
ค. ท้องถิ่นจังหวัด ง. นายอำเภอ
8. สมาชิกสภาตำบลมีวาระในการดำรงตำแหน่งคราวละกี่ปี
ก. 4 ปีนับแต่วันเลือกตั้ง ข. 4 ปีนับแต่วันสมัครเลือกตั้ง
ค. 4 ปีนับแต่วันที่ครบวาระ ง. 4 ปีนับแต่วันที่ตำแหน่งนั้นว่างลง
9. เมื่อสภาตำบลมีมติให้สมาชิกผู้ใดพ้นจากตำแหน่งต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าเท่าใด
ก. 1 ใน 3 ข. 2 ใน 3
ค. 1 ใน 4 ง. 1 ใน 2
10.เมื่อสมาชิกสภาตำบลมิได้อยู่ในหมู่บ้านติดต่อกันเกิน 6 เดือน ใครมีอำนาจสั่งให้พ้นจากตำแหน่งได้
ก. กำนัน ข. ผู้ว่าราชการจังหวัด
ค. สมาชิกไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ง. นายอำเภอ
11. เมื่อสมาชิกสภาตำบลว่างลงเพราะครบวาระให้มีการเลือกตั้งภายในกี่วัน
ก. 30 ข. 45
ค. 60 ง. 15
12. เมื่อสมาชิกสภาตำบลว่างลงเพราะเหตุอื่นให้มีการเลือกตั้งภายในกี่วัน
ก. 30 ข. 45
ค. 60 ง. 15
13. ใครเป็นประธานสภาตำบล
ก. สมาชิก อบต. ที่ได้รับเลือก ข. สมาชิกสภาตำบลที่ได้รับเลือก
ค. กำนัน ง. นายอำเภอ
14. เงินค่าตอบแทนประธานสภาตำบล รองประธานสภาตำบล ให้ทำตามกฎหมายใด
ก. ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ข. ระเบียบกระทรวงการคลัง
ค. ประกาศกระทรวงมหาดไทย ง. ประกาศสภาตำบล
15. งบประมาณร่ายจ่ายประจำปีของสภาตำบลให้ทำเป็นอะไร
ก. ญัตติ ข. ข้อบัญญัติ
ค. ข้อบังคับ ง. ระเบียบ
16. การจัดตั้ง อบต. ต้องมีเงินรายได้เฉลี่ย 3 ปีไม่น้อยกว่าเท่าใด
ก. 100,000 บาท ข. 150,000 บาท
ค. 130,000 บาท ง. 1,500,000 บาท
17. การจัดตั้ง อบต. ให้ทำเป็นอะไร
ก. ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ข. ประกาศกระทรวงมหาดไทย
ค. ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย ง. ประกาศองค์การบริหารส่วนตำบล
18. องค์การบริหารส่วนตำบลประกอบด้วย
ก. สภา อบต. และ นายก อบต.
ข. พนักงานส่วนตำบล และ นายก อบต.
ค. สภาตำบล และ นายก อบต.
ง. พนักงานส่วนตำบล นายก อบต. และ สภา อบต.
19. โดยปกติองค์การบริหารส่วนตำบล จะมีสมาชิกมา อบต หมู่บ้านละกี่คน
ก. 3 คน ข. 2 คน
ค. 6 คน ง. กี่คนก็ได้ตามมติของสภา
20. ราษฎรในตำบลต้องการให้สมาชิก อบต. ผู้ใดพ้นจากตำแหน่งต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าเท่าใด
ก. 1 ใน 2 ข. 1 ใน 4
ค. 2 ใน 3 ง. 3 ใน 421. ผู้ใดเป็นคนแต่งตั้งประธานสภา อบต.และรอง ประธานสภา อบต.
ก. นายอำเภอ ข. นายก อบต.
ค. ผู้ว่าราชการจังหวัด ง. สมาชิกไม่น้อยกว่า 2 คน
22. เมื่อประธานสภา อบต. และรองประธานสภา อบต. ว่างลงเพราะครบวาระให้มีการเลือกตั้งภายในกี่วัน
ก. 15 วัน ข. 30 วัน
ค. 45 วัน ง. 60 วัน
23. จงเติมข้อความต่อไปนี้ เมื่อนายก อบต. ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองนายก อบต. เป็นผู้....................
ก. ปฏิบัติราชการแทน ข. รักษาราชการแทน
ค. ปฏิบัติหน้าที่แทน ง. รักษาการแทน
24. ในหนึ่งปีให้สมาชิก อบต. มีสมัยประชุมสามัญกี่สมัย
ก. 2 สมัย ข. 2 สมัยหรือหลายสมัย
ค. 2 สมัย – 4 สมัย ง. 2 สมัยหรือหลายสมัยแต่ไม่เกิน 4 สมัย
25. การประชุมสมัยหนึ่ง ๆ กำหนดให้ไม่เกินกี่วัน
ก. 15 วัน ข. 30 วัน
ค. 45 วัน ง. 60 วัน
26. ผู้ที่ไม่สามารถขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญได้ คือใคร
ก. ปลัด อบต. ข. ประธานสภา อบต.
ค. นายก อบต. ง. สมาชิก อบต. ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง
27. ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายก อบต. ต้องมีอายุไม่น้อยกว่าเท่าใด
ก. 25 ปี ข. 30 ปี
ค. 35 ปี ง. 40 ปี
28. นายก อบต. มีวาระในการดำรงตำแหน่งคราวละกี่ปี
ก. 4 ปี วาระเดียว ข. 4 ปี
ค. 4 ปีแต่ไม่เกิน 2 วาระ ง. 4 ปี แต่ไม่เกิน 3 วาระ
29. ภายหลังการเลือกตั้ง นายกต้องแถลงนโยบายต่อสภา อบต. ภายในกี่วัน
ก. 15 วัน ข. 30 วัน
ค. 45 วัน ง. 60 วัน
30. ขอใดไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของ อบต.
ก. พัฒนาตำบลด้านเศรษฐกิจ ข. พัฒนาตำบลด้านการเมือง
ค. พัฒนาตำบลด้านสังคม ง. พัฒนาตำบลด้านวัฒนธรรม31. อบต. อาจออกข้อบัญญัติแต่จะกำหนดโทษผู้ฝ่าฝืนได้ไม่เกินกี่บาท
ก. 1,000 ข. 2,000
ค. 3,000 ง. 4,000
32. ผู้ใดไม่สามารถเสนอร่างข้อบัญญัติ อบบ. ได้
ก. นายก อบต. ข. สภาองค์การบริหารส่วนตำบล
ค. ราษฎร ง. ปลัด อบต.
33. เมื่อนายอำเภอไม่เห็นชอบร่างข้อบัญญัติ อบต. ให้ส่งคืนสภา อบต. ภายในกี่วัน
ก. 15 วัน ข. 30 วัน
ค. 45 วัน ง. 60 วัน
34. อบต. อาจกู้เงินจาก กระทรวง ทบวง กรม ได้เมื่อได้รับความเห็นชอบจาก
ก. นาย อบต. ข. สภาองค์การบริหารส่วนตำบล
ค. ประธานสภา ง. อำเภอ
35. ผู้ที่เสนอข้อบัญญัติงบประมาณร่ายจ่ายประจำปีได้คือใคร
ก. ปลัด อบต. ข. นายก อบต.
ค. ประธานสภา ง. สมาชิกสภาตำบล 1 คน
36. สภาองค์การบริหารส่วนตำบล ต้องพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีให้แล้วเสร็จภายในกี่วัน
ก. 15 วัน ข. 30 วัน
ค. 45 วัน ง. 60 วัน
37. ใครเป็นผู้สนองพระบรมราชโองการ พรบ. สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล 2537
ก. นายชวน หลีกภัย ข. นายบัญญัติ บรรทัดฐาน
ค. นายบรรหาร ศิลปอาชา ง. พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ

38. พรบ. สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2546 บังคับใช้วันที่
ก. 23 ธันวาคม 2546 ข. 23 มกราคม 2546
ค. 22 พฤศจิกายน 2546 ง. 22 ธันวาคม 2546
39. ผู้ใดมีอำนาจสั่งยุบสภาองค์การบริหารส่วนตำบลได้
ก. ประธานสภา ข. นายอำเภอ
ค. นายก อบต. ง. ผู้ว่าราชการจังหวัด
40. นายก อบต. อาจแต่งตั้งรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลได้ไม่เกินกี่คน
ก. 1 คน ข. 2 คน
ค. 3 คน ง. 4 คน
41. ถ้าองค์การบริหารส่วนตำบลใดมีเพียง 1 หมู่บ้านให้มีสมาชิก อบต. ได้กี่คน

ก. 4 คน ข. 6 คน
ค. 8 คน ง. 10 คน
42. ใครเป็นผู้มีอำนาจในการแต่งตั้งประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบล
ก. นายก อบต. ข. นายอำเภอ
ค. ท้องถิ่นอำเภอ ง. ผู้ว่าราชการจังหวัด
43. ใครเป็นผู้บังคับบัญชาพนักงานส่วนตำบลและลูกจ้างขององค์การบริหารส่วนตำบล
ก. ผู้ว่าราชการจังหวัด ข. นายอำเภอ
ค. นายก อบต. ง. ปลัด อบต.
44. มาตรา 3 ระบุว่าให้ยกเลิกประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 326 ลงวันที่เท่าใด
ก. 13 ธันวาคม 2513 ข. 13 ธันวาคม 2515
ค. 15 ธันวาคม 2513 ง. 15 ธันวาคม 2515
45. ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับใด
ก. มัธยมศึกษาตอนต้น ข. มัธยมศึกษาตอนปลาย
ค. ปริญญาตรี ง. ปริญญาโท
46. ข้อใดไม่ใช่รายจ่ายขององค์การบริหารส่วนตำบล
ก. เงินเดือน ข. ค่าวัสดุ
ค. ค่าจ้าง ง. ค่าอาหาร
47. เมื่อ อบต. ออกข้อบัญญัติเพื่อเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีที่รัษฎากรเก็บในอัตราร้อยละ 0 ให้ อบต. เก็บอัตราใด
ก. ร้อยละ 0 ข. ร้อยละ 1
ค. ร้อยละ 5 ง. ร้อยละ 10
48. เพื่อประโยชน์ของประชาชนในเขต อบต. นายอำเภออาจเสนอความเห็นต่อผู้ใดเพื่อยุบสภาองค์การบริหารส่วนตำบล
ก. ประธานสภา ข. ผู้ว่าราชการจังหวัด
ค. ปลัดจังหวัด ง. ท้องถิ่นอำเภอ
49. มีการยกฐานะสภาตำบลเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลครั้งแรกในปี พ.ศ. ใด
ก. 2537 ข. 2538
ค. 2539 ง. 2540
50. มีสภาตำบลที่ยกฐานะเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลครั้งแรก จำนวนกี่แห่ง
ก. 518 แห่ง ข. 587 แห่ง
ค. 617 แห่ง ง. 1,018 แห่ง

จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบราชการทุกหน่วยงาน     083-067-4168
admin ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
เจ้าพนักงานธุรการ 1-3 อปท.อบต.เทศบาล
แนวข้อสอบ ระเบียบมหาดไทยว่าด้วยวิธีการงบประมาณองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
1. ระเบียบฉบับนี้ให้ยกเลิกระเบียบฉบับใด

ก. ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยวิธีงบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540


ข. ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยวิธีงบประมาณของเทศบาล พ.ศ. 2528


ค. ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยวิธีงบประมาณสุขาภิบาล พ.ศ. 2531


ง. ถูกทุกข้อ


ตอบ ง. ถูกทุกข้อ


ข้อ 3 ให้ยกเลิก


1. ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยวิธีงบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540


2. ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยวิธีงบประมาณของเทศบาล พ.ศ. 2528


3. ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยวิธีงบประมาณของสุขาภิบาล พ.ศ. 2531


4. ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยวิธีงบประมาณของเมืองพัทยา พ.ศ. 2531


5. ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยวิธีงบประมาณขององค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2538


2. ผู้รักษาการตามระเบียบฉบับนี้คืออะไร


ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย


ข. ปลัดกระทรวงมหาดไทย


ค. อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น


ง. ผู้ว่าราชการจังหวัด


ตอบ ข. ปลัดกระทรวงมหาดไทย


ข้อ 4 ให้ปลัดกระทรวงหมาดไทยรักษาการตามระเบียบนี้ และมีอำนาจตีความวินิจฉัยปัญหา ยกเว้นการปฏิบัติการตามระเบียบที่กำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีปฏิบัติเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบนี้


ปลัดกระทรวงมหาดไทย อาจมอบอำนาจเรื่องใดเรื่องหนึ่งตามวรรคแรกให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้


3. คณะผู้บริหารท้องถิ่น หมายความว่า


ก. นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด


ข. คณะเทศมนตรี


ค. ประธานกรรมการสุขาภิบาล


ง. ถูกทุกข้อ


ตอบ ง. ถูกทุกข้อ


“คณะผู้บริหารท้องถิ่น” หมายความว่า นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด คณะเทศมนตรี ประธานกรรมการสุขาภิบาล ปลัดเมืองพัทยา และคณะกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบล


4. เจ้าหน้าที่งบประมาณ หมายความว่า


ก. ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด


ข. ปลัดเทศบาล , ปลัดสุขาภิบาล


ค. หัวหน้าสำนักปลัดเมืองพัทยา , ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล


ง. ถูกทุกข้อ


ตอบ ง. ถูกทุกข้อ


“เจ้าหน้าที่งบประมาณ” หมายความว่า ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ปลัดเทศบาล ปลัดสุขาภิบาล หัวหน้าสำนักปลัดเมืองพัทยา และปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล


5. ข้อใดต่อไปนี้เป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่งบประมาณ


ก. เรียกให้หน่วยงานต่าง ๆ เสนองบประมาณรายรับและรายจ่ายตามแบบและหลักเกณฑ์พร้อมด้วยรายละเอียดที่กำหนดตามระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่งหรือหนังสือสั่งการกระทรวงมหาดไทย


ข. วิเคราะห์งบประมาณ และการจ่ายเงินของหน่วยงานต่าง ๆ


ค. สั่งการ ควบคุม กำกับ ดูแล เจ้าหน้าที่จัดทำเอกสาร งบประมาณและรวบรวมเป็นร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี


ง. ถูกทุกข้อ


ตอบ ง. ถูกทุกข้อ


ข้อ 8 ให้เจ้าหน้าที่งบประมาณมีอำนาจหน้าที่จัดทำงบประมาณกับปฏิบัติการอื่นตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ และให้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับงานงบประมาณ ดังต่อไปนี้


1. เรียกให้หน่วยงานต่าง ๆ เสนอประมาณการรายรับ และรายจ่ายตามแบบ และหลักเกณฑ์พร้อมด้วยรายละเอียดที่กำหนดไว้ตามระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่งหรือหนังสือสั่งการกระทรวงมหาดไทย


2. วิเคราะห์งบประมาณและการจ่ายเงินของหน่วยงานต่าง ๆ


3. สั่งการ ควบคุม กำกับ ดูแล เจ้าหน้าที่จัดทำเอกสารงบประมาณ และรวบรวมเป็นร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี


6. องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น อาจทำงบประมาณรายจ่ายเฉพาะการได้โดยได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานใด


ก. กระทรวงมหาดไทย


ข. กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น


ค. สภาท้องถิ่น


ง. ไม่มีข้อใดถูกต้อง


ตอบ ค. สภาท้องถิ่น


ข้อ 11 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาจจัดทำงบประมาณรายจ่ายเฉพาะการได้โดยได้รับความเห็นชอบจากสภาท้องถิ่น


7. เงินงบประมาณประเภทใดที่อาจตั้งจ่ายเงินช่วยเหลือระหว่างกันได้


ก. งบประมาณรายจ่ายทั่วไปกับงบประมาณกลาง


ข. งบประมาณเพิ่มเติมกับงบประมาณเฉพาะการ


ค. งบประมาณเฉพาะการกับงบประมาณรายจ่ายทั่วไป


ง. ไม่มีข้อใดถูก


ตอบ ค. งบประมาณเฉพาะการกับงบประมาณรายจ่ายทั่วไป


ข้อ 12 งบประมาณรายจ่ายทั่วไป และงบประมาณรายจ่ายเฉพาะการ อาจตั้งจ่ายเงินช่วยเหลือระหว่างกันได้


8. รายจ่ายตามแผนงานจำแนกเป็นสองลักษณะ ลักษณะที่ 1 เป็นลักษณะรายจ่ายประจำ อยากทราบว่ารายจ่ายลักษณะที่สองคือรายจ่ายเพื่อการลงทุนประกอบด้วยอะไรบ้าง


ก. หมวดค่าครุภัณฑ์


ข. ค่าที่ดิน


ค. ค่าสิ่งก่อสร้าง


ง. ถูกทุกข้อ


ตอบ ง. ถูกทุกข้อ


ข้อ 14 รายจ่ายตามแผนงาน จำแนกเป็นสองลักษณะคือ


1. รายจ่ายประจำ ประกอบด้วย


ก. หมวดเงินเดือนและค่าจ้างประจำ


ข. หมวดค่าจ้างชั่วคราว


ค. หมวดค่าตอบแทน ใช้สอยและวัสดุ


ง. หมวดค่าสาธารณูปโภค


จ. หมวดเงินอุดหนุน


ฉ. หมวดรายจ่ายอื่น ๆ


2. รายจ่ายเพื่อการลงทุน ประกอบด้วย หมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดินและก่อสร้าง รายละเอียดประเภทจ่ายงบกลาง หมวดรายจ่ายต่าง ๆ และเงินนอกงบประมาณให้เป็นไปตามที่กรมการปกครองกำหนด


9. ประมาณรายรับขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วยเงินหมวดใดบ้าง


ก. หมวดภาษีอากร


ข. หมวดค่าธรรมเนียม ค่าปรับและใบอนุญาต


ค. หมวดรายได้จากทรัพย์สิน


ง. ถูกทุกข้อ


ตอบ ง. ถูกทุกข้อ


ข้อ 17 ประมาณการรายรับขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วยรายได้ที่จำแนกเป็น


1. หมวดภาษีอากร


2. หมวดค่าธรรมเนียม ค่าปรับใบอนุญาต


3. หมวดรายได้จากทรัพย์สิน


4. หมวดรายได้จากสาธารณูปโภค และกิจการพาณิชย์


5. หมวดเงินอุดหนุน


6. หมวดรายได้เบ็ดเตล็ด


10. รายละเอียดประเภทรายได้ และรายจ่ายตามงบประมาณรายจ่าย เฉพาะการขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เป็นไปตามที่หน่วยงานใดกำหนด


ก. กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น


ข. กรมการปกครอง


ค. สภาท้องถิ่น


ง. กระทรวงมหาดไทย


ตอบ ข. กรมการปกครอง


ข้อ 18 รายละเอียดประเภทรายได้ และรายจ่ายตามงบประมาณรายจ่ายเฉพาะการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เป็นไปตามที่กรมการปกครองกำหนด


11. การตรางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมได้ต่อเมื่อ


ก. งบประมาณรายจ่ายประจำปีได้รับอนุมัติแล้วไม่พอแก่การใช้จ่าย


ข. มีความจำเป็นต้องตั้งรายจ่ายขึ้นใหม่


ค. ถูกทั้ง ก. และ ข.


ง. ไม่มีข้อใดถูก


ตอบ ค. ถูกทั้ง ก. และ ข.


ข้อ 21 การตรางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม จะกระทำได้ต่อเมื่องบประมาณรายจ่ายประจำปีได้รับอนุมัติแล้วไม่พอกับการใช้จ่าย หรือมีความจำเป็นต้องตั้งรายจ่ายขึ้นใหม่ ทั้งนี้ ต้องแสดงให้ปรากฎในงบประมาณรายจ่ายดังกล่าวด้วยว่า จะจ่ายจากเงินรายได้ที่มิได้ตั้งรับไว้ในประมาณการรายรับ หรือจากเงินรายได้ที่เกินยอดรวมทั้งสินของประมาณการรายรับประจำปี


12. เมื่อคณะผู้บริหารท้องถิ่น ได้พิจารณาอนุมัติให้ตั้งเงินงบประมาณยอดใดเป็นงบประมาณประจำปี ให้เจ้าหน้าที่งบประมาณรายจ่าย และจัดทำร่างงบประมาณรายจ่ายเสนอต่อคณะผู้บริหารท้องถิ่นอีกครั้งเพื่อคณะผู้บริหารท้องถิ่นได้นำเสนอต่อสภาท้องถิ่นภายในวันที่เท่าใดของเดือนสิงหาคม


ก. 15 สิงหาคม


ข. 20 สิงหาคม

ค. 25 สิงหาคม


ง. 30 สิงหาคม


ตอบ ก. 15 สิงหาคม


ข้อ 22 ให้หัวหน้าหน่วยงานจัดทำงบประมาณการรายรับ และประมาณการรายจ่าย และให้หัวหน้าหน่วยงานคลังรวบรวมรายงานการเงินสถิติต่าง ๆ ของทุกหน่วยงานเพื่อใช้ประกอบการคำนวณขอตั้งงบประมาณเสนอต่อเจ้าหน้าที่งบประมาณ


ข้อ 23 ให้เจ้าหน้าที่งบประมาณทำการพิจารณาตรวจสอบ วิเคราะห์ และแก้ไขงบประมาณในชั้นต้น แล้วเสนอต่อคณะผู้บริหารท้องถิ่น


เมื่อคณะผู้บริหารท้องถิ่น ได้พิจารณาอนุมัติให้ตั้งเงินงบประมาณยอดใดเป็นงบประมาณประจำปีแล้ว ให้เจ้าหน้าที่งบประมาณรวบรวม และจัดทำเป็นร่างงบประมาณรายจ่ายเสนอต่อคณะผู้บริหารท้องถิ่นอีกครั้งหนึ่ง เพื่อคณะผู้บริหารท้องถิ่นได้นำเสนอต่อสภาท้องถิ่น ภายใน 15 สิงหาคม


13. ใครเป็นผู้มีอำนาจในการอนุมัติการโอนเงินงบประมาณรายจ่ายต่าง ๆ


ก. ผู้ว่าราชการจังหวัด


ข. เจ้าหน้าที่งบประมาณ


ค. สภาท้องถิ่น โดยความเห็นชอบจากผู้ว่าราชการจังหวัด


ง. คณะผู้บริหารท้องถิ่น


ตอบ ง. คณะผู้บริหารท้องถิ่น


ข้อ 26 การโอนงบประมาณรายจ่ายต่าง ๆ ให้เป็นอำนาจอนุมัติของคณะผู้บริหารท้องถิ่น



14. การโอนเงินในหมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้างที่ทำในลักษณะประมาณ คุณภาพเปลี่ยน หรือโอนไปตั้งจ่ายเป็นรายการใหม่เป็นอำนาจของใคร


ก. ผู้ว่าราชการจังหวัด


ข. สภาท้องถิ่น

ค. คณะผู้บริหาร


ง. เจ้าหน้าที่งบประมาณ


ตอบ ข. สภาท้องถิ่น


ข้อ 27
การโอนเงินงบประมาณรายจ่ายในหมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้างที่ทำให้ลักษณะ ปริมาณ คุณภาพเปลี่ยน หรือโอนไปตั้งจ่ายเป็นรายการใหม่ ให้เป็นอำนาจอนุมัติของสภาท้องถิ่น

15. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำชี้แจงประมาณรายจ่ายหรืองบประมาณรายจ่ายให้เป็นอำนาจอนุมัติใคร


ก. สภาท้องถิ่น


ข. คณะผู้บริหารท้องถิ่น


ค. เจ้าหน้าที่งบประมาณ


ง. ไม่มีข้อใดถูก


ตอบ ข. คณะผู้บริหารท้องถิ่น


ข้อ 28 การแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำชี้แจงประมาณการรายรับหรืองบประมาณรายจ่ายให้เป็นอำนาจอนุมัติของคณะผู้บริหารท้องถิ่น



จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบเจ้าพนักงานธุรการ 1-3 อปท.อบต.เทศบาล ใหม่ล่าสุด
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
ประกอบด้วย 230 หน้า

- ความรู้เกี่ยวกับระเบียบงานสารบรรณ
- ถาม - ตอบ เกี่ยวกับระเบียบงานสารบัญ
- แนวข้อสอบ พรบ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540
- แนวข้อสอบระเบียบงานสารบรรณ พ.ศ.2526 และแก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบ พรบ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจท้องถิ่น 2542
- แนวข้อสอบ พรบ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น 2542
- แนวข้อสอบระเบียบกระทรวงมหาดไทยแผนพัฒนาท้องถิ่น 2548
- แนวข้อสอบ พรบ.ระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ. 2542
- แนวข้อสอบ ระเบียบมหาดไทยว่าด้วยการงบประมาณองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- แนวข้อสอบพนักงานส่วนท้องถิ่น _500 ข้อ
- แนวข้อสอบระเบียบว่าด้วยการตรวจสอบภายในของ อปท.2545
- แนวข้อสอบระเบียบว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน และการตรวจเงิน อปท 2547
- แนวข้อสอบระเบียบว่าด้วยวิธีการงบประมาณ อปท 2541

ถ้ายังไม่พอ
แนวข้อสอบความรู้เกี่ยวกับระเบียบงานสารบรรณ
....................
1. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 กำหนดให้ใครมีหน้าที่ในการฝึกอบรมเกี่ยวกับงานสารบรรณ
ก. หัวหน้าส่วนราชการระดับกรม
ข. ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
ค. ผู้ว่าราชการจังหวัดเฉพาะจังหวัดนั้น
ง. นายอำเภอเฉพาะอำเภอนั้น
จ. หัวหน้าส่วนราชการระดับหัวหน้าแผนกขึ้นไป
2. ข้อใดถูกต้องตามระเบียบงานสารบรรณ
ก. ระเบียบเป็นหนังสือสั่งการ
ข. ข้อบังคับเป็นหนังสือราชการ
ค. แถลงการณ์ไม่ต้องใช้กระดาษครุฑ
ง. ข่าวราชการควรใช้กระดาษครุฑ
จ. ถูกทั้งข้อ ก. และข้อ ข.
3. ถ้ามีหนังสือถึงพระราชาคณะ ใช้คำลงท้ายว่า
ก. นมัสการด้วยความเคารพยิ่ง
ข. นมัสการด้วยความเคารพอย่างสูง
ค. นมัสการด้วยความเคารพ
ง. ขอนมัสการด้วยความเคารพอย่างสูง
จ. ขอนมัสการด้วยความเคารพอย่างยิ่ง
4. หนังสือที่เป็นเรื่องธรรมดาสามัญ ซึ่งไม่มีความสำคัญและเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำเมื่อดำเนินการแล้ว ให้เก็บไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า
ก. 1 ปี
ข. 2 ปี
ค. 3 ปี
ง. 5 ปี
จ. 6 ปี
5. คำว่า หนังสืออื่น ในระเบียบงานสารบรรณ หมายถึง
ก. ฟิล์มที่เกิดขึ้นเนื่องจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เพื่อเป็นหลักฐานทางราชการ
ข. หนังสือของบุคคลภายนอกที่ยื่นต่อเจ้าหน้าที่จะลงรับไว้แล้ว
ค. โฉนด
ง. ข้อ ข. และ ค.
จ. ถูกทุกข้อ


6. การยืมหนังสือระหว่างส่วนราชการ ผู้ยืมต้องเป็น
ก. หัวหน้าส่วนราชการระดับกรมขึ้นไป
ข. หัวหน้าส่วนราชการระดับกองขึ้นไป
ค. หัวหน้าส่วนราชการระดับฝ่ายขึ้นไป
ง. หัวหน้าส่วนราชการระดับแผนกขึ้นไป
จ. หัวหน้าส่วนราชการระดับใดก็ได้ขึ้นกับประเภทของหนังสือ
7. ชั้นความลับของทางราชการแบ่งออกเป็นกี่ชั้น
ก. 3 ชั้น
ข. 4 ชั้น
ค. 5 ชั้น
ง. 6 ชั้น
จ. 7 ชั้น
8. ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 ผู้ดำรงตำแหน่งใดที่รักษาการตามระเบียบนี้
ก. นายกรัฐมนตรี
ข. รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ค. เลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ง. ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
จ. นายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย
9. ข้อใดมิใช่ชนิดของหนังสือตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526
ก. หนังสือประทับตรา
ข. หนังสือประชาสัมพันธ์
ค. หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทำขึ้นหรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการ
ง. หนังสือลับ
จ. หนังสือสั่งการ
10. หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทำขึ้นหรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการมีหลายชนิด ข้อใดไม่ใช่ชนิดของหนังสือประเภทนี้
ก. รายงานการประชุม
ข. หนังสือรับรอง
ค. บันทึก
ง. ข้อบังคับ
จ. หนังสืออื่น
11. ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับการเก็บระยะของหนังสือ
ก. เก็บไว้เพื่อทำลาย
ข. การเก็บไว้ระหว่างปฏิบัติ
ค. การเก็บเมื่อปฏิบัติเสร็จแล้ว
ง. การเก็บไว้เพื่อใช้ในการตรวจสอบ
จ. ถูกทุกข้อ
12. ระเบียบข้อบังคับแตกต่างกันอย่างไร
ก. ระเบียบ จะออกได้โดยมีกฎหมายหรือไม่มีกฎหมายรองรับก็ได้ เพื่อวางไว้เป็นหลักฐานในการปฏิบัติงาน ประจำ
ข. ระเบียบ จะออกได้เมื่อมีกฎหมายรองรับหรือให้อำนาจไว้เท่านั้น
ค. ข้อบังคับจะออกได้เมื่อมีกฎหมายรองรับหรือให้อำนาจไว้เท่านั้น
ง. ถูกเฉพาะข้อ ก. และข้อ ข.
จ. ถูกเฉพาะข้อ ข. และข้อ ค.
13. ในทางราชการ การใช้โทรศัพท์ โทรเลข หรือวิทยุ ควรใช้ในกรณีใดจึงจะถูกต้องที่สุด
ก. เรื่องลับ
ข. ไม่ใช่เรื่องลับ
ค. เรื่องที่ส่งด้วยหนังสือไม่ทัน
ง. เรื่องที่เกี่ยวกับการเงิน
จ. หาคนพิมพ์ไม่ได้
14. คำว่า "ด่วนที่สุด" หมายความว่า
ก. ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติในทันทีที่ได้รับหนังสือนั้น
ข. ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติโดยเร่งด่วนแต่ช้ากว่าหนังสือด่วนพิเศษ
ค. ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติโดยเร็ว
ง. ปฏิบัติเมื่อใดก็ได้ แต่ขอให้ทำให้เสร็จทันเวลาก็แล้วกัน
จ. การส่งหนังสือประเภทนี้ต้องส่งทาง อี.เอ็ม.เอส
15. ข้อใดถูกต้อง
ก. หนังสือประเภทประชาสัมพันธ์ ได้แก่ ประกาศ แถลงการณ์ และหนังสือเวียน
ข. หนังสือประเภทประชาสัมพันธ์ ได้แก่ ประกาศ แถลงการณ์ และข่าว
ค. หนังสือสั่งการ ได้แก่ คำสั่ง ระเบียบและข้อกำหนด
ง. หนังสือสั่งการ ได้แก่ คำสั่ง ระเบียบและข้อบังคับ
จ. ถูกเฉพาะข้อ ข. และ ง.
16. ถ้าผู้รับหนังสือเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คำขึ้นต้นและคำลงท้ายใช้คำว่า
ก. กราบเรียน ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง
ข. กราบเรียน ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
ค. เรียน ขอแสดงความเคารพนับถือ
ง. เรียน โดยความเคารพอย่างสูง
จ. ขอประธานกราบเรียน ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง
17. หัวหน้าส่วนราชการระดับใดที่มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการทำลายหนังสือราชการ
ก. หัวหน้าส่วนราชการระดับแผนกขึ้นไป
ข. หัวหน้าส่วนราชการระดับกองขึ้นไป
ค. หัวหน้าส่วนราชการระดับกรมขึ้นไปหรือผู้ว่าราชการจังหวัดในส่วนภูมิภาค
ง. หัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงขึ้นไป
จ. ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
18. ผู้ว่าราชการจังหวัดมีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี จะใช้คำขึ้นต้นและคำลงท้ายอย่างไร
ก. ขอประทานกราบเรียน ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง
ข. กราบเรียน ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง
ค. เรียน ขอแสดงความนับถือ
ง. ขอประทานอนุญาตกราบเรียน ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
จ. กราบเรียน ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
19. หนังสือ มีกี่ชนิด
ก. 4 ชนิด
ข. 5 ชนิด
ค. 6 ชนิด
ง. 7 ชนิด
20. ข้อใดมิใช่หนังสือราชการ
ก. หนังสือที่บุคคลภายนอกมีมาถึงส่วนราชการ
ข. โฉนด
ค. รายงานการประชุม
ง. ข้อมูลข่าวสารที่ได้รับจากระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์
จ. ทุกข้อเป็นหนังสือราชการ
21. ตามระเบียบงานสารบรรณฯ หนังสือที่ได้จัดทำขั้นโดยปกติให้มีสำเนาคู่ฉบับกี่ฉบับ
ก. ฉบับเดียว คือเก็บไว้ที่ต้นเรื่อง
ข. ต้นเรื่อง สารบรรณกอง และสารบรรณกรม รวม 3 ฉบับ
ค. ต้นเรื่อง และสารบรรณกลาง รวม 2 ฉบับ
ง. ปกติ 2 ฉบับ แต่ควรมีสำรองไว้ 1 ฉบับรวม 3 ฉบับ
จ. แล้วแต่ประเภทหนังสือ
22. หนังสือประทับตรา ต้องประทับตราส่วนราชการด้วยอย่างไร
ก. หมึกแดง
ข. หมึกแดงหรือสีม่วงก็ได้
ค. ระเบียบที่มิได้ระบุไว้
ง. หมึกสีม่วง
จ. สีอะไรก็ได้แต่ดูให้เหมาะสม
23. แถบบันทึกเสียง การประชุมของส่วนราชการถือเป็นหนังสือราชการหรือไม่ ชนิดใด
ก. ถือเป็นหนังสือภายใน
ข. ถือเป็นหนังสือประชาสัมพันธ์
ค. ถือเป็นหนังสือที่เจ้าหน้าที่ขึ้นหรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการ
ง. เป็นวัสดุประชาสัมพันธ์
จ. ไม่เป็นหนังสือราชการ
24. อายุการเก็บหนังสือ โดยปกติให้เก็บไว้นานเท่าใด
ก. ไม่น้อยกว่า 1 ปี
ข. ไม่น้อยกว่า 4 ปี
ค. ไม่น้อยกว่า 5 ปี
ง. ไม่น้อยกว่า 8 ปี
จ. ไม่น้อยกว่า 10 ปี
25. ตรารับหนังสือ ตามระเบียบงานสารบรรณ มีการกรอกรายละเอียดดังนี้
ก. เลขรับ วันที่ และเวลา
ข. ให้ระบุชื่อส่วนราชการ เลขรับ วันที่ และเวลา
ค. เหมือนข้อ 2 แต่ใช้ระบุชนิดความเร่งด่วนด้วย
ง. ระเบียบฯ มิได้ระบุไว้
จ. ให้ส่วนราชการพิจารณาตามความเหมาะสม
26. การเก็บหนังสือ ตามระเบียบ งานสารบรรณฯ แบ่งออกเป็น
ก. การเก็บระหว่างปฏิบัติ, การเก็บเมื่อปฏิบัติเสร็จแล้ว และการเก็บเพื่อใช้ในการตรวจสอบ
ข. การเก็บระหว่างปฏิบัติ, การเก็บหลังการปฏิบัติ
ค. การเก็บก่อนปฏิบัติ, ระหว่างปฏิบัติ และหลังการปฏิบัติ
ง. การเก็บหนังสือเกี่ยวกับการเงินและไม่เกี่ยวกับการเงิน
จ. การเก็บระหว่างปฏิบัติ หลังปฏิบัติ และเก็บเพื่อทำลาย
27. หนังสือที่อายุครบกี่ปี ซึ่งส่วนราชการจะต้องจัดส่งพร้อมบัญชีส่งมอบให้กองจดหมายเหตุแห่งชาติกรม ศิลปากรทุกปีปฏิทิน เว้นแต่หนังสือที่ระเบียบกำหนดไว้
ก. 5 ปี
ข. 10 ปี
ค. 15 ปี
ง. 20 ปี
จ. 25 ปี
28. ตราครุฑ สำหรับแบบพิมพ์มีกี่ขนาด
ก. มีขนาดเดียว
ข. มี 2ขนาด
ค. มี 3 ขนาด
ง. มี 4 ขนาด
จ. ระเบียบมิได้ระบุไว้
29. ใครเป็นผู้มีอำนาจ พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการทำลายหนังสือ
ก. หัวหน้าส่วนราชการระดับกอง
ข. หัวหน้าส่วนราชการระดับกรม
ค. หัวหน้าส่วนราชการระดับหัวหน้าฝ่าย
ง. หัวหน้าส่วนราชการระดับกองที่รับผิดชอบงานการเงิน
จ. ระเบียบมิได้ระบุไว้
30. มาตรฐานซอง ปกติใช้กระดาษสีขาวหรือสีน้ำตาลกี่ขนาด
ก. 4 ขนาด คือ ซี 4 ซี 5 ซี 6 และ ซี 7
ข. 4 ขนาด คือ ซี 4 ซี 5 ซี 6 และ ดีแอล
ค. 4 ขนาด คือ ซี 4 ซี 5 แอล และดีแอล
ง. 3 ขนาด คือ ซี 4 ซี 5 และดีแอล
จ. ระเบียบมิได้ระบุไว้
31. การทำลายหนังสือ ผู้รับผิดชอบต้องสำรวจเสนอเมื่อไร
ก. ภายในวันที่ 31 ธ.ค. ของทุกปี
ข. ภายในวันที่ 30 ก.ย. ของทุกปี
ค. ภายใน 30 วัน หลังจากวันสิ้นปีปฏิทิน
ง. ภายใน 60 วัน หลังจากวันสิ้นปีปฏิทิน
จ. ระเบียบมิได้ระบุไว้
32. มาตราฐานกระดาษมีกี่ขนาด
ก. 3 ขนาด คือ เอ 4 เอ 5 เอ 8
ข. 2 ขนาด คือ เอ 4 และ เอ 8
ค. 4 ขนาด คือ เอ 4 เอ 5 เอ 7 เอ 8
ง. ให้หน่วยงานใช้ดุลยพินิจตามความเหมาะสม
จ. ระเบียบมิได้ระบุไว้
33. คำขึ้นต้นหนังสือราชการถึงสมเด็จพระสังฆราช ตามระเบียบกำหนดให้ใช้ว่าอย่างไร
ก. นมัสการ
ข. กราบทูล
ค. ขอกราบทูลนมัสการ
ง. ขอประทานกราบทูล
จ. ระเบียบมิได้ระบุไว้
34. คำขึ้นต้นหนังสือราชการถึงประธานองคมนตรี ตามระเบียบระบุให้ใช้ว่าอย่างไร
ก. กราบทูล
ข. ขอประทานกราบทูล
ค. กราบเรียน
ง. เรียน
จ. ระเบียบมิได้ระบุไว้
35. กระดาษตราครุฑตามระเบียบระบุให้ใช้กระดาษใด
ก. ให้ใช้ได้ 2 ขนาด คือ เอ 4 หรือ เอ 8
ข. ให้ใช้ได้ 2 ขนาด คือ เอ 4 หรือ เอ 5
ค. ให้ใช้ขนาดเดียว คือ เอ 4
ง. ให้ใช้ขนาดเดียว คือ เอ 5
จ. ระเบียบมิได้ระบุไว้

36. คำลงท้ายหนังสือราชการถึงสมเด็จพระสังฆราช ตามระเบียบกำหนดให้ใช้ว่าอย่างไร
ก. ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด
ข. ควรมิควรแล้วแต่จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม
ค. ขอนมัสการด้วยความเคารพอย่างยิ่ง
ง. ขอกราบทูลนมัสการด้วยความเคารพอย่างยิ่ง
จ. ระเบียบมิได้ระบุไว้
37. กระดาษบันทึกข้อความ ระเบียบระบุให้ใช้กระดาษขนาดใด
ก. ให้ใช้ได้ถึง 2 ขนาด คือ เอ 4 หรือ เอ 8
ข. ให้ใช้ได้ 2 ขนาด คือ เอ 4 หรือ เอ 5
ค. ให้ใช้ได้ขนาดเดียว คือ เอ 4
ง. ให้ใช้ได้ขนาดเดียว คือ เอ 5
จ. ระเบียบมิได้ระบุไว้
38. คำลงท้ายในหนังราชการถึงประธานถึงองคมนตรี ตามระเบียบระบุให้ใช้ว่าอย่างไร
ก. ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง
ข. ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
ค. ขอแสดงความนับถือ
ง. ขอแสดงความเคารพอย่างสูง
จ. ระเบียบมิได้ระบุไว้
39. คำขึ้นต้นราชการถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร ตามระเบียบระบุให้ใช้อย่างไร
ก. กราบเรียน
ข. ขอประทานกราบเรียน
ค. เรียน
ง. ขอกราบเรียน
จ. ระเบียบมิได้ระบุไว้











เฉลยแนวข้อสอบความรู้เกี่ยวกับงานระเบียบสารบรรณ

1. ข 21. ค
2. จ 22. ก
3. ง 23. ค
4. ก 24. จ
5. จ 25. ก
6. ข 26. ก
7. ก 27. จ
8. ง 28. ข
9. ง 29. ข
10. ง 30. ข
11. ก 31. ง
12. ง 32. ก
13. ค 33. ข
14. ก 34. ค
15. จ 35. ง
16. ค 36. ก
17. ค 37. ข
18. ข 38. ก
19. ค 39. ก


ขอให้สอบได้น่ะ
1.ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ คำว่า "งานสารบรรณ" ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร
ก.งานรับ-ส่งและเก็บรักษาหนังสือ
ข.งานร่าง-เขียนและพิมพ์หนังสือ
ค.งานที่เกี่ยวกับการบริหารงานเอกสาร*
ง.งานที่เกี่ยวกับงานทะเบียนเอกสาร
2.ระเบียบงานสารบรรณที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเริ่มใช้บังคับตั้งแต่เมื่อใด
ก.1 มิถุนายน 2516
ข.1 มิถุนายน 2526*
ค.1 ตุลาคม 2526
ง.1 ธันวาคม 2527
3.หนังสือราชการคืออะไร
ก.เอกสารทุกชนิดที่พิมพ์ถูกต้องตามกฎหมาย
ข.เอกสารที่เป็นหลักฐานในทางราชการ*
ค.เอกสารที่มีไปถึงผู้ดำรงตำแหน่งในราชการ
ง.เอกสารที่ทางราชการเป็นเจ้าของ
4.งานสารบรรณมีประโยชน์ต่อราชการอย่างไร
ก.ทำให้งานสะดวก รวดเร็ว
ข.ประหยัดแรงงานและเวลา
ค.ทำให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพสูง
ง.ถูกทุกข้อ *
5.ลักษณะในข้อใดที่เหมาะสำหรับผู้ปฏิบัติงานสารบรรณ
ก.มีความรู้ภาษาไทย
ข.มีความสุขุม ละเอียด รอบคอบ
ค.ปฏิบัติงานด้วยความรวดเร็ว ถูกต้อง
ง.ถูกทั้ง ก. ข. และค. ประกอบกัน *
6.หนังสือที่มีไปมา ระหว่างส่วนราชการ หรือส่วนราชการมีถึงบุคคลภายนอก จัดเป็นหนังสือประเภทใด
ก.หนังสือภายนอก*
ข.หนังสือภายใน
ค.หนังสือประทับตรา
ง.หนังสือประชาสัมพันธ์
7.ข้อใดต่อไปนี้อาจไม่มีในหนังสือราชการ
ก. เรื่อง
ข.วัน เดือน ปี ที่ออกหนังสือ
ค.คำขึ้นต้นและคำลงท้าย
ง.อ้างถึงและสิ่งที่ส่งมาด้วย*
8.หนังสือภายในเป็นหนังสืออย่างไร
ก.ติดต่อภายในกระทรวงเดียวกัน
ข.ติดต่อภายในกรมเดียวกัน
ค.ติดต่อภายในจังหวัดเดียวกัน
ง.ถูกทั้งข้อ ก. ข. และ ค. *
9.หนังสือภายนอกกับหนังสือภายในต่างกันในข้อใด
ก.แบบฟอร์ม*
ข.การเก็บหนังสือ
ค.ผู้ส่งและผู้รับ
ง.การลงทะเบียนรับ-ส่ง
10.หนังสือทีใช้ประทับตราใช้ในกรณีใดบ้าง
ก.ขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติม
ข.การเตือนเรื่องที่ค้าง
ค.ส่งสิ่งของ เอกสาร สำเนา
ง.ถูกทั้งข้อ ก. ข. และ ค. *
11.ข้อใดเป็นลักษณะของหนังสือภายใน
ก.หนังสือที่ส่งไปโดยไม่บรรจุซอง
ข.หนังสือที่มีไปมา ระหว่างส่วนราชการต่างกระทรวง
ค.หนังสือติดต่อระหว่างบุคคลภายนอกด้วยกัน
ง.ไม่มีข้อถูก *
12.หนังสือประทับตราใช้กระดาษชนิดใด
ก.ใช้กระดาษตราครุฑ*
ข.ใช้กระดาษบันทึก
ค.ใช้ประดาษอัดสำเนา
ง.ไม่มีข้อกำหนดแน่นอน
13.แถลงการณ์ เป็นหนังสือประเภทใด
ก.ประทับตรา
ข.สั่งการ
ค.ประชาสัมพันธ์ *
ง.เจ้าหน้าที่จัดทำขึ้น
จงพิจารณาตัวเลือกต่อไป แล้วใช้ตอบคำถามตั้งแต่ ข้อ 14 ถึง 17
ก.แถลงการณ์ ข.ข้อบังคับ
ค.คำสั่ง ง.ไม่ใช่ทั้ง ก. ข. และค.
14.บรรดาข้อความที่ผู้มีอำนาจหน้าที่กำหนดให้ใช้โดยอาศัยอำนาจของกฎหมาย* ข
15.บรรดาข้อความที่ทางราชการแถลงเพื่อทำความเข้าใจในกิจการของทางราชการ หรือเหตุการณ์ หรือกรณีใดๆ ให้ทราบชัดเจน* ก
16.บรรดาข้อความที่ผู้บังคับบัญชาสั่งการให้ปฏิบัติโดยชอบด้วยกฎหมาย* ค
17.บรรดาข้อความที่ทางราชการประกาศหรือชี้แจงให้ทราบทั่วกัน* ง
18.หนังสือราชการที่มีคำว่า “ด่วนมาก” ผู้มีหน้าที่ดำเนินการจะต้องปฏิบัติอย่างไร
ก.ปฏิบัติตามกำหนดเวลา
ข.ปฏิบัติโดยเร็วกว่าปกติเท่าที่จะทำได้
ค.ปฏิบัติโดยเร็ว*
ง.ปฏิบัติทันที
19.วันเดือน ปี ที่ออกหนังสือในหนังสือประทับตรา ให้พิมพ์ไว้ตรงส่วนไหนในหนังสือ
ก.ใต้รูปครุฑ
ข.ได้ชื่อส่วนราชการที่ส่งหนังสือออก *
ค.ไม่มีการลงวัน เดือนปี ในหนังสือชนิดนี้
ง .ผิดทุกข้อ
20.หนังสือประทับตราจะมีความสมบูรณ์พร้อมที่จะส่งออกได้ จะต้อง…
ก.ประทับตราให้ถูกที่สุด
ข.ระบุตัวผู้รับให้ชัดเจน
ค.มีคำว่าหนังสือประทับตรา
ง.มีผู้ลงชื่อกำกับตราที่ประทับตามระเบียบ*

21.รายงานการประชุมจัดอยู่ในหนังสือราชการชนิดใด
ก.หนังสือภายใน
ข.หนังสือสั่งการ
ค.หนังสือประชาสัมพันธ์
ง.หนังสือที่เจ้าหน้าที่จัดทำขึ้นหรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการ*
22.หนังสือประทับตรา ผู้ใดมีอำนาจในการลงชื่อกำกับ
ก.เจ้าหน้าที่ระดับ 2 ขึ้นไป
ข.หัวหน้าแผนก
ค.หัวหน้าฝ่าย
ง.หัวหน้ากองหรือผู้ได้รับมอบหมาย*
23.หนังสือราชการที่มีคำว่า "ด่วน"ผู้มีหน้าที่ดำเนินการจะต้องปฏิบัติอย่างไร
ก.ปฏิบัติเร็วที่สุด
ข.ปฏิบัติโดยเร็ว
ค.ปฏิบัติเร็วกว่าปกติเท่าที่จะทำได้ *
ง.ปฏิบัติเร็วตามกำหนดเวลา
24.ตามระเบียบงานสารบรรณ หนังสือราชการที่จัดทำขึ้นจะต้องทำ……..อย่างน้อย 1 ฉบับ
ก.สำเนาต้นฉบับ
ข.สำเนาคู่ฉบับ*
ค.สำเนาซ้ำฉบับ
ง.ไม่ใช่ทั้ง ก. ข. และ ค.
25.หนังสือต่อไปนี้ มีหนังสือประเภทใดที่ต้องเก็บรักษาไว้ตลอดไป
ก.หนังสือที่เกี่ยวกับความลับ
ข.หนังสือที่มีหลักฐานการโต้ตอบ
ค.หนังสือที่เกี่ยวกับสถิติ หลักฐาน*
ง.หนังสือสำนวนการสอบสวน




26.การเซ็นชื่อรับรองสำเนาหนังสือ ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ระดับใดขึ้นไปเป็นผู้ลงนามรับรองที่ชอบด้วยระเบียบงานสารบรรณ
ก.ระดับ 2*
ข.ระดับ 3
ค.ระดับ 4
ง.ระดับ 5
27.การพิมพ์ชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องที่ออกหนังสือให้พิมพ์ไว้ส่วนใดของหนังสือราชการ
ก.ริมกระดาษด้านบนขวา
ข.ริมกระดาษด้านบนซ้าย
ค.ริมกระดาษด้านล่างซ้าย*
ง.กลางหน้ากระดาษด้านบนสุด
28.หนังสือราชการที่เป็นต้นฉบับ (ตัวจริง) จะมีรูปครุฑไว้ตรงส่วนใดของหนังสือ
ก.ด้านบนขวา
ข.ด้านล่างซ้าย
ค.กลางหน้ากระดาษด้านบนสุด*
ง.ตรงส่วนใดก็ได้ขอให้เห็นเด่นชัด
29.การพิมพ์หมายเลขโทรศัพท์ของส่วนราชการเจ้าของเรื่องนั้น ให้พิมพ์ไว้ตรงส่วนไหน
ก.มุมกระดาษด้านล่างขวา
ข.กลางหน้ากระดาษด้านบนขวา
ค.ใต้ชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่อง *
ง.ตรงไหนก็ได้
30.ตั้งแต่ข้อ 30 ถึง 33 เป็นเรื่องเกี่ยวกับการจ่าหน้าซองหนังสือราชการ ให้พิจารณาว่าข้อความที่กล่าวในแต่ละข้อนั้น หากจะเขียนหรือพิมพ์ลงบนหน้าซองจะต้องเขียนหรือพิมพ์ไว้ตรงส่วนใดของซอง โดยยึดคำตอบจากตัวเลือกต่อไปนี้
ก.ต้องเขียนหรือพิมพ์ไว้ด้านบนซ้าย
ข.ต้องเขียนหรือพิมพ์ไว้ตรงกลางด้านบน
ค.ต้องเขียนหรือพิมพ์ไว้ด้านล่างซ้าย
ง.ต้องเขียนหรือพิมพ์ไว้ตรงกลางซอง
30.เลขที่หนังสือออก* ก
31.คำขึ้นต้น ชื่อผู้รับ* ง
32.ชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่อง* ค
33.ด่วนมาก* ข
34.การเก็บหนังสือราชการปกติจะต้องเก็บรักษาไว้กี่ปี
ก.5 ปี
ข.10 ปี *
ค.15 ปี
ง.20 ปี
35.ข้อความที่บันทึกในรายงานการประชุมมักเริ่มต้นด้วยอะไร
ก.ประธานกล่าวเปิดประชุม*
ข.บอกเรื่องที่จะประชุม
ค.การรับรองรายงานการประชุมครั้งก่อน
ง.การอ่านรายงานการประชุมครั้งที่แล้ว
36.ข้อความสุดท้ายของรายงานการประชุมควรจะเป็นอะไร
ก.เวลาเลิกประชุม
ข.ผู้จดรายงานการประชุม*
ค.ผู้ตรวจรายงานการประชุม
ง.วัน เดือน ปี และสถานที่ประชุม
37.หนังสือราชการที่ต้องปฏิบัติให้เร็วกว่าปกติด แบ่งเป็นกี่ประเภท
ก.4
ข.3*
ค.2
ง.ประเภทเดียว
38.การเขียนหรือพิมพ์ (หรือประทับตรา) คำว่าด่วน หรือด่วนมาก จะต้องเขียนหรือพิมพ์ (หรือประทับตรา) ไว้ตรงส่วนใดของหนังสือ
ก.ท้ายหนังสือ
ข.ให้เห็นได้ชัด*
ค.บนหัวหนังสือ
ง.ตรงไหนก็ได้


39.การร่างหนังสือราชการต้องระวังเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ หลายเรื่อง เรื่องใดต่อไปนี้จำเป็นน้อยมาก
ก.แบบฟอร์ม*
ข.ใจความ
ค.วรรคตอน
ง.ตัวสะกดการันต์
40.ข้อใดอาจช่วยให้หนังสือราชการมีใจความแจ่มชัด
ก.การใช้ภาษาที่ง่าย สั้น แต่ได้ใจความดี
ข.การแยกแยะใจความออกเป็นข้อๆ หรือตอนๆ
ค.การเท้าความถึงเรื่องที่เคยติดต่อกันมา
ง.ถูกทั้ง ก. ข. และ ค.*
41.ข้อใดใน 4 ข้อต่อไปนี้ ให้ปฏิบัติเป็นรายการสุดท้ายในการรับหนังสือ
ก.ลงทะเบียนรับหนังสือ
ข.ประทับตรารับหนังสือ
ค.เปิดผนึกซองและตรวจเอกสาร
ง.ส่งให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการ*
42.การร่างหนังสือคืออะไร
ก.การพิมพ์หรือเขียนอย่างย่อๆ
ข.การกำหนดโครงร่างหนังสืออย่างคร่าวๆ
ค.การเขียนหนังสือด้วยลายมือของตนเอง
ง.การเรียบเรียงชั้นต้นตามเรื่องที่ต้องการติดต่อ*
43.เหตุใดจึงต้องให้มีการร่างหนังสือก่อนพิมพ์
ก.ต้องการให้เจ้าของเรื่องได้เห็นต้นร่างก่อน
ข.ต้องการดูว่าใจความจะยาวหรือสั้นเพียงใด
ค.ต้องการให้ผู้ร่างหนังสือมีงานทำและร่างหนังสือด้วยความระมัดระวัง
ง.ต้องการให้มีการตรวจแก้ให้เหมาะสมตามระเบียบแบบแผนก่อน*



44.การเสนอหนังสือคืออะไร
ก.การนำหนังสือไปส่งให้ผู้รับ
ข.การส่งหนังสือออกจากส่วนราชการ
ค.การสรุปใจความสำคัญในหนังสือเสนอให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
ง.การนำหนังสือที่ดำเนินการชั้นเจ้าหน้าที่แล้วเสนอต่อผู้บังคับบัญชา*
45.การเสนอหนังสือที่ดีควรปฏิบัติอย่างไร
ก.ต้องเสนอเรื่องที่ไม่มีปัญหาก่อนเสมอ
ข.ต้องเสนอเรื่องสำคัญก่อนเรื่องอื่นๆ
ค.ต้องแยกเรื่องเสนอเป็นประเภทๆ ไป*
ง.ต้องเรียงลำดับเรื่องเสนอก่อน-หลัง ตามวัน เดือน ปี ที่ได้รับ
46.ภาพข้างล่างนี้คืออะไร
(ชื่อส่วนราชการ)
เลขรับ……………………………..
วันที่……………………………….
เวลา……………………………….
ก.ใบรับหนังสือ
ข.ทะเบียนหนังสือรับ
ค.ตราประทับสำหรับลงรับหนังสือ*
ง.ตราประทับสำหรับส่งหนังสือ
47.ข้อใดไม่มีกำหนดไว้ในทะเบียนงานสารบรรณ
ก.ทะเบียนรับ
ข.ทะเบียนจ่าย*
ค.ทะเบียนส่ง
ง.ทะเบียนเก็บ
48.ตามที่ได้มีช่อง “การปฏิบัติ” ไว้ในทะเบียนรับ-ส่ง หนังสือนั้น เพื่อประโยชน์อะไร
ก.เพื่อให้ทราบว่าหนังสือนั้นใครเป็นผู้ส่งมา
ข.เพื่อให้ทราบว่าหนังสือนั้นจะต้องส่งไปที่ไหน
ค.เพื่อให้ทราบว่าหนังสือนั้นควรจะต้องปฏิบัติอย่างไร
ง.เพื่อให้ทราบว่าหนังสือนั้นได้มีการปฏิบัติการไปแล้วเพียงใด*

49.ซองหนังสือราชการมีกี่ขนาด
ก.2
ข.3
ค.4*
ง.5
50.การเก็บหนังสือแบ่งออกเป็น 3 อย่าง ข้อใดไม่ใช่วิธีการเก็บหนังสือ 1 ใน 3 อย่างดังกล่าว
ก.การเก็บก่อนปฏิบัติ*
ข.การเก็บระหว่างปฏิบัติ
ค.การเก็บเมื่อปฏิบัติเสร็จแล้ว
ง.การเก็บไว้เพื่อใช้ในการตรวจสอบ
51.การเก็บหนังสือมีประโยชน์ต่อข้อใดมากที่สุด
ก.การค้นหา*
ข.การตรวจสอบ
ค.การทำความสะอาดที่เก็บ
ง.ความเป็นระเบียบเรียบร้อย
52.ใบรับหนังสือมีประโยชน์อย่างไร
ก.แสดงว่าหนังสือนั้นไม่สูญหาย
ข.แสดงว่าผู้รับได้รับหนังสือแล้ว
ค.เป็นหลักฐานว่าผู้ส่งได้ส่งหนังสือแล้ว
ง.เป็นหลักฐานว่าได้ส่งหนังสือและมีผู้รับหนังสือนั้นไปแล้ว*
53.หนังสือราชการประเภทใดอาจไม่ต้องทำสำเนาคู่ฉบับไว้ก็ได้
ก.หนังสือภายนอก
ข.หนังสือภายใน
ค.หนังสือสั่งการ
ง.หนังสือประทับตรา*
54.ในสำเนาคู่ฉบับควรมีลายมือชื่อบุคคลต่อไปนี้ ยกเว้นผู้ใดที่ไม่จำเป็นต้องมี
ก.ผู้ร่าง
ข.ผู้พิมพ์
ค.ผู้สั่งพิมพ์*
ง.ผู้ตรวจ-ทาน
55.ข้อใดเรียงลำดับส่วนราชการจากใหญ่ไปหาเล็ก ได้ถูกต้อง
ก.กอง แผนก กรม กระทรวง
ข.แผนก กรม กอง กระทรวง
ค.กระทรวง กอง กรม แผนก
ง.กระทรวง กรม กอง แผนก*
56.การประทับตรารับหนังสือควรประทับตามที่ส่วนใดของหนังสือจึงจะถูกต้อง
ก.ที่มุมบนขวา*
ข.ที่มุมบนซ้าย
ค.ที่มุมล่างซ้าย
ง.ที่มุมล่างขวา
57.ข้อใดเรียงลำดับการปฏิบัติเกี่ยวกับการรับหนังสือได้ถูกต้อง
ก.ลงทะเบียนรับ ประทับตรารับหนังสือ เปิดผนึกซองตรวจ
ข.ประทับตรารับหนังสือ ลงทะเบียนรับ เปิดผนึกซองตรวจ
ค.เปิดผนึก-ประทับตรารับ ลงทะเบียนรับ และตรวจ
ง.เปิดผนึก ตรวจ ประทับตรารับ ลงทะเบียนรับ*
58.การเปิดซองหนังสือราชการ ถ้ามีซองอีกชั้นหนึ่งอยู่ข้างใน แสดงว่าหนังสือนั้นต้องเป็นหนังสือประเภทใด
ก.หนังสือภายใน
ข.หนังสือภายนอก
ค.หนังสือราชการด่วน
ง.หนังสือราชการลับ*
59.หนังสือประทับตราต่างกับหนังสือภายนอกและหนังสือภายในในแง่ใด
ก.คำขึ้นต้น
ข.คำลงท้าย
ค.การลงชื่อ
ง.ทั้ง ก. ข. และ ค.*
60.ตราที่ใช้ประทับในหนังสือประทับตราตามระเบียบงานสารบรรณกำหนดให้ใช้หมึกสีอะไร
ก.แดง*
ข.ดำ
ค.น้ำเงิน
ง.เขียว
61.”ประกาศ ณ วันที่………” ใช้กับหนังสือสั่งการชนิดใด
ก.คำสั่ง
ข.ระเบียบ
ค.ข้อบังคับ
ง.ถูกทั้ง ข.และ ค.*
62.บรรทัดสุดท้ายของหนังสือสั่งการทุกประเภทจะต้องเป็นข้อความที่ระบุอะไร
ก.วัน เดือน ปี ที่ออกหนังสือ
ข.ชื่อส่วนราชการที่ออกหนังสือ
ค.ตำแหน่งของผู้มีอำนาจออกหนังสือ*
ง.ลายมือชื่อผู้มีอำนาจออกหนังสือ
63.ข้าราชการที่มีตำแหน่งยศทหารหรือตำรวจ ต้องพิมพ์ยศลงหน้าชื่อในวงเล็กใต้ลายเซ็นหรือไม่
ก.ไม่ต้องพิมพ์ยศ
ข.พิมพ์ยศลงไปด้วย*
ค.พิมพ์หรือไม่พิมพ์ก็ได้
ง.ไม่มีคำตอบถูก
64.การเขียนหนังสือราชการถึงพระภิกษุ-สามเณร ทั่วไป ใช้คำขึ้นต้นอย่างไร
ก.เรียน
ข.กราบเรียน
ค.ถึง
ง.นมัสการ*
65.ถ้าอธิบดีไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ผู้ทำงานแทนเมื่อลงนามในหนังสือจะต้องใช้คำว่าอย่างไร
ก.ใช้ตำแหน่งของผู้ทำงานแทน
ข.ทำงานแทน
ค.รักษาราชการแทน *
ง.ปฏิบัติราชการแทน
66.โทรศัพท์ โทรเลข หรือวิทยุใช้ในกรณีใด
ก.เรื่องเร่งด่วน
ข.เรื่องเกี่ยวกับความลับราชการ
ค.เรื่องเกี่ยวกับการเงิน
ง.เรื่องที่สั่งด้วยหนังสือไม่ทัน*
67.ทำไมจึงต้องมีระเบียบงานสารบรรณ
ก.เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีระเบียบเป็นหลักปฏิบัติ*
ข.เพื่อความสะดวกแก่ผู้บังคับบัญชาในการควบคุมงาน
ค.เพื่อให้ข้าราชการพลเรือนรู้เรื่องระเบียบงานสารบรรณ
ง.เพื่อให้ข้าราชการร่างและรับส่งหนังสือราชการได้ถูกต้อง
68.พระเจ้าแผ่นดินแต่งตัว ใช้ราชาศัพท์ว่าอย่างไร
ก.ทรงเครื่อง*
ข.แต่งพระองค์
ค.ทรงเครื่องใหญ่
ง.ทรงพระสุคนธ์
69.พระภิกษุ สามเณร ป่วยใช้คำว่าอย่างไร
ก.ไม่สบาย
ข.ประชวร
ค.อาพาธ*
ง.ทรงพระประชวร
70.ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ตรงกับคำสามัญว่าอย่างไร
ก.เดินทาง
ข.ฟังเทศน์
ค.ทำบุญ*
ง.ไปวัด
71.พระฉาย ตรงกับคำสามัญว่าอย่างไร
ก. พระรูป
ข.กระจกส่อง*
ค.หวี
ง.ช้อนส้อม
72.นายกรัฐมนตรี ตาย คำที่ขีดเส้นใต้คำใดจึงจะถูกต้องตามราชาศัพท์
ก.ถึงแก่กรรม
ข.มรณกรรม
ค.อสัญกรรม *
ง.พิราลัย
73.อายุการเก็บหนังสือราชการโดยปกติให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่ากี่ปี
ก.5 ปี
ข.10 ปี*
ค.15 ปี
ง.ไม่มีระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องนี้
74.หนังสือที่ต้องสงวนเป็นความลักต้องปฏิบัติอย่างไร
ก.เก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่า 15 ปี
ข.นำไปเก็บไว้ที่กองจดหมายเหตุแห่งชาติ
ค.ให้ปฏิบัติตามระเบียบสารบรรณโดยเคร่งครัด
ง.ให้ปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ*
75.การให้บุคคลภายนอกยืมหนังสือราชการไปดู หรือคัดลอก ต้องได้รับอนุญาตจากใครก่อน
ก.เจ้าหน้าที่เก็บ
ข.ประจำแผนก
ค.หัวหน้าแผนก
ง.หัวหน้ากองหรือผู้ได้รับมอบหมาย*
76.หนังสือที่เป็นเรื่องธรรมดาสามัญซึ่งไม่มีความสำคัญและเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำ เมื่อดำเนินการเสร็จแล้วให้เก็บไม่น้อยกว่ากี่ปี
ก.1 ปี*
ข.1 ปี 6 เดือน
ค.2 ปี
ง.3 ปี
77.ผู้มีอำนาจอนุญาตให้ยืมหนังสือราชการระหว่างส่วนราชการจะต้องเป็นผู้อยู่ในตำแหน่งระดับใดขึ้นไป
ก.หัวหน้าแผน
ข.หัวหน้าฝ่าย
ค.หัวหน้ากอง*
ง.รองอธิบดี




78.ถ้าปรากฏว่าหนังสือราชการที่เก็บไปสูญหายไป จะต้องปฏิบัติอย่างไร
ก.ติดต่อเจ้าของเรื่องเดิมเพื่อหาสำเนามาแทน*
ข.เรียกตัวผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องที่หายมาสอบถาม
ค.ปล่อยไปเลยแต่ให้หมายเหตุว่าเรื่องหาย
ง.ผิดทั้ง ก. ข. และ ค.
79.การตั้งคณะกรรมการทำลายหนังสือให้ตั้งอย่างน้อยกี่คน
ก.2 คน
ข.3 คน*
ค.4 คน
ง.5 คน
80.ผู้มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการทำลายหนังสือต้องเป็นหัวหน้าส่วนราชการในตำแหน่งใด
ก.อธิบดี
ข.ตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น ซึ่งเทียบเท่าอธิบดี
ค.ปลัดกระทรวง
ง.ถูกทั้ง ก. ข. และ ค. แล้วแต่กรณี*
81.คณะกรรมการทำลายหนังสือจะต้องแต่งตั้งจากข้าราชการระดับใดขึ้นไป
ก.ระดับ 2
ข.ระดับ 3*
ค.ระดับ 4
ง.ระดับใดก็ได้
82.ผู้มีอำนาจอนุมัติการทำลายหนังสือราชการในส่วนภูมิภาคได้แก่ผู้ใด
ก.ปลัดจังหวัด
ข.อธิบดี
ค.รองผู้ว่าราชการจังหวัด
ง.ผู้ว่าราชการจังหวัด*




83.ตราครุฑที่ใช้สำหรับเป็นแบบพิมพ์ในระเบียบงานสารบรรณขนาดใหญ่มีความสูงเท่าไร
ก.2.5 ซม.
ข.3.0 ซม.*
ค.3.5 ซม.
ง.4.0 ซม.
84.ขนาดตราครุฑที่ใช้ประทับแทนการลงชื่อต้องเป็นวงกลม 2 วงซ้อนกัน มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางวงนอกและวงในเท่าไร
ก. 3.5 ซม. และ 2.5 ซม.
ข. 4.0 ซม. และ 3.0 ซม.
ค. 4.5 ซม.และ 3.5 ซม. *
ง.ขนาดพอเหมาะเท่าไรก็ได้
85.ตราครุฑมาตรฐานที่ใช้ในระเบียบงานสารบรรณ 2526 มีกี่ขนาด
ก.2 ขนาด*
ข.3 ขนาด
ค.4 ขนาด
ง.5 ขนาด
86.การยืมหนังสือภายในส่วนราชการเดียวกัน ผู้มายืมและขอรับหนังสือต้องเป็นข้าราชการที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าส่วนราชการในตำแหน่งใดขึ้นไป
ก.หัวหน้าแผนก*
ข.หัวหน้าฝ่าย
ค.หัวหน้ากอง
ง.รองอธิบดี
87.การเก็บหนังสือที่ปฏิบัติเสร็จแล้วของกระทรวงต่างๆ ตามปกติเป็นหน้าที่ของใคร
ก.แผนกสารบรรณของแต่ละกรม
ข.แผนกเก็บกองกลาง สำนักงานปลัดกระทรวง
ค.ฝากเก็บที่กองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร
ง.ถูกทั้ง ก. ข. และ ค.*


88.การยืมหนังสือราชการระหว่างส่วนราชการ ผู้มีอำนาจในการดำเนินการยืมจะต้องเป็นหัวหน้าส่วนราชการตำแหน่งระดับใดขึ้นไป
ก.หัวหน้าแผนก
ข.หัวหน้าฝ่าย
ค.หัวหน้ากอง*
ง.รองอธิบดี
89.หนังสือราชการประเภทใดที่ต้องเก็บรักษาไว้เป็นหลักฐานทางราชการตลอดไป
ก.หนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์
ข.หนังสือเกี่ยวกับสถิติ หลักฐาน
ค.หนังสือที่ต้องใช้สำหรับการศึกษาค้นคว้า
ง.ถูกทั้ง ก. ข. และ ค.*
90.การเขียนหนังสือราชการที่มีคำลงท้ายว่า “ขอแสดงความนับถือ” เป็นหนังสือที่มีไปถึงใคร
ก.อธิบดี
ข.ปลัดกระทรวง
ค.ข้าราชการระดับ 5
ง.ถูกหมดทุกข้อ*
026: "หนังสือภายใน" หมายถึง
1. :หนังสือที่ติดต่อภายในจังหวัดเดียวกัน
2. :หนังสือที่ติดต่อภายในกรมเดียวกัน
3. :หนังสือที่ติดต่อภายในกระทรวงเดียวกัน
4. :ถูกทุกข้อ:4
027:ข้อใดเป็นหนังสือประชาสัมพันธ์
1. :บันทึกข้อความ
2. :ข้อบังคับ
3. :ประกาศ
4. :คำสั่ง:3



028:ลักษณะของผู้ที่จะทำงานสารบรรณได้ดีคือ
1. :ผู้มีความรู้ภาษไทยดี
2. :ผู้รู้ระเบียบงานสารบรรณดี
3. :ผู้ที่สามารถติดต่อ โต้ตอบ ประสานงานคล่องแคล่ว ว่องไว
4. :ถูกทุกข้อ:4
029:ในงานสารบรรณ "หนังสือ" หมายถึง
1. :หนังสือเรียน
2. :หนังสือราชการ
3. :หนังสือนอกหลักสูตร
4. :หนังสือทุกประเภท:2
030:บรรดาข้อความทั้งหลายที่ผู้มีอำนาจหน้าที่กำหนดใช้โดยอาศัยอำนาจของกฎหมายเรียกว่าอะไร
1. :คำสั่ง
2. :ข้อบังคับ
3. :ระเบียบ
4. :กฎกระทรวง:1
031:บรรดาข้อความทั้งหลายที่ทางราชการเห็นสมควรเผยแพร่ให้ประชาชนทราบโดยทั่วไป เรียกว่าอะไร
1. :แถลงการณ์
2. :ประกาศ
3. :คำสั่ง
4. :ข่าว:4
032:หนังสือติดต่อระหว่างส่วนราชการ หรือส่วนราชการถึงหน่วยงานอื่นซึ่งมิใช่หน่วยงานราชการหรือมีถึงบุคคลภายนอก คือ
1. :หนังสือภายใน
2. :หนังสือภายนอก
3. :หนังสือประทับตรา
4. :หนังสือที่เจ้าหน้าที่จัดทำขึ้นหรือรับไว้เป็นหลักฐาน:2



033:การเก็บเอกสารที่ดีที่สุดควรปฏิบัติอย่างไร
1. :เก็บเอกสารที่มีระบบเดียวตลอด
2. :เก็บเอกสารที่มีอุปกรณ์พร้อม
3. :เก็บเอกสารไว้อย่างเป็นระบบ
4. :เก็บเอกสารให้เป็นปัจจุบัน:4
034:จุดประสงค์ที่สำคัญในการจัดเก็บเอกสารอย่างมีระบบไว้ในที่เดียวกัน คือ
1. :ค้นหาเอกสารได้ทันท่วงที
2. :เพื่อความปลอดภัยและเอกสารจะอยู่อย่างเป็นระเบียบ
3. :เพื่อรวบรวมเอกสารไว้ในแหล่งที่มีผู้รับผิดชอบเป็นสัดส่วน
4. :ถูกทุกข้อ:4
035:จดหมายราชการ ไม่ควรใช้สำนวนในข้อใด
1. :ภาษานักประพันธ์หรือภาษาพูด
2. :ถูกต้องตามสากลนิยม
3. :เรียบร้อย
4. :สุภาพ:1
097:ระเบียบงานสารบรรณฉบับปัจจุบันเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เมื่อใด
1. :1 มกราคม 2526
2. :1 มิถุนายน 2526
3. :1 ตุลาคม 2526
4. :1 เมษายน 2526:2
098: ผู้รักษาการให้เป็นไปตามระเบียบงานสารบรรณคือใคร
1. :นายกรัฐมนตรี
2. :เลขาธิการ ก.พ.
3. :ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
4. :รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย:3




099: หนังสือราชการมีกี่ชนิด
1. :3 ชนิด
2. :4 ชนิด
3. :5 ชนิด
4. :6 ชนิด:4
100: หนังสือราชการคืออะไร
1. :เอกสารที่เป็นหลักฐานในราชการ
2. :เอกสารที่เป็นหนังสือสำคัญ
3. :เอกสารที่เจ้าหน้าที่เรียกร้องให้นำส่ง
4. :เอกสารที่ส่งทางไปรษณีย์โดยไม่ต้องติดแสตมป์:1
ตอบ No. 2
101: ตัวครุฑที่ใช้กระดาษราชการมี 2 ขนาด คือ ครุฑกลางสูง 3 ซม. ครุฑเล็กสูงเท่าใด
1. :2.5 ซม.
2. :2.0 ซม.
3. :1.5 ซม.
4. :1.0 ซม.:3
102: การรับหนังสือมีวิธีการปฏิบัติตามลำดับขั้นตอนอย่างใดตามลำดับก่อนหลัง
1. :เปิดซองแล้วตรวจ ลงชื่อรับหนังสือ ประทับตรารับหนังสือ ลงทะเบียนรับ ลงเลขที่ทะเบียนรับที่ตรารับ
2. :เปิดซองแล้วตรวจ ลงทะเบียนรับ ประทับตราหนังสือ ลงเลขที่ทะเบียนรับที่ตรารับ ลงชื่อรับหนังสือ
3. :เปิดซองแล้วตรวจ ประทับตรารับหนังสือ ลงทะเบียนรับ ลงชื่อรับหนังสือ ลงเลขที่ทะเบียนรับที่ตรารับ
4. :เปิดซองแล้วตรวจ ประทับตรารับหนังสือ ลงเลขที่ทะเบียนรับที่ตรารับ ลงทะเบียนรับ ลงชื่อรับหนังสือ:4
103: หนังสือราชการคือ
1. :เอกสารทางราชการ
2. :เอกสารที่ราชการทำขึ้น
3. :เอกสารที่เป็นหลักฐานในราชการ
4. :เอกสารโต้ตอบในราชการ :3



104: หนังสือภายนอกให้ใช้กระดาษชนิด
1. :กระดาษบันทึกข้อความ
2. :กระดาษตราครุฑ
3. :กระดาษบันทึกหรือตราครุฑก็ได้
4. :กระดาษที่ราชการกำหนด:2
105: หนังสือประทับตราแทนการลงชื่อให้ใช้ได้ในกรณีใด
1. :การส่งสิ่งของเอกสารหรือบรรณสารระหว่างส่วนราชการ
2. :คำแนะนำ
3. :แถลงการณ์
4. :หนังสือที่ไม่เกี่ยวกับราชการ:1
106: หนังสือที่ต้องเก็บไว้เป็นหลักฐานทางราชการตลอดไป เช่น
1. :เรื่องที่เกี่ยวกับการเงิน
2. :เรื่องที่เกี่ยวกับระเบียบ
3. :เรื่องที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์
4. :ถูกทุกข้อ:3
107: กรรมการดำเนินการทำลายหนังสือประกอบขึ้นด้วยบุคคลอย่างน้อยกี่คน
1. :2 คน
2. :3 คน
3. :4 คน
4. :เท่าใดก็ได้:2
108: ถ้าผู้รับหนังสือเป็นรัฐมนตรี คำขึ้นต้นให้ใช้คำว่า
1. :กราบเรียน
2. :เรียน
3. :เสนอ
4. :ขอประธานกราบเรียน:2
109: การจดบันทึก หรือรายงานการประชุมอาจทำได้กี่วิธี
1. :1 วิธี
2. :2 วิธี
3. :3 วิธี
4. :4 วิธี:3
110: หนังสือประทับตรา คืออะไร
1. :หนังสือที่หัวหน้าส่วนราชการเป็นคนลงนาม
2. :หนังสือติดต่อราชการที่เป็นพิธีน้อยกว่าหนังสือภายนอกและภายใน
3. :หนังสือที่ใช้ประทับตราแทนการลงชื่อของหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมขึ้นไป
4. :หนังสือที่ใช้ประทับตราแทนการลงชื่อของหัวหน้าส่วนราชการระดับกองขึ้นไป:3
111: หนังสือสั่งการมีกี่ชนิด
1. :2 ชนิด
2. :3 ชนิด
3. :4 ชนิด
4. :5 ชนิด:2
112: หนังสือประชาสัมพันธ์มีกี่ชนิด
1. :1 ชนิด
2. :2 ชนิด
3. :3 ชนิด
4. :4 ชนิด:3
113: ประกาศจัดเป็นหนังสือชนิดใด
1. :หนังสือสั่งการ
2. :หนังสือประชาสัมพันธ์
3. :หนังสือประทับตรา
4. :หนังสือแถลงการณ์:2
114: หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทำขึ้นหรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการ มีกี่ชนิด
1. :1 ชนิด
2. :2 ชนิด
3. :3 ชนิด
4. :4 ชนิด:4

115: หนังสือที่ต้องปฏิบัติเร็วกว่าปกติแบ่งออกเป็นกี่ประเภท
1. :1 ประเภท
2. :2 ประเภท
3. :3 ประเภท
4. :4 ประเภท:3
116: หนังสือราชการภาษาอังกฤษ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ
1. :หนังสือที่ลงชื่อและหนังสือที่มิต้องลงชื่อ
2. :หนังสือที่เป็นแบบพิธีและหนังสือที่ไม่เป็นแบบพิธี
3. :หนังสือโต้ตอบและหนังสือแถลงข่าว
4. :บันทึกช่วยจำ และบันทึกเตือนความจำ:1
117: การพิจารณาหนังสือที่จะขอทำลายเป็นหน้าที่ของ
1. :หัวหน้าส่วนราชการระดับกรม
2. :ผู้ที่หัวหน้าส่วนราชการระดับกรมมอบอำนาจให้ปฏิบัติราชการแทน
3. :คณะกรรมการที่หัวหน้าส่วนราชการระดับกรมแต่งตั้ง
4. :คณะกรรมการที่ปลัดกระทรวงแต่งตั้งโดยการเสนอของหัวหน้าส่วนราชการระดับกรม:3
118: คำว่า "คำสั่ง" คือ
1. :คำสั่งด้วยวาจา คำสั่งที่เป็นลายลักษณ์อักษรและเป็นคำสั่งที่บันทึกถึงตัวผู้ปฏิบัติโดยเฉพาะ
2. :การสั่งด้วยบันทึก ทางจดหมายและด้วยสื่อนำสาร
3. :บรรดาข้อความที่ผู้บังคับบัญชาสั่งการให้ปฏิบัติโดยชอบด้วยกฎหมาย
4. :การกระทำด้วยหนังสือหรือเรียกเจ้าหน้าที่มาพบเพื่อสั่งการแต่ละเรื่อง:3
119: การเก็บหนังสือแบ่งออกเป็น
1. :เก็บเข้าแฟ้มเพื่อสะดวกในการค้นหาเรื่องเดิม,เก็บเพื่อเป็นหลักฐานและเก็บเพื่ออ้างอิงในการปฏิบัติ
2. :การเก็บระหว่างปฏิบัติ,เก็บเมื่อปฏิบัติแล้วเสร็จและการเก็บไว้เพื่อใช้ในการตรวจสอบตลอดจนกำหนดระยะเวลาทำลายไว้
3. :เก็บโดยมิดชิดปลอดภัยและกำหนดการเร่งด่วนในการขอย้าย
4. :เก็บให้เป็นระเบียบเพื่อการค้นหาได้สะดวก:2



120: การเก็บหนังสือราชการโดยปกติให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่ากี่ปี
1. :5 ปี
2. :10 ปี
3. :15 ปี
4. :ไม่มีข้อใดถูก:2

121: ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการเก็บหนังสือ สำรวจหนังสือที่อายุครบการเก็บในปีนั้น จัดทำบัญชีหนังสือขอทำลายเสนอหัวหน้าส่วนราชการเพื่อทำลายหนังสือภายในกี่วัน หลังจากวันสิ้นปีปฏิทิน
1. :30 วัน
2. :60 วัน
3. :120 วัน
4. :1 ปี:2
122: ระเบียบคือหนังสือชนิดหนึ่งที่จัดอยู่ในหนังสือประเภทใด
1. :หนังสื่อสั่งการ
2. :หนังสือประทับตรา
3. :หนังสือภายใน
4. :หนังสือภายนอก:1
123: คำสรรพนาม สำหรับเจ้าของหนังสือที่ว่า "ข้าพระพุทธเจ้า" นอกจากจะใช้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีแล้ว ยังใช้กับ
1. :สมเด็จพระบรมราชชนนี
2. :สมเด็จเจ้าฟ้า
3. :พระบรมวงศ์ชั้นพระองค์เจ้า
4. :ถูกทุกข้อ:4
124: งานสารบรรณ คือ
1. :งานที่เกี่ยวกับระเบียบการร่างโต้ตอบหนังสือและเสนอความเห็น
2. :งานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการติดต่อกับหน่วยราชการทั้งภายในและภายนอกหน่วย
3. :งานที่ปฏิบัติด้วยหนังสือ นับตั้งแต่ คิด ร่าง เขียน แต่งพิมพ์ จดจำ ทำสำเนา ส่ง รับ บันทึกย่อเรื่อง เสนอสั่งการ ตอบ เก็บเข้าที่และค้นหา
4. :งานเกี่ยวกับธุรการทุกชนิด ที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายให้รับผิดชอบ:3

125: การปฏิบัติกับหนังสือที่ต้องเก็บไว้ตลอดไป คือ
1. :ให้เก็บโดยมิดชิด ปลอดภัยและกำหนดความเร่งด่วนในการขนย้าย
2. :เก็บใส่ตู้เอกสารที่มั่นคงแข็งแรงและกำหนดชั้นความลับ
3. :ให้ประทับตราคำว่า "ห้ามทำลาย" ด้วยหมึกสีแดงที่หน้าแฟ้มเรื่องนั้น
4. :เก็บให้เป็นระเบียบ แล้วแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบทั่วกัน:3

126: ผู้ที่มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ คือใคร
1. :หัวหน้าส่วนราชการนั้น ๆ
2. :สำนักงาน ก.พ.
3. :ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
4. :ปลัดกระทรวงนั้น ๆ:3
127: ประกาศ หรือแถลงการณ์ เป็นหนังสือชนิดใด
1. :หนังสือสั่งการ
2. :หนังสือประชาสัมพันธ์
3. :หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทำขึ้นเพื่อให้ทุกฝ่ายถือปฏิบัติตามนโยบาย
4. :หนังสือประทับตรา:2
128: ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีตายหรือขาดคุณสมบัติ คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งปฏิบัติ ดังนี้
1. :รักษาราชการแทน
2. :ปฏิบัติราชการแทน
3. :ปฏิบัติหน้าที่แทน
4. :ทำการแทน:3
129: คำขึ้นต้นของหนังสือภายในถึงบุคคลธรรมดา ใช้คำขึ้นต้นอย่างไร
1. :เรียน
2. :ขอประทานเสนอ
3. :ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของบุคคล
4. :ถึง:1

130: บรรดาข้อความที่ผู้มีอำนาจหน้าที่ได้วางไว้ เพื่อถือเป็นหลักปฏิบัติงานเป็นประจำ เรียกว่า
1. :คำสั่ง
2. :ระเบียบ
3. :ข้อบังคับ
4. :ประกาศ:2
131: ข้อความใด ถูกต้องเกี่ยวกับข้อบังคับ
1. :รายละเอียดของข้อบังคับมีหัวข้อเหมือนกับคำสั่ง
2. :ผู้ออกข้อบังคับไม่จำเป็นจะต้องพิมพ์ชื่อเต็มไว้ด้วย
3. :การเขียนข้อบังคับต้องมีชื่อส่วนราชการอยู่ด้วย
4. :การเขียนวันที่ของข้อบังคับต้องเขียนเต็มโดยมี วันที่ เดือน พ.ศ.:3
132: หนังสือราชการต่อไปนี้ ข้อใดต้องใช้กระดาษตราครุฑ
1. :ข่าว
2. :ประกาศ
3. :แถลงการณ์
4. :ข้อ ก และ ข ถูก:4
133: หนังสือรับรอง คือหนังสือที่ส่วนราชการออกให้
1. :รับรองบุคคล
2. :รับรองนิติบุคคล
3. :รับรองหน่วยงาน
4. :ถูกทุกข้อ:4
134: หนังสือที่เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติทันทีที่ได้รับ
1. :หนังสือด่วนมาก
2. :หนังสือด่วน
3. :หนังสือด่วนที่สุด
4. :หนังสือลับ:3
135: ข้อใดคือลักษณะของหนังสือเวียน
1. :หนังสือถึงผู้รับเป็นจำนวนมาก
2. :มีใจความอย่างเดียวกัน
3. :มีรหัสตัวพยัญชนะ " ว "ที่หน้าเลขทะเบียนหนังสือส่ง
4. :ถูกทุกข้อ:4
136: ข้อใดมิใช่ส่วนประกอบของตรารับหนังสือ
1. :เลขที่
2. :วันที่
3. :เวลา
4. :ลงชื่อผู้รับ:4
137: ตรารับหนังสือราชการเป็นรูปสีเหลี่ยมผืนผ้าตามขวาง มีขนาดมาตรฐานเท่าใด
1. :2" X 2.5"
2. :2" X 3"
3. :2.5 X 5 ซม.
4. :5 X 2.5 ซม.:3
138: มาตรฐานของกระดาษ A 4 มีขนาดเท่าใด
1. :148 มม. X 210 มม.
2. :229 มม. X 324 มม.
3. :52 มม. X 74 มม.
4. :210 มม. X 297 มม.:4
139: ตราครุฑที่ใช้เป็นแบบพิมพ์ ในระเบียบงานสารบรรณขนาดใหญ่ มีความสูงเท่าใด
1. :3 ซม.
2. :2 ซม.
3. :1.5 ซม.
4. :5 ซม.:1
140: ซองที่ใช้ในระเบียบงานสารบรรณมีกี่ขนาด
1. :4 ขนาด
2. :5 ขนาด
3. :6 ขนาด
4. :7 ขนาด:1
141: การประทับตรารับหนั


จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบราชการทุกหน่วยงาน     083-067-4168
admin ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
งานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย อปท.อบต. เทศบาล
1. พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 มีผลบังคับใช้เมื่อใด

ก. 5 พฤศจิกายน 2550 ข. 6 พฤศจิกายน 2550

ค. 25 พฤศจิกายน 2550 ง. 26 พฤศจิกายน 2550

2. ข้อใดหมายถึงภัยทางอากาศ

ก. อากาศเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ข. การเกิดอุบัติเหตุจากเครื่องบินตก

ค. ภัยอันเกิดจากการโจมตีทางอากาศ ง. ภัยจากหิมะหรือลูกเห็บ

3. ข้อใดคือสาธารณภัย พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550

ก. ภัยแล้ง ข. โรคระบาดในสัตว์

ค. วาตภัย ง. ถูกทุกข้อ

4. ข้อใดหมายถึงภัยทางอากาศ

ก. อากาศเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ข. การเกิดอุบัติเหตุจากเครื่องบินตก

ค. ภัยอันเกิดจากการโจมตีทางอากาศ ง. ภัยจากหิมะหรือลูกเห็บ

5. “การกระทำใดๆ อันเป็นการมุ่งทำลายทรัพย์สินของประชาชนหรือของรัฐโดยมุ่งหมายที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของรัฐ” เป็นความหมายของข้อใด

ก. ภัยทางอากาศ ข. การก่อวินาศกรรม

ค. อุบัติเหตุ ง. ภัยธรรมชาติ

6. ข้อใดไม่ใช่หน่วยงานของรัฐตามความหมายในพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550

ก. กรมการปกครอง ข. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

ค. กระทรวงมหาดไทย ง. องค์การบริหารส่วนจังหวัด

7. ข้อใดไม่ใช่ความหมายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งพื้นที่

ก. องค์การบริหารส่วนจังหวัด ข. องค์การบริหารส่วนตำบล

ค. เทศบาล ง. เมืองพัทยา

8. ข้อใดไม่ใช่ความหมายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งพื้นที่

ก. องค์การบริหารส่วนตำบล ข. เมืองพัทยา

ค. เทศบาล ง. กรุงเทพมหานคร

9. ข้อใดไม่ใช่จังหวัดตามความหมายของพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550

ก. ชลบุรี ข. เชียงใหม่

ค. กรุงเทพมหานคร ง. อุบลราชธานี

10. ผู้ใดเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550

ก. นายกรัฐมนตรี ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ค. อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ง. อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

11. ข้อใดคือชื่อย่อของคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ

ก. กปร. ข. กปช.

ค. กปภ.ร. ง. กปภ.ช.

ตอบ ง. กปภ.ช.

12. ผู้ใดเป็นประธานกรรมการคณะกรรมการการป้องกันและและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ

ก. นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย

ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ค. ปลัดกระทรวงมหาดไทย

ง. ปลัดกระทรวงมหาดไทย

13. คณะกรรมการและการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติมีจำนวนกี่คน

ก. 12 คน ข. 13 คน

ค. 22 คน ง. 23 คน

14. ใครเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ก. นายกรัฐมนตรี ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

15. ผู้ใดเป็นกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ

ก. อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ข. รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ค. ข้าราชการระดับ 8 ในกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ง. ข้าราชการระดับ 7 ในกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

16. ผู้ใดมีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบายการจัดทำแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ

ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ข. อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ค. คณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ

ง. เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ

17. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละกี่ปี

ก. 1 ปี ข. 2 ปี

ค. 3 ปี ง. 4 ปี

18. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสามารถอยู่ในตำแหน่งไม่เกินกี่วาระติดต่อกัน

ก. 2 วาระ ข. 3 วาระ

ค. 4 วาระ ง. 5 วาระ

19. หน่วยงานใดของรัฐซึ่งมีหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการดำเนินการเกี่ยวกับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของประเทศ

ก. สภาความมั่นคงแห่งชาติ ข. กระทรวงกลาโหม

ค. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ง. สำนักข่าวกรอง

20. ผู้ใดเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ

ก. อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ค. นายกรัฐมนตรี

ง. คณะรัฐมนตรี

21. ผู้ใดมีตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550

ก. นายกรัฐมนตรี

ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ค. อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ง. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

22. ผู้ใดมีอำนาจควบคุมและกำกับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทั่วราชอาณาจักรให้เป็นไปตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ

ก. ผู้บัญชาการ ข. รองผู้บัญชาการ

ค. ผู้อำนวยการกลาง ง. ผู้อำนวยการจังหวัด

23. ผู้ใดมีตำแหน่งเป็นรองผู้บัญชาการตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550

ก. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ข. ปลัดกระทรวงมหาดไทย

ค. รองปลัดกระทรวงมหาดไทย

ง. รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

24. อธิบดีการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมีตำแหน่งใดตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550

ก. รองผู้บัญชาการ ข. ผู้อำนวยการกลาง

ค. รองผู้อำนวยการกลาง ง. ผู้ช่วยผู้อำนวยการกลาง

25. ผู้ใดมีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการจังหวัดตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550

ก. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ข. ผู้ว่าราชการจังหวัด

ค. นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ง. นายกเทศมนตรี

26. ผู้ใดมีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในเขตจังหวัด

ก. ผู้บัญชาการ ข. รองผู้บัญชาการ

ค. ผู้อำนวยการจังหวัด ง. ผู้อำนวยการท้องถิ่น

27. ผู้ใดมีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลการฝึกอบรมอาสาสมัคร ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ข. อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ค. ผู้ว่าราชการจังหวัด

ง. นายอำเภอ

28. ผู้ใดมีตำแหน่งเป็นรองผู้อำนวยการจังหวัด

ก. รองผู้ว่าราชการจังหวัด ข. ปลัดจังหวัด

ค. นายอำเภอ ง. นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด

29. ผู้ใดมีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการท้องถิ่น

ก. ผู้ว่าราชการจังหวัด ข. นายกองค์การบริหารส่วนตำบล

ค. นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ง. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

30. ปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีตำแหน่งใดตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550

ก. ผู้อำนวยการท้องถิ่น ข. รองผู้อำนวยการท้องถิ่น

ค. ผู้ช่วยผู้อำนวยการท้องถิ่น ง. อาสาสมัคร

จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบ งานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย อปท.อบต. เทศบาล
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
- แนวข้อสอบความสามารถทางด้านเหตุผล
- แนวข้อสอบวิชาภาษาไทย
- แนวข้อสอบ เหตุการณ์ การเมืองเศรษฐกิจและ สังคมในปัจจุบัน

- แนวข้อสอบด้านการใช้ทักษะการวิเคราะห์สถานการณ์และการแก้ไขปัญหา
ความรู้พื้นฐานในการปฎิบัติราชการ

- แนวข้อสอบ พรบ. ระเบียบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 แก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล
- แนวข้อสอบ พ.ร.ก ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
- แนวข้อสอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบัญ

- แนวข้อสอบ พรบ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539
- แนวข้อสอบระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544
- สรุป พรบ.ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติ พ.ศ. 2542
- สรุปสาระสำคัญระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2517
แนวข้อสอบความเหมาะสมกับตำแหน่ง
- ถาม - ตอบแนวข้อสอบพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
- แนวข้อสอบการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
- สรุปนโยบายเร่งด่วนของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
- สรุปพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. ๒๕๕๐


1. ข้อใดหมายถึง จุดหรืออุณหภูมิต่ำสุดที่ไอระเหยของของเหลวผสมกับอากาศจะสามารถเกิดการลุกไหม้ หลังจากมีการติดไฟ

ก. จุดติดไฟ ข. จุดวาบไฟ

ค. จุดระเบิด ง. ของเหลวติดไฟ

จ. การเดือดปะทุ

2. องค์ประกอบหลักของการติดไฟได้แก่ข้อใด

ก. ความร้อน และเชื้อเพลิง

ข. เชื้อเพลิง และออกซิเจน

ค. ออกซิเจน และความร้อน

ง. สารติดไฟ เชื้อเพลิง และความร้อน

จ. ความร้อน เชื้อเพลิง และออกซิเจน

3. ไฟชนิดใดเกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงประเภทของเหลว เช่น น้ำมันเบนซิน

ก. ชนิด เอ ข. ชนิด บี ค. ชนิด ซี ง. ชนิด ดี จ. ชนิด อี

4. การป้องกันโดยมีการตรวจจับควันไฟ ความร้อน หรืออื่นๆ เพื่อส่งสัญญาณที่ตรวจจับได้ให้กับอุปกรณ์ ควบคุมเพื่อท่าการสั่งงานให้ระบบระงับอัคคีภัยท่างาน เป็นการป้องกันอัคคีภัยแบบใด

ก. การป้องกันเชิงก่าจัด

ข. การป้องกันเชิงสัญญาณ

ค. การป้องกันเชิงรุก

ง. การป้องกันเชิงรับ

จ. การป้องกันเชิงพื้นที

5. การจัดพื้นที่ครอบครองเพื่อใช้ในการจัดระบบป้องกันควบคุมอัคคีภัยนั้น ข้อใดจัดเป็นพื้นที่ครอบครอง ประเภทที่ 3

ก. ส่านักงาน ข. โรงแรม

ค. โรงกลั่นน้ำมันโรงงานทอผ้า ง. โรงงานทอผ้า จ. โรงงานผลิตไม้ขีดไฟ

6. ถังดับเพลิงแบบโฟม สามารถใช้ดับไฟชนิดใด

ก. ชนิด ก (Class A) ข. ชนิด ข (Class B)

ค. ชนิด ค (Class C) ง. ข้อ ก และ ข ถูก

จ. ข้อ ข และ ค ถูก

7. ระบบหัวกระจายน้ำดับเพลิงในข้อใด เป็นระบบที่น้ำจะไหลผ่านหัวกระจายน้ำดับเพลิงทุกหัว ท่าให้มี ปริมาณน้ำในการดับเพลิงสูงกว่าระบบอื่นๆ

ก. ระบบเปิด ข. ระบบท่อแห้ง

ค. ระบบท่อเปียก ง. ระบบก๊าซเฉื่อย

จ. ระบบหน่วงการท่างาน
8. กรณีเนื้อที่อาคาร เกิน 250 ตารางเมตรแต่ไม่เกิน 500 ตารางเมตร และไม่มีท่อน้ำดับเพลิงของทางราชการ ต้องจัดเตรียมน้ำส่ารองในปริมาณเท่าใด

ก. 5,000 ลิตร ข. 7,500 ลิตร

ค. 10,000 ลิตร ง. 15,000 ลิตร จ. 2,5000 ลิตร

9. อุปกรณ์ตรวจจับควันไฟ เป็นส่วนประกอบใดของระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้

ก. อุปกรณ์เริ่มต้น ข. อุปกรณ์แจ้งเตือน

ค. แหล่งจ่ายก่าลังไฟฟ้า ง. แผงควบคุม

จ. อุปกรณ์ประกอบ

10. ปัจจัยที่มีผลต่อความรุนแรงของการระเบิดของฝุ่นละอองขนาดเล็ก ได้แก่ข้อใด

ก. ขนาดและปริมาณของฝุ่นละออง ข. สภาพความปั่นป่วนในระบบ

ค. สภาพความชื้นในบรรยากาศ ง. ข้อ ก และ ข ถูก จ. ข้อ ก ข และ ค ถูก

เฉลย 1. ก 2. จ 3. ข 4. ง 5. ค 6. ง 7. ก 8. ง 9. ก 10. จ

10. ข้อใดไม่ใช่ คณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (กปภ.ช.)

ก) ผู้บัญชาการทหารสูงสุด

ข) ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

ค) ข้าราชการกรมป้องกันฯ ที่อธิบดี ปภ. แต่งตั้ง

ง) ผู้มีความรู้หรือประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการผังเมืองและการป้องกันและบรรเทาสาธารณ ภัยที่ ครม. แต่งตั้ง

11. ข้อใดกล่าวถูกต้องสำหรับทรัพย์สินที่เสียหายจากการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ก) ต้องชดเชยความเสียหายแก่ผู้ได้รับประโยชน์จากการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ข) ต้องชดเชยความเสียหายแก่ผู้ที่มิใช่ผู้ได้รับประโยชน์จากการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ค) ไม่ต้องชดเชยค่าเสียหายแก่ผู้ที่มิใช่ผู้ได้รับประโยชน์จากการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ง) ถูกทั้งข้อ ก) และ ค)

12. อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยดำรงตำแหน่งใดในคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (กปภ.ช.) ตาม พ.ร.บ. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550

ก) ประธานกรรมการ ข) กรรมการ

ค) กรรมการและเลขานุการ ง) ไม่มีข้อใดถูก

13. ผู้ใดเป็นกรรมการในคณะกรรมการจัดทำแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด

ก) รองผู้ว่าราชการจังหวัด ข) ผู้บัญชาการมณฑลทหารบก

ค) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ง) ถูกทุกข้อ
14. ข้อใดมิใช่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งพื้นที่

ตาม พ.ร.บ. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550

ก) องค์การบริหารส่วนจังหวัด ข) องค์การบริหารส่วนตำบล

ค) เทศบาล ง) เมืองพัทยา

15. เมื่อเกิดอุทกภัยขึ้นในพื้นที่ ใครมีหน้าที่เข้าดำเนินการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยโดยเร็ว

ก) นายก อบต. ในฐานะผู้อำนวยการท้องถิ่น ข) นายก อบจ.

ค) ผู้ว่าราชการจังหวัด ง) นายกรัฐมนตรี

16. ผู้ใดทำหน้าที่เป็นเลขานุการของคณะกรรมการจัดทำแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด

ก) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ข) ปกครองจังหวัด

ค) หัวหน้าสำนักงานจังหวัด ง) ผู้แทนกรม ปภ.

17. ในกรณีที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานที่สั่งให้ขนย้ายทรัพย์สิน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดสาธารณภัยได้ง่ายออกจากอาคารหรือสถานที่ ให้เจ้าพนักงานสามารถขนย้ายทรัพย์สินนั้นได้ตามความจำเป็นแก่การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยโดยเจ้าพนักงานไม่ต้องรับผิดชอบบรรดาความเสียหายอันเกิดจากการกระทำดังกล่าว

ก) ใช่ ข) ไม่ใช่

18. ผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งพื้นที่ เป็นผู้อำนวยการท้องถิ่น มีหน้าที่อะไร

ก) มีหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในเขตท้องถิ่นของตน

ข) มีหน้าที่ช่วยเหลือผู้อำนวยการจังหวัดตามที่ได้รับมอบหมาย

ค) มีหน้าที่ช่วยเหลือผู้อำนวยการอำเภอตามที่ได้รับมอบหมาย

ง) ถูกทุกข้อ

19. กรณีเกิดสาธารณภัยร้ายแรงอย่างยิ่ง ผู้ใดมีอำนาจสั่งการทั้งฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหาร

ก) นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย

ข) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ค) ปลัดกระทรวงมหาดไทยหรือรองปลัดกระทรวงมหาดไทย

ง) นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

20. ตาม พ.ร.บ. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ผู้ใดมิได้เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลอาญา

ก) รองผู้อำนวยการ ข) ผู้ช่วยผู้อำนวยการ

ค) เจ้าพนักงาน ง) อาสาสมัคร

21. แผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของหน่วยงานของท่าน ตาม พ.ร.บ. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 กำหนดให้มีการปรับปรุงหรือทบทวนแผนเมื่อใด

ก) 2 ปี ข) 5 ปี

ค) เมื่อสถานการณ์เกี่ยวกับภัยเปลี่ยนแปลงไป ง) ข้อ ข) และ ค)

22. หน่วยงานหรือบุคคลที่มีหน้าที่จัดทำแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยตาม พ.ร.บ. นี้ ต้องจัดทำแผนให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาใดนับแต่วันที่ พ.ร.บ. นี้ใช้บังคับ

ก) 1 ปี ก) 2 ปี ค) 3 ปี ง) 5 ปี


1.สาธารณภัยคือ....
ตอบ....อัคคีภัย วาตภัย อุทกภัย และภัยอื่น ๆ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือมีผู้กระทำให้เกิด....

2.เจ้าพนักงานตาม พรบ.นี้เป็นเจ้าพนักงานตาม กม.ใด....
ตอบ...ตาม พรบ.ป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน พ.ศ. 2522 มาตรา 43

3.การค้นหาบุคคลต้องหาจากจุดใดของห้อง
ตอบ...ผนังข้างห้อง หรือ มุมห้อง

4.สถานีดับเพลิงควรตั้งอยู่ห่างจากที่ชุมชนหรือศูนย์การค้า กี่ ก.ม.
ตอบ... 2.4 กม.

5.เมื่อเกิดไฟไหม้เจ้าหน้าที่ต้องไปถึงจุดเกิดเหตุภายในกี่นาที
ตอบ...8 นาที







จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบราชการทุกหน่วยงาน     083-067-4168
admin ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
นักวิชาการเงินและบัญชี 3 ท้องถิ่น อปท.
1. เงินตราต่างประเทศเป็นเงินได้พึงประเมินต้องคำนวณเป็นเงินตราไทย โดยอ้างอิงคำนวณเป็นเงินตราไทย โดยอ้างอิงการคำนวณเป็นเงินตราไทยจากที่ใด

ก. ธนาคารแห่งประเทศไทย

ข. ธนาคารพาณิชย์ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์

ค. ธนาคารกลางโลก

ง´ ข้อ ก. และ ข. ถูกต้อง
2. เงินตราต่างประเทศที่เป็นเงินได้พึงประเมินต้องคำนวณเป็นเงินตราไทย ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเมื่อใด

ก. อัตราแลกเปลี่ยนในแต่ละวัน

ข. อัตราการแลกเปลี่ยนในวันถัดไป

ค. อัตราการเปลี่ยนในทุกวันจันทร์ต่อสัปดาห์ ของตลาดหลักทรัพย์

ง. อัตราการเปลี่ยนในทุกวันศุกร์สุดสัปดาห์ ของตลาดหลักทรัพย์

3. กรณีที่ใช้อัตราการแลกเปลี่ยนของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือธนาคารพาณิชย์ต้องใช้เพียงธนาคารใด ธนาคารหนึ่งเพียงธนาคารเดียว หากต้องการเปลี่ยนธนาคารที่อ้างอิงอัตราการแลกเปลี่ยนต้องอนุมัติจากผู้ใด

ก. อธิการบดีสรรพากร

ข. ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

ค. รัฐมนตรีการกระทรวงการคลัง

ง. ปลัดกระทรวงการคลัง




4. รางวัลที่ได้จากการชิงโชค เป็นเงินพึงประเมินรูปแบบใด

ก. ทรัพย์สินซึ่งอาจคิดคำนวณเป็นเงินได้

ข. ไม่มีการประเมินใดๆในรางวัล

ค. ประโยชน์ซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน

ง. ทรัพย์สินหรือรางวัลได้รับการยกเว้น ไม่ต้องเสียภาษี

5. บ้านพักที่จัดให้อยู่ฟรี จัดเป็นเงินได้พึงประเมินรูปแบบใด

ก. ทรัพย์สินซึ่งอาจคิดคำนวณเป็นเงินได้

ข. ประโยชน์ซึ่งอาจคำคำนวณได้เป็นเงิน

ค. ทรัพย์สินหรือรางวัลได้รับการยกเว้น ไม่ต้องเสียภาษี

ง. ถูกทุกข้อ

6. ได้รับค่าตอบแทนเป็น “หุ้น” จัดเป็นเงินได้พึงประเมินรูปแบบใด

ก. ทรัพย์สินซึ่งอาจคิดคำนวณเป็นเงินได้

ข. ประโยชน์ซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน

ค. ค่าตอบแทน ที่ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องเสียภาษี

ง. ถูกทุกข้อ
7. การคำนวณเครดิตเงินปันผล เพื่อบรรเทาภาษีซ้ำซ้อนของเงินปันผลที่ส่วนหนึ่งได้เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลไปแล้วคำนวณได้จาก

ก. เงินปันผล x
ข. เงินปันผล x 100
ค. เงินปันผล x
ง. เงินปันผล x

8. ผู้มีเงินได้จากส่วนแบ่งกำไรจากกองทุนรวม สามารถคำนวณเครดิตเงินปันผลได้โดยมีการคำนวณอย่างไร

ก. 30% ของเงินปันผลจากกองทุน

ข. เงินปันผล x

ค. 5% จากมูลค่าทั้งหมดของกองทุนรวม

ง. เงินได้จากกองทุนไม่มีสิทธิ์ได้รับเครดิตภาษี เนื่องจากไม่ต้องเสียภาษีอยู่แล้ว

9. แหล่งเงินได้ของผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 41พิจารณาอย่างไร

ก. เงินได้เกิดจากแหล่งในประเทศ คือหน้าที่การงานกิจกรรม ทรัพย์สิน หรือ กิจการของนายจ้างที่เกิดขึ้น สืบเนื่องหรือเกิดในประเทศไทย

ข. เงินได้เกิดจากแหล่งนอกประเทศ คือหน้าที่การงาน กิจการงานหรือทรัพย์สินในต่างประเทศ โดยประกอบด้วยองค์ประกอบ 2 ประการ คือผู้อยู่ในประเทศไทยในปีภาษีนั้นและนำเงินได้เข้ามาในประเทศในปีภาษีนั้น

ค. ถูกทั้งสองข้อ

ง. ไม่มีข้อใดถูกต้อง
10. ผู้อยู่ในประเทศ ตามประมวลรัษฎากร หมายถึงผู้ที่อยู่ในประเทศเป็นระยะเวลานานเท่าใด

ก. ผู้อยู่ในประเทศไทยชั่วระยะเวลา ไม่จำกัดระยะเวลา

ข. ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยเวลาหนึ่งหรือ หลายเวลารวมทั้งหมดถึง 3 เดือนขึ้นไป

ค. ผู้ที่อยู่ในประเทศในเวลาหรือ หลายเวลารวมทั้งหมดถึง 180 วัน

ง. ไม่มีข้อถูก
11. นายจอห์น ชาวต่างชาติ เข้ามาในประเทศไทย เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2547 และกลับออกไปโดยได้รับเงินจำนวน 50,000 บาท เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2548 นายจอร์น ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเท่าใด

ก. ไม่ต้องเสียภาษี

ข. เสียภาษี 5% ของรายได้

ค. หาข้อสรุปไม่ได้

ง. ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของนายจอห์น
12. ข้อใดไม่ใช่เป็นบุคคลที่ได้รับยกเว้นเงินได้บุคคลธรรมดา

ก. บุคคลตามข้อผูกพันที่ประเทศไทยมีสัญญาว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจ หรือทางเทคนิคระหว่างไทยกับต่างชาติ

ข. สถานเอกอัครราชทูต สถานทูต สถานกงสุลใหญ่ สถานกงสุล

ค. บุคคลสัญชาติอเมริกาที่ปฏิบัติงานในนิติบุคคลตามกฎหมายสหรัฐอเมริกา และไทยให้ความยินยอม

ง. บุคคลในธนาคารต่างประเทศที่มีสำนักงานอยู่ในประเทศไทย

13. ข้อใด มิใช่เงินได้ที่รับยกเว้นภาษีบุคคลธรรมดา

ก. ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าพาหนะที่จ่ายไปโดยสุจริต เนื่องในงานของตน

ข. เงินปันผลจากกิจการส่งเสริมการลงทุน

ค. เงินที่ได้จากการขายสังหาริมทรัพย์อันเป็นมรดก หรือมิได้มุ่งในการค้าหรือหากำไร

ง. เงินจากการถูกล๊อตตารี่ รางวัลที่ 1

14. ข้อใด มิใช่แหล่งเงินได้ในประเทศไทย

ก. แสดงทำงานต่างประเทศและถูกเงินกลับให้ภรรยา

ข. ภรรยาของแดง ทำงานเป็นแม่บ้านของบริษัทในประเทศไทย

ค. แม่ของแดง มีกิจการร้านอาหารในประเทศไทย

ง. แดงมีทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย

15. นายหม่ำ เป็นพนักงานบริษัทประเทศไทย ได้เดินทางไปใช้ชีวิตในอังกฤษ บริษัทได้จ่ายเงินเดือนในปีภาษี 2548 โดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารหม่ำที่ประเทศอังกฤษ นายบอยต้องชำระภาษีหรือไม่ เพราะอะไร

ก. ต้องชำระในปี 2548 เพราะเงินได้เกิดจากหน้าที่งานที่ทำในประเทศไทย

ข. ต้องชำระภาษีในปี 2548 เพียงบางส่วนเท่านั้น โดยคำนวณจากวันที่ทำงานใน ประเทศไทย

ค. ไม่ต้องชำระภาษีใด ในประเทศ เพราะไปทำงานต่างประเทศ

ง. ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง
16. หากนายหม่ำ เป็นคนสัญชาติอังกฤษ แต่เป็นพนักงานบริษัทในประเทศไทย และได้เดินทางไปใช้ชีวิตในอังกฤษ บริษัทได้จ่ายเงินเดือนในปีภาษี 2548 โดยโอนเข้าบัญชีธนาคาร นายหม่ำที่ประเทศอังกฤษ นายหม่าต้องชำระภาษีหรือไม่ เพราะเหตุใด

ก. จะเสียภาษีก็ได้หรือไม่เสียก็ได้ ได้รับการยกเว้น

ข. ต้องชำรพภาษีในปี 2548 เพราะเงินได้เกิดจากหน้าที่งานที่ทำในประเทศไทย

ค. ไม่ต้องชำระภาษีใดๆ ในประเทศ เพราะเป็นชาวต่างประเทศ

ง. ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง
17. แหล่งเงินได้นอกประเทศไทย จะถือเป็นเงินได้พึงประเมินที่ต้องชำระภาษี กรณีใดบ้าง
ก. หน้าที่งานที่ทำในต่างประเทศ

ข. กิจการที่ทำในต่างประเทศ

ค. ทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศ

ง. ถูกทุกข้อ

18. กรณีเงินได้ที่เกิดจาก “หน้าที่งานที่ทำต่างประเทศ” “กิจการที่ทำในต่างประเทศ” หรือ “ทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศ” จะต้องเสียภาษีต้องมีองค์ประกอบใดด้วย

ก. เป็นผู้ที่อยู่ในประเทศไทยในปีภาษีนั้นรวมกัน 180วัน

ข. เงินได้เข้าประเทศในปีภาษีนั้น

ค. ถูกทั้งสองข้อ

ง. ผิดทั้งสองข้อ
19. นายสมบัติ มีกิจการอยู่ในต่างประเทศ แต่อยู่ในประเทศไทย เดือนเว้นเดือน มีระยะเวลาไม่ต่อเนื่องในปี 2548 นำเงินได้เข้ามาในประเทศในปีภาษี 2548 นำเงินได้เข้ามาในประเทศไทยในปีภาษี 2548 เป็นเงิน 20 ล้านบาท ต้องเสียภาษีในประเทศหรือไม่

ก. ต้องเสียภาษี

ข. ไม่ต้องเสียภาษี

ค. ไม่ชัดเจน

ง. ไม่มีข้อถูก
20. นายสมบัติ มีกิจการอยู่ในต่างประเทศ แต่อยู่ในประเทศไทย เดือนเว้นเดือน มีระยะเวลาไม่ต่อเนื่องในปี 2548 นำเงินได้เข้ามาในประเทศในปีภาษี 2549 เป็นเงิน 20 ล้านบาท หากปี พ.ศ. 2549 นายสมบัติกลับเข้ามาประเทศไทย 1 ธันวาคม 2549 – 31 ธันวาคม 2549 จะต้องเสียภาษีหรือไม่ และต้องเสียภาษีในปีภาษีใด

ก. ต้องเสียภาษีเฉพาะในปีงบประมาณ 2548

ข. ต้องเสียภาษีเฉพาะในปีงบประมาณ 2549

ค. ต้องเสียภาษีในปีงบประมาณ 2548 และปีงบประมาณ 2549

ง. ไม่ต้องเสียภาษี

21. เงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 ที่นำมาคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา มีกี่ประเภท
ก. 5 ประเภท

ข. 6 ประเภท

ค. 7 ประเภท

ง. 8 ประเภท

22. ข้อใด คือเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40(1) ในส่วนของเงินได้เนื่องจากจ้างแรงงาน

ก. เงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส บำเหน็จบำนาญ

ข. เงินค่าเช่าบ้านจากนายจ้าง

ค. เงินได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านโดยไม่ต้องเช่า

ง. ถูกทุกข้อ
23. เงินได้พึงประเมิน มาตรา 40 (2) หมายถึงเงินได้ประเภทใดบ้าง

ก. ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด

ข. เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส

ค. เงิน ทรัพย์ หรือประโยชน์ที่ได้เนื่องจากหน้าที่ ตำแหน่ง หรือรับทำงาน ไม่ว่าจะเป็นประจำหรือชั่วคราว

ง. ถูกทุกข้อ

24. ข้อใด คือความหมายของเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40(3)

ก. ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น

ข. เงินปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรม หรือคำพิพากษาของศาล

ค. ถูกทั้งสองข้อ

ง. ผิดทั้งสองข้อ
25. ข้อใด มิใช่ เงินได้พึงประเมิน มาตรา 40(4)

ก. ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืม

ข. เงินปันผล เงินส่วยแบ่งกำไร

ค. เงินโบนัสที่จ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้น

ง. เงินที่นายจ้างชำระหนี้ให้ลูกจ้าง จากหน้าที่หรือตำแหน่งหรือรับทำงานให้

26. เงินได้พึงประเมินจากการให้เช้าทรัพย์สิน จัดว่าเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตราใด

ก. มาตรา 40 (1)

ข. มาตรา 40(3)

ค. มาตรา 40(5)

ง. มาตรา 40(7)
27. รายได้จากการว่าความของทนายความ เป็นเงินได้พึงประเมิน ตามมาตราใด

ก. มาตรา 40 (2)

ข. มาตรา 40(4)

ค. มาตรา 40(6)

ง. มาตรา 40(8)
28. การหักค่าใช้จ่ายสำหรับเงินได้ประเภทที่ 1 และ 2 หักค่าใช้จ่ายได้ประเภทที่ 1 และ 2 หักค่าใช้จ่ายได้ร้อยละ เท่าใด และไม่เกินเท่าใด

ก. ร้อยละ 30 แต่ไม่เกิน 50,000 บ.

ข. ร้อยละ 30 แต่ไม่เกิน 60,000 บ.

ค. ร้อยละ 40 แต่ไม่เกิน 50,000 บ.

ง. ร้อยละ 40 แต่ไม่เกิน 60,000 บ.

29. การหักค่าใช้จ่ายสำหรับเงินได้ประเภทใดที่หักค่าใช้จ่ายร้อยละ 70

ก. เงินได้จากการธุรกิจ การพาณิชย์

ข. เงินได้จากค่าลิขสิทธิ์

ค. เงินได้จากการรับเหมา

ง. เงินได้จากการประกอบโรคศิลป์
30. ดารา นักแสดง นักกีฬา นักร้อง หรือผู้ให้ความบันเทิงใดๆ สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ในอัตราเท่าใด

ก. เงินได้ส่วนที่ไม่เกิน 300,000 บาท หักค่าใช้จ่ายได้ในอัตราร้อยละ 60

ข. ส่วนเกิน 300,000 บาท หักค่าใช้จ่ายได้ในอัตราร้อยละ 40

ค. เงินได้หักค่าใช้จ่ายแล้วรวมกันต้องไม่เกิน 600,00 บาท

ง. ถูกทุกข้อ

จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบนักวิชาการเงินและบัญชี 3 ท้องถิ่น อปท.
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
- แนวพรบ. ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น 2542

- แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบการเงินและบัญชี
- แนวข้อสอบ ข่าว และเหตุการณ์ปัจจุบัน การเมืองเศรษฐกิจและ สังคม
- แนวข้อสอบ ระเบียบว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่าย การฝากเงิน การเก็บเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2547
- แนวข้อสอบ พรบ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540
- แนวข้อสอบ ระเบียบมหาดไทยว่าด้วยการงบประมาณองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- แนวข้อสอบการบัญชีเบื้องต้น
- แนวข้อสอบพระราชกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542
- แนวข้อสอบระเบียบว่าด้วยการตรวจสอบภายในของ อปท.2545



1. ใครเป็นผู้เก็บรักษาลูกกุญแจตู้นิรภัย
1. รองนายก อบต. 2. กรรมการเก็บรักษาเงิน 3. ปลัด อบต. 4. หัวหน้าส่วนการคลัง
2. คำตอบในข้อใดที่จัดไม่เข้าพวกกับคำตอบในข้ออื่น ๆ
1. ฉิ่ง 2. ซอ 3. กลอง 4. ระนาด
3. ถ้าผู้มีสิทธิรับเงินไม่สามารถรับเงินด้วยตนเองได้จะมอบฉันทะให ้ผู้อื่นเป็นผู้รับแทนจะต้องได้รับอนุญาตจากใคร
1. นายก อบต. 2. ปลัด อบต. 3. หัวหน้าหน่วยงานคลัง 4. นายอำเภอ
4. การกำหนดสมัยประชุมสามัญเพื่อพิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณราย จ่ายประจำปี ต้องพิจารณาในเดือนใด
1. กุมภาพันธ์ 2. มิถุนายน 3. สิงหาคม 4. แล้วแต่สภา อบต. กำหนด
5. ผู้ใดเป็นผู้มีอำนาจให้ความเห็นชอบกรณีที่ อบต. ทำกิจการนอกเขตสภา อบต. หรือกรณีร่วมกับสภาตำบล อบต.
หรือ อบจ. หรือหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นอื่นเพื่อทำกิจการร่วมกัน ได้
1. สภา อบต. 2. นายก อบต. โดยมติสภา
3. นายอำเภอ 4. ผู้ว่าราชการจังหวัด
6. การเก็บเอกสารที่ดีที่สุดควรปฏิบัติอย่างไร
1. เก็บเอกสารที่มีระบบเดียวตลอด 2. เก็บเอกสารที่มีอุปกรณ์พร้อม
3. เก็บเอกสารไว้อย่างเป็นระบบ 4. เก็บเอกสารให้เป็นอย่างปัจจุบัน
7. การเก็บหนังสือราชการโดยปกติให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่ากี่ปี
1. 5 ปี 2. 10 ปี 3. 15 ปี 4. ไม่มีข้อถูก
8. คำตอบในข้อใดที่จัดไม่เข้าพวกกับคำตอบในข้ออื่น ๆ
1. มะขาม 2. มะยม 3. มะปราง 4. มะนาว
9. ข้อใดเป็นตำแหน่งข้าราชการการเมือง
1. เลขานุการนายกรัฐมนตรี 2. เลขานุการคณะรัฐมนตรี 3. ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี 4. ปลัดกระทรวง
10. คณะกรรมการการพัฒนาองค์การบริหารส่วนตำบล มีประธานกรรมการคือ
1. ประธานสภา อบต. 2. ปลัด อบต. 3. นายก อบต. 4. ผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับการคัดเลือก
11. ในกรณีที่ยังไม่มีประธานสภา อบต. หรือประธานสภา อบต. ไม่เรียกประชุมตามกฎหมาย บุคคลใดเป็นผู้เรียก
และเป็นผู้เปิดหรือปิดการประชุม
1. ผู้ว่าราชการจังหวัด 2. นายอำเภอ 3. นายก อบต. 4. ประธานสภา อบต.
12. จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมี
1. 500 คน 2. 400 คน 3. 200 คน 4. 700 คน
13. การเสนอญัตติร่างข้อบัญญัติองค์การบริการส่วนตำบลข้อใด ถูกต้อง
1. การเสนอญัตติร่างองค์การบริหารส่วนตำบลอื่น ๆ ต่อประธานสภา อบต. จะต้องมีสมาชิดสภา อบต. รับรอง
อย่างน้อย 2 คน
2. การเสนอญัตติร่างองค์การบริหารส่วนตำบลใด ถ้าคณะผู้บริหาร อบต.เป็นผู้เสนอไม่ต้องมีผู้รับรอง
3. ถ้าสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นผู้เสนอร่างข้อบังคับตำบ ลเกี่ยวด้วยการเงินต้องให้นายก อบต.
รับรอง
4. ถูกทุกข้อ
14. ใครมีอำนาจกำกับดูแลการปฏิบัติงานขององค์การบริหารส่วนตำบล
1. นายอำเภอ 2. ผู้ว่าราชการจังหวัด
3. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 4. อธิบดีกรมการปกครอง
15. ในกรณีที่สภา อบต. ส่งร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีของ อบต. ให้นายอำเภออนุมัติ แต่ปรากฏ
ล่วงเลยมา 20 วัน แล้วยังไม่มีคำตอบ จากนายอำเภอ ข้อบัญญัติดังกล่าวจะมีผลอย่างไร
1. ให้ถือว่านายอำเภออนุมัติร่างขอบัญญัติดังกล่าว 2. สภา อบต. ทวงถามขอส่งร่างข้อบัญญัตินั้นคืนมาให้สภาทบทวน
3. ร่างข้อบัญญัตินั้นเป็นอันตกไป
4. สภา อบต. นำร่างข้อบัญญัตินั้นมาทบทวนถ้ายืนยันตามร่างเดิมด้วยคะแนนเสีย ง ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิก
สภา อบต. เท่าที่มอยู่ให้ส่งให้นายก อบต. ประกาศใช้ข้อบัญญัตินั้นได้เลย

16. ในเขต อบต. บุคคลใดมีอำนาจเปรียบเทียบปรับคดีละเมิดข้อบัญญัติ
1. ประธานสภา อบต. 2. สมาชิกสภา อบต. 3. นายก อบต. 4. เลขานุการสภา อบต.
17. ข้อใดเป็นรายได้ที่ อบต. จัดเก็บเอง
1. ภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีป้าย อากรฆ่าจ๋าจ๊ะและค่าธรรมเนียมรวมถึงผลประโยชน์อื่นอัน
เกิดจากการฆ่าจ๋าจ๊ะ
2. ภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์และล้อเลื่อน ภาษีธุรกิจเฉพาะ
3. ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน 4. ภาษีมูลค่าเพิ่ม
18. ข้อใดไม่ใช้รายจ่ายประจำ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยวิธีงบประมาณขององค์กรปกครองส่ วนท้องถิ่น
1. หมวดเงินเดือนและค่าจ้างประจำ 2. หมวดค่าจ้างชั่วคราว
3. หมวดเงินค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ 4. หมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง
19. บุคคลใดเป็นผู้เรียกประชุมสภา อบต. ตามสมัยประชุม และเป็นผู้เปิดหรือปิดการประชุม
1. ผู้ว่าราชการจังหวัด 2. นายอำเภอ 3. นายก อบต. 4. ประธานสภา อบต.
20. ผู้ใดมีอำนาจในการถอนเงินฝากขององค์การบริหารส่วนตำบล
1. นายก อบต. กับ ปลัด อบต. 2. นายก อบต. กับ หัวหน้าส่วนการคลัง
3. นายก อบต. หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย กับ ปลัด อบต. หรือ ผู้ที่ได้รับมอบหมาย
4. นายก อบต. หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย กับ รองนายก อบต. หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
21. หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทำขึ้นหรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการ มีกี่ชนิด
1. 1 ชนิด 2. 2 ชนิด 3. 3 ชนิด 4. 4 ชนิด
22. ข้อใดมิได้เป็นเงินรายได้ของ อบต.
1. เงินอุดหนุนที่รัฐจัดสรรให้ 2. รายได้จากทรัพย์สินของ อบต.
3. เงินค่าธรรมเนียมที่เก็บจากผู้มาพักโรงแรม 4. เงินค่าบริการน้ำประปาแก่ประชาชน
23. การปฏิบัติกับหนังสือที่ต้องเก็บไว้ตลอดไป คือ
1. ให้เก็บโดยมิดชิด ปลอดภัยและกำหนดความเร่งด่วนในการขนย้าย
2. เก็บใส่ตู้เอกสารที่มั่นคงแข็งแรงและกำหนดชั้นความลับ
3. ให้ประทับตราคำว่า “ห้ามทำลาย” ด้วยหมึกสีแดงที่หน้าแฟ้มเรื่องนั้น
4. เก็บให้เป็นระเบียบ แล้วแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบทั่วกัน
24. ข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายของ อบต. เมื่อสภา อบต. เห็นชอบแล้วต้องเสนอบุคคลใดเป็นผู้อนุมัติก่อน อบต.
นำไปประกาศใช้
1. ผู้ว่าราชการจังหวัด 2. นายอำเภอ 3. นายก อบต. 4. ประธานสภา อบต.
25. บุคคลใดเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหา รส่วนตำบล พ.ศ. 2537
1. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 2. ปลัดกระทรวงมหาดไทย
3. ผู้ว่าราชการจังหวัด 4. นายกรัฐมนตรี
26. การจ่ายเงินในข้อใดต่อไปนี้ให้ผู้จ่ายเงินทำใบรับรองการจ่ายเงิ นโดยไม่ต้องทำบันทึกแจ้งเหตุผล
1. การจ่ายเงินรายหนึ่ง ๆ เป็นจำนวนเงินไม่ถึงสิบบาท
2. การจ่ายเงินค่ารถ หรือเรือนั่งรับจ้าง
3. การจ่ายเงินเป็นค่าโดยสารรถไฟ รถยนต์ประจำทางหรือเรือยนต์ประจำทาง
4. ถูกทุกข้อ
27. แผนปฏิบัติการให้จัดทำแล้วเสร็จภายในเดือนใดของปีงบประมาณนั้น
1. มิถุนายน 2. ตุลาคม 3. สิงหาคม 4. ธันวาคม
28. การจัดทำและทบทวนแผนพัฒนาสามปีให้แล้วเสร็จภายในเดือนใดก่อนงบป ระมาณประจำปี
1. มิถุนายน 2. ตุลาคม 3. สิงหาคม 4. ธันวาคม
29. ข้อไดมิได้เป็นรายได้ของ อบต.
1. เงินอุดหนุนที่รัฐจัดสรรให้ 2. รายได้จากทรัพย์สินของ อบต.
3. เงินค่าธรรมเนียมที่เก็บจากผู้มาพักโรงแรม 4. เงินค่าปริการน้ำประปาแก่ประชาชน
30. การยกฐานะ อบต. เป็นเทศบาลต้องตราเป็นกฎหมายใด
1. พระราชกฤษฎีกา 2. พระราชบัญญัติ 3. ระเบียบกระทรวงมหาดไทย 4. ประกาศกระทรวงมหาดไทย

31. คณะรัฐมนตรีตามธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีกี่คน
1. 34 2. 35 3. 36 4. 40
32. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการตั้งกระทู้ถามในการประชุมสภา อบต.
1. กระทู้ถามไม่มีการอภิปรายและไม่มีการลงมติ
2. ห้ามไม่ให้สมาชิกสภา อบต. ตั้งกระทู้ถามกันเอง
3. คณะผู้บริหารจะต้องตอบกระทู้กระทู้ถามนั้นทุกครั้ง
4. กระทู้ถามต้องทำเป็นหนังสือเสนอล่วงหน้าต่อประธานสภา อบต.
33. ในกรณีตำแหน่งประธานสภา อบต. ว่างลงเพราะเหตุอื่นนอกจากถึงคราวออกครบวาระให้เลือกตั้งประธาน สภา
อบต. ขึ้นแทนภายในกี่วัน นับแต่วันที่ตำแหน่งนั้นว่าง
1. 15 วัน 2. 30 วัน 3. 45 วัน 4. 60 วัน
34. การบริหารงานในรูปแบบ อบต. นายก อบต. อาจแต่งตั้งรองนายก อบต. ได้ไม่เกินกี่คน
1. 1 คน 2. 2 คน 3. 3 คน 4. 4 คน
35. การปฏิบัติกับหนังสือที่ต้องเก็บไว้ตลอดไป คือ
1. ให้เก็บโดยมิดชิด ปลอดภัยและกำหนดความเร่งด่วนในหารขนย้าย
2. เก็บใส่ตู้เอกสารที่มั่นคงแข็งแรงและกำหนดชั้นความลับ
3. ให้ประทับตราคำว่า “ห้ามทำลาย” ด้วยหมึกสีแดงที่หน้าแฟ้มเรื่องนั้น
4. เก็บให้เป็นระเบียบ แล้วแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบทั่วกัน
36. นอกจากสมัยประชุมสามัญแล้ว เมื่อเห็นว่าเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ อบต. บุคคลใดสามารถทำคำร้องขอ
ให้เปิดประชุมสมัยวิสามัญได้
1. ประธานสภา อบต. 2. นายก อบต.
3. สมาชิกสภา อบต. จำนวนไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภา อบต. เท่าที่มีอยู่ 4. ถูกทุกข้อ
37. ข้อใดคือรายจ่ายเพื่อการลงทุน ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยวิธีงบประมาณขององค์กรปกครองส่ วนท้องถิ่น
1. หมวดเงินเดือนและค่าจ้างประจำ 2. หมวดค่าจ้างชั่วคราว
3. หมวดเงินค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ 4. หมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง
38. การกำหนดสมัยประชุมสามัญเพื่อพิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณราย จ่ายประจำปี ต้องพิจารณาในเดือนใด
1. กุมภาพันธ์ 2. มิถุนายน 3. สิงหาคม 4. แล้วแต่สภา อบต. กำหนด
39. หนังสือที่ต้องเก็บไว้เป็นหลักฐานทางราชการตลอดไป เช่น
1. เรื่องที่เกี่ยวกับการเงิน 2. เรื่องที่เกี่ยวกับระเบียบ 3. เรื่องที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ 4. ถูกทุกข้อ
40. คำขึ้นต้นของหนังสือภายในถึงบุคคลธรรมดา ใช้คำขึ้นต้นว่าอย่างไร
1. เรียน 2. ขอประทานเสนอ 3. ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของบุคคล 4. ถึง
41. คำตอบในข้อใดที่แตกต่างจากข้ออื่น
1. น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า 2. ลิ้นกับฟัน 3. ขิงก็ราข่าก็แรง 4. เกลือจิ้มเกลือ
42. บรรดาข้อความทั้งหลายที่ทางราชการเห็นควรเผยแพร่ให้ประชาชนทราย โดยทั่วไป เรียกว่าอะไร
1. เมื่อพนักงานส่วนตำบลเป็นหนี้ 2. มีงบประมาณเพื่อการนั้นแล้ว
3. ผู้ยืมได้ทำสัญญาการยืมเงินและรับรองว่าจะปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับหรือคำสั่งที่ได้กำหนดไว้สำหรับ
เรื่องนั้น
4. ข้อ ข และ ค ถูก
43. บรรดาข้อความทั้งหลายที่ทางราชการเห็นสมควรเผยแพร่ให้ประชาชนทร ายโดยทั่วไป เรียกว่าอะไร
1. แถลงการณ์ 2. ประกาศ 3. คำสั่ง 4. ข่าว
44. หนังสือราชการมีกี่ชนิด
1. 3 ชนิด 2. 4 ชนิด 3. 5 ชนิด 4. 6 ชนิด
45. การเบิกตัดปีจะกระทำได้ภายในเงื่อนไขใด
1. เป็นรายจ่ายงบกลาง หมวดค่าตอบแทน ใช้สอยและวัสดุเฉพาะรายจ่ายที่เกี่ยวกับการบำรุงดูแลรักษาที่ดิ น
และสิ่งก่อสร้างและหมวดค่าครุภัณฑ์ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง
2. ต้องทำสัญญากันไว้เรียบร้อยแล้วและมีกำหนดการสิ้นสุดแห่งสัญญาน ั้นไม่เกินเดือนกันยายนของปีใหม่
3. ให้วางฎีกาเบิกตัดปี ตามแบบที่กรมการปกครองกำหนดก่อนวันสิ้นปีอย่างน้อยสามสิบวัน 4. ถูกทุกข้อ

46. การจดบันทึก หรือรายงานการประชุมอาจทำได้กี่วิธี
1. 1 วิธี 2. 2 วิธี 3. 3 วิธี 4. 4 วิธี
47. ในปีหนึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลจะมีสมัยประชุมสามัญไม่เกินกี่ส มัย
1. 2 สมัย 2. 3 สมัย 3. 4 สมัย 4. 5 สมัย
48. ผู้ใดเป็นผู้มีอำนาจสั่งให้สมาชิดสภาอบต. ซึ่งได้รับการเลือกตั้งพ้นจากตำแหน่งเมื่อสอบสวนแล้วปรากฏว่าขา ดคุณ
สมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย หรือมิได้ประจำในหมู่บ้านที่ได้รับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันเ กิน 6
เดือน หรือขาดประชุมสภา อบต. ติดต่อกันสามครั้งโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
1. ประธานสภา อบต. 2. นายก อบต. โดยมติสภา 3. นายอำเภอ 4. ผู้ว่าราชการจังหวัด
49. การบริหารงานในรูปแบบ อบต. นายก อบต. อาจแต่งตั้งรองนายก อบต. ได้ไม่เกินกี่คน
1. 1 คน 2. 2 คน 3. 3 คน 4. 4 คน
50. ซองที่ใช้ในระเบียบงานสารบรรณมีกี่ขนาด
1. 4 ขนาด 2. 5 ขนาด 3. 6 ขนาด 4. 7 ขนาด
51. การจัดทำและทบทวนแผนพัฒนาสามปีให้แล้วเสร็จภายในเดือนใดก่อนงบป ระมาณประจำปี
1. มิถุนายน 2. ตุลาคม 3. สิงหาคม 4. ธันวาคม
52. ผู้มีอำนาจขยายเวลาจัดทำแผลพัฒนาสามปี คือผู้ใด
1. นายอำเภอ 2. ผู้บริหารท้องถิ่นที่ได้รับเลือก 3. สภาท้องถิ่น 4. ผู้ว่าราชการจังหวัด
53. คณะอนุกรรมการประสานแผนพัฒนาท้องถิ่นระดับอำเภอ มีประธานกรรมการคือ
1. นายอำเภอ 2. ผู้ว่าราชการจังหวัด
3. ผู้บริหารท้องถิ่นที่ได้รับเลือก 4. หัวหน้าส่วนราชการที่ได้รับแต่งตั้ง
54. ข้อใดคือคำย่อของกระทรวงมหาดไทย
1. มห. 2. มท. 3. มหท. 4. มด.
55. “หนังสือภายใน” หมายถึง
1. หนังสือที่ติดต่อภายในจังหวัดเดียวกัน 2. หนังสือที่ติดต่อภายในกรมเดียวกัน
3. หนังสือที่ติดต่อภายในกระทรวงเดียวกัน 4. ถูกทุกข้อ
56. สมาชิกสภา อบต. จำนวนไม่น้อยกว่ากี่คน ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิด
อภิปรายทั่วไปในการประชุมสภา อบต. เพื่อให้นายก อบต. แถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นในปัญหาเกี่ยวกับการบริหาร อบต. โดยไม่มีการลงมติ
1. หนึ่งในสอง 2. หนึ่งในสาม 3. สามในสี่ 4. สองในสาม
57. ในเขต อบต. บุคคลใดมีอำนาจเปรียบเทียบปรับคดีละเมิดข้อบัญญัติ
1. ประธานสภา อบต. 2. สมาชิกสภา อบต. 3. นายก อบต. 4. เลขานุการสภา อบต.
58. คำขึ้นต้นของหนังสือภายในถึงบุคคลธรรมดา ใช้คำขึ้นต้นอย่างไร
1. เรียน 2. ขอประทานเสนอ 3. ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของบุคคล 4. ถึง
59. พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 5 ) พ.ศ. 2546 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ
ใด และมีผลบังคับใช้เมื่อไหร่
1. 2 กุมภาพันธ์ 2546 มีผลบังคับใช้ 2 พฤษภาคม 2546
2. 22 กุมภาพันธ์ 2546 มีผลบังคับใช้ 22 กุมภาพันธ์ 2546
3. 2 ธันวาคม 2546 มีผลบังคับใช้ 3 ธันวาคม 2546
4. 22 ธันวาคม 2546 มีผลบังคับใช้ 23 ธันวาคน 2546
60. “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” ในระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทำและประสานแผนพัฒนาขององ ค์กรปก
ครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2546 ไม่ได้หมายถึงข้อใด
1. องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล
2. องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล เมืองพัทยา
3. องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องคุการบริหารส่วนตำบล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มี
กฎหมายจัดตั้ง
4. องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล เมืองพัทยา กรุงเทพ

จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบราชการทุกหน่วยงาน     083-067-4168
admin ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
เจ้าพนักงานจัดเก็บรายได้ อปท.อบจ. เทศบาล
ภาษีป้าย
1. ป้ายที่ต้องเสียภาษี
- ป้ายที่แสดงชื่อ ยี่ห้อ หรือเครื่องหมายที่ใช้ในการประกอบการค้าหรือประกอบกิจการอื่น
- เพื่อหารายได้ หรือโฆษณาสินค้า หรือกิจการอื่นเพื่อหารายได้
- แสดงหรือโฆษณาไว้ที่วัตถุใดๆ ด้วยอักษร ภาพ หรือเครื่องหมายที่เขียน แกะสลัก จารึก หรือทำให้ปรากฏด้วยวิธีอื่น
- ไม่เป็นป้ายที่ได้รับการยกเว้นภาษีป้าย
2. ป้ายที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีป้าย
1. ป้ายที่แสดงไว้ ณ บริเวณโรงมหรสพนั้นเพื่อโฆษณา
2. ป้ายที่แสดงไว้ที่สินค้าหรือที่สิ่งหุ้มห่อหรือบรรจุสินค้า
3. ป้ายที่แสดงไว้ในบริเวณงานที่จัดขึ้นเป็นครั้งคราว
4. ป้ายที่แสดงไว้ที่คนหรือสัตว์
5. ป้ายที่แสดงไว้ภายในอาคารที่ใช้ประกอบกิจการค้า
6. ป้ายของราชการ
7. ป้ายขององค์การที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายนั้นๆ และนำรายได้ส่งรัฐ
8. ป้ายของธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารเพื่อการเกษตร
และสหกรณ์การเกษตร และบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
9. ป้ายของโรงเรียนเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน
10. ป้ายของผู้ประกอบการเกษตรซึ่งค้าผลผลิตอันเกิดจากการเกษตรของตน
11. ป้ายของวัด หรือผู้ดำเนินการกิจการเพื่อประโยชน์แก่ศาสนา หรือการกุศลสาธารณะโดยเฉพาะ
12. ป้ายของสมาคมหรือมูลนิธิ
13. ป้ายตามที่กำหนดในกฎกระทรวง เช่น กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510
1. ป้ายที่ติดตั้งหรือแสดงไว้ที่รถยนต์ส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์ รถบดถนน หรือรถแทรคเตอร์
2. ป้ายที่ติดตั้งหรือแสดงไว้ที่ล้อเลื่อนตามกฎหมายว่าด้วยล้อเลื่อน
3. ป้ายที่ติดตั้งหรือแสดงไว้ที่ยานพาหนะนอกเหนือ 1 และ 2 โดยมีพื้นที่ไม่เกินห้าร้อยตารางเซนติเมตร
3. ผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้าย
1) เจ้าของป้าย
2) ในกรณีที่ไม่มีผู้ยื่นแบบฯ หรือเมื่อ พนง. จนท. ไม่อาจหาตัวเจ้าของป้ายนั้นได้ ให้ถือว่าผู้ครอบครองป้ายเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้าย ถ้าไม่อาจหาตัวผู้ครอบครองป้ายนั้นได้ให้ถือว่า เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารหรือที่ดินที่ป้ายนั้นติดตั้งหรือแสดงอยู่เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้ายตามลำดับ

4. ระยะเวลาการยื่นแบบฯเสียภาษีป้าย
1) เจ้าของป้ายต้องยื่นแบบ ภ.ป.1 ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี
2) ติดตั้งป้ายหลังเดือนมีนาคม หรือติดตั้งป้ายใหม่แทนป้ายเดิม หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขอันเป็นเหตุให้ต้องเสียภาษีป้ายเพิ่มขึ้น ให้ยื่นแบบฯภายใน 15 วัน
5. คำนวณพื้นที่ อัตราค่าภาษี และคำนวณภาษีป้าย
5.1 การคำนวณพื้นที่ป้าย ให้คำนวณเป็นตารางเซนติเมตร
5.2 อัตราภาษีป้าย แบ่งเป็น 3 อัตรา ดังนี้
1) ป้ายที่มีอักษรไทยล้วน ให้คิดอัตรา 3 บาทต่อห้าร้อยตารางเซนติเมตร
2) ป้ายที่มีอักษรไทยปนกับอักษรต่างประเทศและหรือปนกับภาพและหรือเครื่องหมายอื่นให้คิดอัตรา 20 บาทต่อห้าร้อยตารางเซนติเมตร
3) ป้ายดังต่อไปนี้ ให้คิดอัตรา 40 บาทต่อห้าร้อยตารางเซนติเมตร
- ป้ายที่ไม่มีอักษรไทยไม่ว่าจะมีภาพหรือเครื่องหมายใดหรือไม่
- ป้ายที่มีอักษรไทยบางส่วนหรือทั้งหมดอยู่ใต้หรือต่ำกว่าอักษรต่างประเทศ
4) ป้ายที่เปลี่ยนแปลงแก้ไขพื้นที่ป้าย ข้อความ ภาพ หรือเครื่องหมายบางส่วนในป้ายที่ได้เสียภาษีป้ายแล้วอันเป็นเหตุให้ต้องเสียภาษีป้ายเพิ่มขึ้น ให้คิดอัตราตาม 1) 2) หรือ 3) แล้วแต่กรณี และให้เสียเฉพาะจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้น
5) ป้ายตาม 1) 2) หรือ 3) เมื่อคำนวณพื้นที่ของป้ายแล้วถ้ามีอัตราที่ต้องเสียต่ำกว่าป้ายละ 200 บาท ให้เสียภาษีป้ายละ 200 บาท
5.3 การคำนวณค่าภาษี ให้คำนวณโดยนำพื้นที่ป้ายคูณด้วยอัตราภาษีป้าย เช่น ป้ายที่ต้องเสียภาษีมีพื้นที่ 10,000
ตารางเซนติเมตร เป็นป้ายประเภทที่ 2 ป้ายนี้เสียภาษีดังนี้ 10,000/ 500X 20 = 400 บาท
6. เงินเพิ่ม
ผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้ายจะต้องเสียเงินเพิ่มในกรณีและอัตราดังต่อไปนี้
1) ไม่ยื่นแบบฯ ภายในเวลาที่กำหนด ให้เสียเงินเพิ่มร้อยละสิบของค่าภาษีป้าย เว้นแต่ได้ยื่นแบบฯก่อนที่ พนง.จนท.แจ้งให้เสียเงินเพิ่มร้อยละห้าของค่าภาษีป้าย
2) ยื่นแบบฯโดยไม่ถูกต้อง ทำให้เสียภาษีลดลง ให้เสียเงินเพิ่มร้อยละสิบของค่าภาษีป้ายที่ประเมินเพิ่มเติม เว้นแต่กรณีได้มาขอแก้ไขแบบฯให้ถูกต้องก่อน พนง.จนท.แจ้งการประเมิน
3) ไม่ชำระภาษีภายในกำหนด ให้เสียเงินเพิ่มร้อยละสองต่อเดือนของค่าภาษีป้าย เศษของเดือนให้นับเป็นหนึ่งเดือน ทั้งนี้ไม่ให้นำเงินเพิ่มตาม 8.1 และ 8.2 มาคำนวณเป็นเงินเพิ่มตามข้อนี้ด้วย

7. บทกำหนดโทษ
1) ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ ให้ถ้อยคำเท็จ ตอบคำถามด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จหรือนำพยาน หลักฐานเท็จมาแสดงเพื่อหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีป้าย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2) ผู้ใดจงใจไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 5,000 บาทถึง 50,000 บาท
3) ผู้ใดไม่แจ้งการรับโอนป้ายหรือไม่แสดงรายการเสียภาษีป้ายไว้ ณ ที่เปิดเผยในสถานที่ประกอบกิจการต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 1,000 บาท ถึง 10,000 บาท
4) ผู้ใดขัดขวางการปฏิบัติของ พนง.จนท.หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งซึ่งสั่งให้มาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งบัญชีหรือเอกสารเกี่ยวกับป้ายมาตรวจสอบภายในกำหนดเวลาอันสมควร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 1,000 บาท ถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
8. การอุทธรณ์การประเมินภาษี
เมื่อผู้เสียภาษีได้รับแจ้งการประเมิน (ภ.ป.3) แล้วเห็นว่าการประเมินนั้นไม่ถูกต้อง มีสิทธิอุทธรณ์การประเมินต่อผู้บริหารท้องถิ่น โดยยื่นอุทธรณ์ผ่านเจ้าหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายไว้ โดยต้องยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน
ผู้อุทธรณ์มีสิทธิอุทธรณ์คำวินิจฉัยของผู้บริหารท้องถิ่นต่อศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์
9. การขอคืนเงินภาษีป้าย
ผู้ที่เสียภาษีป้ายโดยไม่มีหน้าที่ต้องเสียหรือเสียเกินกว่าที่ควรจะต้องเสีย ผู้นั้นมีสิทธิขอรับคืนเงินได้โดยยื่นคำร้องขอคืนภายใน 1 ปี นับแต่วันที่เสียภาษีป้าย

อัตราภาษีป้าย แบ่งเป็น 3 อัตรา ดังนี้
อัตราภาษีป้าย (ต่อ 500 ตารางเซนติเมตร)
ลักษณะ บาท
1) อักษรไทยล้วน 3
2) อักษรไทยปนกับอักษรต่างประเทศ/ภาพ/เครื่องหมายอื่น 20
3)ป้ายดังต่อไปนี้ 40
ก. ไม่มีอักษรไทย
ข. อักษรไทยบางส่วนหรือทั้งหมดอยู่ใต้ หรือต่ำกว่าอักษรต่างประเทศ
4) ป้ายที่เปลี่ยนแปลงแก้ไขพื้นที่ป้าย ข้อความ ภาพ หรือเครื่องหมายบางส่วนในป้ายได้เสียภาษีป้ายแล้วอันเป็นเหตุให้ต้องเสียภาษีป้ายเพิ่มขึ้น ให้อัตราตาม 1) 2) หรือ 3) แล้วแต่กรณี และให้เสียเฉพาะเงินภาษีที่เพิ่มขึ้น
5) ป้ายใดเสียต่ำกว่า 200 บาท ให้เสีย 200 บาท
การตีราคาปานกลาง
มาตรา 13 ให้นำราคาที่ดินในหน่วยที่ศึกษา ซึ่งซื้อขายกันโดยสุจริต ครั้งสุดท้ายไม่น้อยกว่า 3 ราย,
ไม่เกิน 1 ปี
มาตรา 14 ผู้ว่าราชการจังหวัด ตั้งแต่คณะกรรมการ
มาตรา 16 ตีราคาปานกลางทุกระยะ 4 ปี
มาตรา 18 ให้ดำเนินการภายในเดือนตุลาคมของปีที่จะครบรอบ 4 ปี
มาตรา 20 เจ้าของที่ดินไม่เห็นด้วย อุทธรณ์ต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ภายใน 30 วัน

ที่ดินที่ต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่
1. ที่ดินของบุคคลหรือคณะบุคคล มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน หรือสิทธิครอบครองอยู่ในที่ดินที่ไม่เป็นกรรมสิทธิของเอกชน ได้แก่ พื้นที่ดิน ภูเขาหรือน้ำด้วย (มาตรา 6)
2. ไม่เป็นที่ดินที่ได้รับการยกเว้นภาษีหรืออยู่ในเกณฑ์ลดหย่อน (มาตรา 8 และมาตรา 22)

การแต่งตั้ง เจ้าพนักงานประเมิน และ เจ้าพนักงานสำรวจ (มาตร 9)
1. เขตเทศบาล ให้นายกเทศมนตรี
2. นอกเขตเทศบาล ให้นายอำเภอท้องที่

ที่ดินที่เจ้าของที่ดินไม่ต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่ (มาตรา 8)
1. ที่ดินที่เป็นที่ตั้งพระราชวังอันเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน
2. ที่ดินที่เป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินหรือที่ดินของรัฐที่ใช้ใน กิจการของรัฐหรือสาธารณะโดยมิได้หาผลประโยชน์
3. ที่ดินของราชการส่วนท้องถิ่นที่ใช้ในกิจการของราชการส่วนท้องถิ่นหรือสาธารณะโดยมิได้หาผลประโยชน์
4. ที่ดินที่ใช้เฉพาะการพยาบาลสาธารณะ การศึกษา หรือการกุศลสาธารณะ
5. ที่ดินที่ใช้เฉพาะศาสนกิจศาสนาใดศาสนาหนึ่ง ที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของวัดไม่ว่าจะใช้ประกอบ ศาสนกิจศาสนาใดศาสนาหนึ่ง หรือที่ศาลเจ้าโดยมิได้หาผลประโยชน์
6. ที่ดินที่ใช้เป็นสุสานหรือฌาปนสถานสาธารณะโดยมิได้รับประโยชน์ตอบแทน

การลดหย่อนภาษีบำรุงท้องที่ (มาตรา 22)
บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินแปลงเดียวกันหรือหลายแปลงที่อยู่ในเขตจังหวัดเดียวกัน และที่ใช้ที่ดินนั้นเป็นที่อยู่อาศัยของตน เป็นที่เลี้ยงสัตว์ของตน หรือประกอบกสิกรรมของตนให้ลดหย่อนไม่ต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่ตามเกณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่ง ตามที่กำหนดในข้อบังคับดังนี้
(1) นอกเขตเทศบาล ลดหย่อนไม่เกิน 5 ไร่ แต่ไม่น้อยกว่า 3 ไร่ ทั้งนี้
(2) ในเขตเทศบาลตำบล ลดหย่อนไม่เกิน 1 ไร่ แต่ไม่น้อยกว่า 200 ตารางวา
(3) ในเขตเมืองพัทยาและเขตเทศบาลอื่นนอกจาก (2) ลดหย่อนได้ไม่เกิน 100 ตารางวา แต่ไม่น้อยกว่า 50 ตารางวา
(4) ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ลดหย่อนได้ดังนี้
. ชุมชนหนาแน่นมาก ลดหย่อนได้ไม่เกิน 100 ตารางวา แต่ไม่น้อยกว่า 50 ตารางวา
. ชุมชนหนาแน่นปานกลาง ลดหย่อนได้ไม่เกิน 1 ไร่ แต่ไม่น้อยกว่า 100 ตารางวา
. ในท้องที่ชนบท ลดหย่อนได้ไม่เกิน 5 ไร่ แต่ไม่น้อยกว่า 3 ไร่
ท้องที่ใดจะเป็นท้องที่ตาม (ก) (ข) หรือ (ค) ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
ที่ดินที่มีสิ่งปลูกสร้างและใช้สิ่งปลูกสร้างนั้นเป็นสถานการค้าหรือให้เช่าไม่ได้รับการลดหย่อนสำหรับส่วนของที่ดินที่มีสิ่งปลูกสร้างที่เป็นสถานการค้าหรือให้เช่านั้น
ในกรณีที่บุคคลธรรมดาหลายคนเป็นเจ้าของที่ดินร่วมกัน ให้ได้รับการลดหย่อนรวมกันตามเกณฑ์ที่กำหนดดังกล่าวข้างต้น
การลดหย่อนตามเกณฑ์ในมาตรานี้ให้ได้รับการลดหย่อนสำหรับที่ดินที่อยู่ในจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งแต่จังหวัดเดียว

มาตรา 23 การเพาะปลูก ถ้าในปีล่วงมาแล้ว เสียหายมากผิดปกติ/ทำการเพาะปลูกไม่ได้ ด้วยเหตุอันพ้นวิสัยที่จะป้องกันได้โดยทั่วไปผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจพิจารณายกเว้น/ลดภาษี ตามระเบียบมหาดไทย
- เสียหายเกิน 2 ใน 3 ของเนื้อที่เพาะปลูก ยกเว้นทั้งหมด
- เสียหายเกิน 2 ใน 3 แต่ไม่เกิน 2 ใน 3 ลดตามส่วนที่เสียหาย

หลักฐานที่ใช้ประกอบในการเสียภาษี
ปีแรกของการเสียภาษี ควรแนะนำผู้เสียนำหลักบานเท่าที่จำเป็นเพียงเพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษี เช่น
1. บัตรประตัวประชาชน
2. สำเนาทะเบียนบ้าน
3. หนังสือรับรองห้างหุ้นส่วนบริษัท
4. หลักฐานที่แสดงถึงการเป็นเจ้าของที่ดิน เช่น โฉนดที่ดิน น.ส.3
5. ใบเสร็จรับเงินค่าภาษีครั้งสุดท้าย (ถ้ามี)
6. หนังสือมอบอำนาจกรณีที่ให้ผู้อื่นมาทำการแทน
ปีต่อไป ให้นำ ภ.บ.ท.5 ท่อนที่มอบให้เจ้าของที่ดินหรือใบเสร็จรับเงินค่าภาษีครั้งสุดท้ายมาด้วย

การยื่นแบบฯ กรณีเป็นเจ้าของที่ดินรายใหม่หรือเนื้อที่ดินเปลี่ยนแปลง
1) เจ้าของที่ดินเปลี่ยนแปลงจำนวนเนื้อที่ดินหรือเป็นผู้ได้รับโอนที่ดินขึ้นใหม่ ต้องมายื่นแบบฯ หรือยื่นคำร้องขอเปลี่ยนแปลงจำนวนเนื้อที่ดิน ภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันได้รับโอนหรือมีการเปลี่ยนแปลงโดยใช้แบบ ภ.บ.ท.5 หรือ ภ.บ.ท.8 แล้วแต่กรณี
2) เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับแบบแล้ว จะออกใบรับไว้ให้เป็นหลักฐาน
3) เจ้าพนักงานประเมินจะแจ้งให้เจ้าของที่ดินทราบว่าจะต้องเสียภาษีในปีต่อไปจำนวนเท่าใด
4) การขอชำระภาษีบำรุงท้องที่ในปีถัดไปจากปีที่มีการประเมินราคาปานกลางของที่ดินให้ผู้รับประเมินนำใบเสร็จรับเงินของปีก่อนพร้อมไปชำระภายในเดือนเมษายนของทุกปี

เงินเพิ่ม
1. ไม่ยื่นแบบฯภายในกำหนด เสียเงินเพิ่มร้อยละ 10 ของภาษี เว้นแต่ได้ยื่นแบบฯ ก่อนที่ จพง.ประเมินจะแจ้ง เสียงเงินเพิ่มร้อยละ 5 ของภาษี
2. ยื่นแบบฯไม่ถูกต้องทำให้เสียภาษีลดน้อยลงให้เสียเงินเพิ่มร้อยละ 10 ที่ประเมินเดิม เว้นแต่ได้มาขอแก้ไขแบบฯให้ถูกต้องก่อน จพง.ประเมินแจ้ง
3. ชี้เขตแจ้งจำนวนเนื้อที่ดินไม่ถูกต้องต่อ จพง.สำรวจ ทำให้เสียภาษี ลดน้อยลงให้เสียเงินเพิ่มอีก 1 เท่าของภาษีที่ประเมินเพิ่มเติม

เงินเพิ่ม (ตามมาตรา 45)
- กรณีไม่ยื่นแบบแสดงรายการภายในเวลาที่กำหนด คิดร้อยละ 10 หรือร้อยละ 5 ครั้งเดียว
ในปีแรกที่มีการยื่นแบบแสดงรายการ (หนังสือ มท 0409/ว 847 ลงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2528 )


การอุทธรณ์
เมื่อได้รับแจ้งการประเมินภาษีแล้ว เห็นว่าการประเมินไม่ถูกต้องมีสิทธิ์อุทธรณ์ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดได้ ผ่าน จพง.ประเมินภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ประกาศราคากลางของที่ดินหรือวันที่ได้รับแจ้งการประเมิน การอุทธรณ์ การอุทธรณ์ไม่เป็นการทุเลาการเสียภาษีบำรุงท้องที่ เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัดให้รอคำวินิจฉัยอุทธรณ์หรือคำพิพากษาของศาลผู้อุทธรณ์มีสิทธิ์อุทธรณ์คำวินิจฉัยของผู้ว่าราชการจังหวัดต่อศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์

การขอคืนภาษีบำรุงท้องที่
ผู้ที่เสียภาษีบำรุงท้องที่โดยไม่มีหน้าที่ต้องเสียหรือเสียเกินกว่าที่ควรจะต้องเสียผู้นั้นมีสิทธิขอรับเงินคืนภายใน 1 ปี ได้โดยยื่นคำร้องขอคืนภายใน 1 ปี นับแต่วันที่เสียภาษีบำรุงท้องที่

บทกำหนดโทษ
1. ผู้ใดแจ้งข้อความหรือถ้อยคำอันเป็นเท็จ ตอบถ้อยคำอันเป็นเท็จหรือนำพยานหลักฐาน
เท็จมาแสดงเพื่อหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีบำรุงท้องที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. ผู้ใดจงใจไม่มาหรือยอมชี้เขต หรือไม่ยอมแจ้งจำนวนเนื้อที่ดิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3. ผู้ใดขัดขวาง จพง. ทำการสำรวจที่ดิน หรือเร่งรัดภาษีค้างชำระ หรือการปฏิบัติตามหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
4. ผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่ง จพง. ที่สั่งให้มาให้ถ้อยคำหรือส่งบัญชีหรือเอกสารมาตรวจสอบ หรือสั่ง ให้ปฏิบัติการเท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการเร่งรัดภาษีค้างชำระหรือไม่มาให้ถ้อยคำ หรือไม่ส่ง0เอการอันควรแก่เรื่องมาแสดงตามหนังสือเรียก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน
พุทธศักราช 2475
บททั่วไป มาตรา 1-7
ภาค1 มาตรา 8-15 (ภาษีโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นกับที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่อง)
ภาค2 มาตรา16-17 (ภาษีที่ดินซึ่งมิได้ใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้าง)
ภาค3 มาตรา18-45 (วิธีดำเนินการประเมินและการจัดเก็บภาษี)
หมวด1 การประเมิน (มาตรา18-37)
หมวด2 การเก็บภาษี (มาตรา38-41)
หมวด3 ค่าภาษีค้าง (มาตรา 42-45)
ภาค 4 มาตรา 46-48 (บทกำหนดโทษ)

ภาษีโรงเรือนและที่ดิน
หมายถึง ภาษีที่จัดเก็บจากโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นๆ กับที่ดินที่ใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างนั้น
หลักการสำคัญ
1. ต้องมีทรัพย์สิน ได้แก่
-โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นๆ
-ที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างนั้น
2. ไม่เข้าข้อยกเว้น ตามมาตรา 9,10 และมาตรา 19 พ.ร.บ.ฯฉบับที่ 4
การประเมินค่ารายปี
-ค่ารายปีของปีที่ล่วงมา เป็นหลักในการคำนวณภาษี
-ค่ารายปี= จำนวนเงินซึ่งทรัพย์สินนั้นสมควรให้เช่าได้ในปีหนึ่งๆ
-กรณีทรัพย์สินให้เช่าให้ถือค่าเช่านั้นคือค่ารายปี
-กรณีหาค่าเช่าไม่ได้ให้ประเมินค่ารายปีโดยคำนึงถึงลักษณะทรัพย์สิน ขนาด พื้นที่ ทำเลที่ตั้ง และบริการสาธารณะที่ทรัพย์สินนั้นได้รับประโยชน์
-ค่ารายปีเครื่องจักร ที่ไม่อาจเทียบเคียงได้ให้ใช้มูลค่าเครื่องจักรเป็นองค์ประกอบและพิจารณาร่วมกับองค์ประกอบอื่น เช่น อัตราดอกเบี้ยสถาบันการเงิน ภาวะเศรษฐกิจ เป็นต้น

ผู้มีหน้าที่เสียภาษี
1. เจ้าของทรัพย์สิน
2. เจ้าของโรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างและเจ้าของที่ดินเป็นคนละเจ้าของ เจ้าของโรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างเป็นผู้เสีย
ค่ารายปี
ค่ารายปี คือ จำนวนเงินซึ่งทรัพย์สินนั้นสมควรให้เช่าได้ในปีหนึ่งๆ กรณีให้เช่าให้ถือค่าเช่า คือ ค่ารายปี กรณีมีเหตุอันสมควรให้ พนักงานเจ้าหน้าที่ประเมินค่ารายปีตามหลักเกณฑ์ที่ รมว.มท.กำหนด
ค่าภาษี
1.ผู้รับประเมิน ชำระภาษีปีละครั้งตามค่ารายปี
2.อัตราร้อยละ 12.5 ของค่ารายปี
ค่าภาษี = ค่ารายปี x 12.5%
ทรัพย์ที่ได้รับการยกเว้นภาษีฯ
มาตรา 9
1.พระราชวัง
2.ทรัพย์สินของรัฐบาลที่ใช้ในกิจการของรัฐบาลหรือสาธารณะ และทรัพย์สินของการรถไฟที่ใช้ในกิจการของการรถไฟโดยตรง
3. ทรัพย์สินของโรงพยาบาลสาธารณะและโรงเรียนสาธารณะ
4. ทรัพย์ซึ่งเป็นศาสนสมบัติ
5. โรงเรือนฯซึ่งปิดไว้ตลอดปี และเจ้าของมิได้อยู่เอง หรือให้ผู้อื่นอยู่นอกจากคนเฝ้า
6. โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างของการเคหะที่ผู้เช่าซื้ออยู่อาศัยเอง และมิได้ใช้เป็นที่เก็บสินค้า หรือประกอบการอุตสาหกรรม
มาตรา10
โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเจ้าของอยู่เองหรือให้ผู้แทนอยู่เฝ้ารักษาและซึ่งมิได้ใช้เป็นที่ไว้สินค้า หรือประกกอบการอุตสาหกรรม
ค่ารายปี (กรณีลดหย่อน)
มาตรา 11
โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้าง ถูกรื้อถอนทำลายโดยประการอื่น ให้ลดยอดค่ารายปีตามส่วนที่ถูก
ตลอดเวลาที่ยังไม่ได้ทำขึ้น และยังใช้ไม่ได้


มาตรา 12
โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างทำขึ้นระหว่างปีถือเอาเวลาซึ่งมีขึ้น และสำเร็จจนควรอยู่ได้แล้ว เป็นเกณฑ์คำนวณค่ารายปี
มาตรา 13
1. เจ้าของโรงเรือนติดตั้งส่วนควบที่สำคัญขึ้นในโรงเรือนนั้น
2. มีลักษณะเป็นเครื่องจักรกล เครื่องกระทำหรือเครื่องกำเนิดสินค้า
3. เพื่อใช้ดำเนินการอุตสาหกรรม
4. ลดค่ารายปีลงเหลือ 1 ใน 3
ลดค่าภาษี/ปลดภาษี
มาตรา 41
1. เมื่อปรากฏว่าผู้รับประเมินได้เสียหายเพราะทรัพย์สินว่างลง หรือชำรุด ซ่อมแซมส่วนที่สำคัญ
2. ผู้รับประเมินยื่นคำร้อง
3. ลดค่าภาษีลงตามส่วนที่เสียหาย หรือปลดค่าภาษีทั้งหมดก็ได้
มาตรา 24
ให้เป็นหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่จะกำหนด
. ประเภทแห่งทรัพย์สิน
. ค่ารายปีแห่งทรัพย์สิน
. ค่าภาษีที่จะต้องเสีย
การประเมินค่ารายปี
ความหมาย
ค่ารายปี คือ จำนวนเงินซึ่งทรัพย์สินนั้นสมควรให้เช่าได้ในปีหนึ่งๆ
กรณีให้เช่า ให้ถือค่าเช่าคือค่ารายปี แต่ถ้าเป็นกรณี
1. มีเหตุอันสมควรฯ
2. หาค่าเช่าไม่ได้ฯ


การส่งหนังสือ (มาตรา 36)
การส่งหนังสือแจ้งความ หรือหมายเรียก
1. ให้คนนำไปส่ง หากไม่พบผู้รับให้ส่งให้บุคคลอายุเกิน 20 ปี ที่อยู่ในบ้านเรือนหรือสำนักงานของผู้รับ
2. จดหมายไปรษณีย์ลงทะเบียน
3. ส่งตาม 1. และ 2. ไม่ได้ อาจส่งโดยวิธีปิดในที่เห็นได้ถนัดที่ประตูบ้านผู้รับ หรือโฆษณาหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น
ขั้นตอนการชำระภาษี
1. ผู้รับประเมินยื่นแบบฯ ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในเดือนกุมภาพันธ์ ของทุกปี
2. กำหนดประเภททรัพย์สิน ค่ารายปี ค่าภาษี
3. พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งพนักงานเก็บภาษี
4. พนักงานเก็บภาษี แจ้งรายการประเมิน ให้ผู้รับประเมินทราบ โดยไม่ชักช้า
5. ผู้มีหน้าที่เสียภาษีชำระค่าภาษี ภายใน 30 วันนับถัดจากวันรับแจ้งการประเมิน
6. ไม่ชำระภายในกำหนดเป็น”ค่าภาษีค้างชำระ”และให้คิดเงินเพิ่มตามอัตราที่กำหนด
7. ถ้าไม่ชำระภาษี และเงินเพิ่มภายใน 4 เดือนออกคำสั่งเป็นหนังสือ ให้ยึด อายัด หรือขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ค้างชำระตามระเบียบ มท
การเก็บภาษีรัฐวิสาหกิจ
1. สาธารณูปโภค หรือสาธารณูปการ ตามที่ ครม.กำหนด(11 ก.พ. 35) ให้เริ่มจัดเก็บภาษี ตั้งแต่ปีภาษี 2535 เป็นต้นไป โดยให้ใช้ค่ารายปีที่ล่วงมา (2534) ทั้งปีเป็นหลักในการคำนวณ ภาษีค้างให้เป็นพับ
2. รัฐวิสาหกิจอื่น ๆ นอกจาก 1.ค่าภาษีค้างชำระให้เสร็จสิ้นภายใน 1 ปี
3. ค่าภาษีชำระแล้วเรียกคืนไม่ได้
4. ไม่พอใจคำชี้ขาด ให้เสนอ ครม. พิจารณาภายใน 30 วัน มติ ครม. ให้เป็นที่สุด
ข้อสังเกต
1. การยื่นแบบ ภรด. 2 ให้ระบุขนาดตัวอาคารที่ดำเนินกิจการ และที่ดินต่อเนื่อง
2. ไม่ว่าเจ้าของดำเนินกิจการเองหรือให้เช่า พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องใช้ดุลยพินิจหลายอย่างประกอบกัน เพื่อกำหนดค่ารายปีให้อยู่ในมาตรฐานที่เหมาะสม
ขั้นตอนการชำระภาษี
1. ผู้รับประเมินยื่นแบบฯ ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี
2. กำหนดประเภททรัพย์สิน ค่ารายปี ค่ภาษี
3. พนักงานเจ้าหน้าที่แงพนักงานเก็บภาษี
4. พนักงานเก็บภาษี แจ้งรายการประเมิน ให้ผู้รับประเมินทราบโดยไม่ชักช้า
5. ผู้มีหน้าที่เสียภาษีชำระค่าภาษี ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันรับแจ้งการประเมิน
6. ไม่ชำระภายในกำหนดเป็น “ค่าภาษีค้างชำระ” และให้คิดเงินเพิ่มตามอัตราที่กำหนด
7. ถ้าไม่ชำระภาษีและเงินเพิ่มภายใน 4 เดือน ออกคำสั่งเป็นหนังสือ ให้ยึด อายัด หรือขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ค้างชำระตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งโดยอนุโลม
การขอยกเว้น ขอปลด หรือลดภาษี (ม.33)
1. การขอยกเว้น ขอปลดหรือขอลดภาษีในกรณี
-มาตรา 9 ยกเว้น ภาษี
-มาตรา 10 งดเว้นภาษี
2. ผู้รับประเมินต้องเขียนในแบบพิมพ์พร้อมพยามหลักฐานสนับสนุน
การตรวจสอบทรัพย์สิน (มาตรา 23)
เพื่อประโยชน์ในการรับประเมิน :
1. พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบด้วยตนเองต่อหน้าผู้รับประเมิน
2. ระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก
3. ต้องแจ้งความเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนล่วงหน้าไม่ต่ำกว่า 48 ชั่วโมงก่อนตรวจ
4. ผู้รับประเมินฯ ต้องอำนวยความสะดวกตามสมควร
การส่งหนังสือ (มาตรา 36)
การส่งหนังสือแจ้งความ หรือหมายเรียก
1. ให้คนนำไปส่ง หากไม่พบผู้รับให้ส่งให้บุคคลอายุเกิน 20 ปี ที่อยู่ในบ้านเรือน หรือสำนักงานของผู้รับ
2. จดหมายไปรษณีย์ลงทะเบียน
3. ส่งตาม 1. และ 2. ไม่ได้ อาจส่งโดยวิธีปิดในที่เห็นได้ถนัดที่ประตูบ้านผู้รับ หรือ โฆษณาหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น
บทกำหนดโทษ
มาตรา 46 ละเลยไม่แสดงข้อความตามมาตรา 20 เว้นแต่เป็นเหตุสุดวิสัย มีความผิด
มาตรา 47 จงใจไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกไม่แจ้งรายละเอียดเพิ่มเติม ไม่นำพยานหลักฐานมา แสดง ไม่ตอบคำถามตาม มาตรา 21 มาตรา 22
มาตรา 48 ผู้ใด
. โดยรู้อยู่แล้ว หรือจงใจ ยื่นข้อความเท็จ หรือให้ถ้อยคำเท็จหรือตอบคำถามอันเป็นเท็จ นำพยานหลักฐานเท็จมาแสดง หรือจัดหาทางให้ผู้อื่นหลีกเลี่ยงการคำนวณค่ารายปีของตน
ข.โดยความเท็จ โดยเจตนาละเลย โดยฉ้อโกง โดยอุบาย โดยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่งที่จะหลีกเลี่ยงการคำนวณค่ารายปีของตน
การคิดเงินเพิ่ม
มาตรา 43 เงินค่าภาษีค้างชำระ ให้เพิ่มจำนวน
4. ไม่เกิน 1 เดือน ให้เพิ่ม 2.5 % ของค่าภาษี
5. เกิน 1 เดือน แต่ไม่เกิน 2 เดือน เพิ่ม 5 %
6. เกิน 2 เดือน แต่ไม่เกิน 3 เดือน เพิ่ม 7.5 %
7. เกิน 3 เดือน แต่ไม่เกิน 4 เดือน เพิ่ม 10 %
ให้ประเมินค่ารายปีโดยคำนึงถึงลักษณะของทรัพย์สิน ขนาด พื้นที่ ทำเลที่ตั้งและบริการสาธารณะ ตามหลักเกณฑ์ที่ รมว.มท.ประกาศ
ประกาศ มท.
ให้ประเมินโดยเทียบเคียงกับค่ารายปีของทรัพย์สินที่ให้เช่า ที่มีลักษณะของทรัพย์สิน ขนาด พื้นที่ทำเลที่ตั้ง และบริการสาธารณะที่ทรัพย์สินนั้น ได้รับประโยชน์คล้ายคลึงกันในเขตฯ

ค่าภาษีค้างชำระ
ค่าภาษีค้างชำระขณะโอนกรรมสิทธิ์ไปด้วยเหตุใดๆ เจ้าของคนเก่าและเจ้าของคนใหม่ เป็นลูกหนี้ค่าภาษีรวมกัน


กรณีเจ้าของทรัพย์สินไม่ยื่นแบบฯ
1. กรณีไม่ยื่นแบบ
2. ยื่นไม่ถูกต้อง
3. พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งการประเมินย้อนหลัง
- ไม่ยื่นแบบฯ ไม่เกิน 10 ปี
- ยื่นไม่ถูกต้อง ไม่เกิน 5 ปี
การนำคดีไปสู่ศาล
เมื่อผู้รับประเมินไม่พอใจคำชี้ขาดของผู้บริหารท้องถิ่น ฟ้องต่อศาลได้ภายใน 30 วัน และต้องชำระภาษีก่อนฟ้องทุกกรณี
ฎีกาที่ 860/2520
อำนาจชี้ขดคำร้องขอให้พิจารณาประเมินใหม่ซึ่งเดิม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 25 ให้เป็นอำนาจของอธิบดีกรมสรรพากร ซึ่งตกมาเป็นอำนาจและความรับผิดชอบของคณะเทศมนตรี อธิบดีกรมสรรพากรจึงไม่มีอำนาจชี้ขาดฯ
การยื่นคำร้องให้พิจารณาการประเมินใหม่ (การอุทธรณ์)
1. ผู้รับประเมินไม่พอใจการประเมิน
2. คำร้องเขียนตามแบบพิมพ์ที่กำหนดภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งต่อผู้บริหารท้องถิ่น
3. ยื่นภายหลังเวลาที่กำหนดให้มีหนังสือแจ้งผู้รับประเมินว่า “หมดสิทธิที่จะใหห้พิจารณาการประเมินใหม่ และจำนวนเงินที่ประเมินไว้เป็นจำนวนเด็ดขาด”
4. คำชี้แจงให้แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร
ข้อวิฉัยคณะกรรมการกฤษฎีกา
1. อำนาจกำหนดราคาค่าเช่ามาตรฐานกลางเฉลี่ยต่อตารางเมตร เพื่อเป็นแนวทางประกอบการประเมินค่ารายปีได้
2. ท้องถิ่นมีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อช่วยกลั่นกรองเป็นการเบื้องต้น (ประเมิน/อุทธรณ์) ได้
3. การประเมินค่ารายปีตามมาตรา 8 วรรค 3 ต้องอยู่ในขอบเขตประกาศ มท.
4. มูลค่าทรัพย์สิน อาจถือเป็นหลักประกอบการประเมินค่ารายปีได้อย่างหนึ่ง
5. กรณีตามมาตรา 13 ต้องประเมินค่ารายปีของส่วนควบด้วย แล้วจึงลดเหลือ 1 ใน 3
สรุปประเด็น
ตามหนังสือ ที่ มท 0307/ว.2393
1. การแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาการประเมินและคณะกรรมการพิจารณาคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่
2. กำหนดราคาค่าเช่ามาตรฐานกลางเฉลี่ยต่อตารางเมตร (ต่อเดือน)
- ประเภททรัพย์สิน
- ทำเลการใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ
3. โรงเรียนที่ไม่มีค่าเช่าจริง : ประเมินตาม 1.
- มีเงินกินเปล่า (แป๊เจี๊ย)
- เจ้าของดำเนินกิจการเอง
4. โรงเรือนที่แบ่งให้เช่าบางส่วน
- คำนวณค่ารายปีของส่วนที่แบ่งให้เช่า โดยคำนวณจาก ค่าเช่าจริง หรือจาก 1.
5. โรงเรือนที่ใช้ประกอบกิจการบางประเภท
โรงแรม : แยกพิจารณา
1. เฉพาะส่วนที่เป็นห้องพัก
จำนวนห้อง x ค่าเช่าห้อง/วัน x 365 x 8
2. อาคารอื่น – ค่าเช่าจริง
ประเมินตามข้อ 1.
3. โรงเรือนและที่ดินต่อเนื่อง
ประเมินตามข้อ 1.
4. ที่ดินบริเวณโรงแรม ประเมินไม่ต่ำกว่า
6. การประเมิน
1. ทรัพย์สินให้เช่า ค่าเช่าสมควรถือค่าเช่าคือค่ารายปี
2. ทรัพย์สินให้เช่า ค่าเช่าไม่สมควร หรือหาค่าเช่าไม่ได้ ประเมินโดย
- เทียบเคียงค่ารายปีที่ล่วงมาแล้ว
- เทียบเคียงค่ารายปีของทรัพย์สินที่ให้เช่า
3. กรณีเทียบเคียงตาม 2. ไม่ได้ อาจใช้มูลค่าทรัพย์สินมาประกอบการประเมิน
4. คำนึงภาระภาษีของประชาชน
หนังสือด่วนที่สุด ที่ มท 0307/ว2393 ลว. 10 ก.ย. 2536
1. การกำหนดราคาค่าเช่ามาตรฐานกลาง
2. การแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาการประเมินค่ารายปี และการพิจารณาคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่
3. การประเมินค่ารายปีส่วนควบ
4. การประเมินค่ารายปีของทรัพย์สิน
กำหนดราคาค่าเช่ามาตรฐานกลางเฉลี่ยต่อตารางเมตร (ต่อเดือน)
1. แบ่งพื้นที่เป็นทำเลการใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ
2. แบ่งทรัพย์สินออกเป็นประเภทต่างๆ
3. เฉลี่ยทรัพย์สินแต่ละประเภทแต่ละทำเลเป็นตารางเมตรต่อเดือน
ตึกแถว 1 ชั้น ขนาด 4 x 12 เมตร ค่าเช่า 3000 บาท
ค่าเช่าต่อตารางเมตร = 3000/48 = 62.5 บาท
ค่ารายปีเครื่องจักรที่เป็นส่วนควบ
1. เจ้าของโรงเรือนติดตั้งเครื่องจักร
2. เครื่องจักรในลักษณะยึดติดตรึง
3. เนื่องจากเครื่องจักรเทียบเคียงทรัพย์สินอื่นเพื่อหาค่าเช่ายากจึงถือมูลค่าเครื่องจักรเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการหาค่ารายปี
วิธีหาค่ารายปี
สมมุติ ตีราคามูลค่าเครื่องจักรเป็นเงิน 300 ล้านบาท แล้วนำไปฝากสถาบันการเงินที่ให้ประโยชน์สูงสุด ได้รับดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี
ค่ารายปี = 300,000,000 X 5 = 15,000,000
100
ลดค่ารายปีลงเหลือ 1 ใน 3 = 15,000,000 = 5,000,000
3
ค่าภาษีร้อยละ 12.5 = 5,000,000 X 12.5 = 625,000


การแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาประเมินค่ารายปี
1. ปลัดเทศบาล เป็นประธาน
2. หัวหน้าส่วนราชการเทศบาลไม่เกิน 3 คน เป็นกรรมการ
3. หัวหน้าส่วนราชการในเขตพื้นที่ไม่เกิน 2 คน เป็นกรรมการ
4. ราษฎรผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 2 คน เป็นกรรมการ
5. ผู้อำนวยการกองคลัง เป็นกรรมการและเลขานุการ
6. หัวหน้าฝ่ายพัฒนารายได้หรือหัวหน้าผลประโยชน์ เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
1. พิจารณาและกำหนดราคาค่าเช่ามาตรฐานกลางต่อตารางเมตร (ต่อเดือน) เพื่อ พนง. ใช้เป็นแนวทางประกอบการประเมินค่ารายปี
2. พิจารณากลั่นกรอง ตรวจสอบ และเสนอข้อคิดเห็น ต่อ พนง. ที่ได้รับการแต่งตั้งตามกฏหมาย
3. พิจารณาให้ความเห็นอื่นๆ ตามที่นายกเทศมนตรีมอบหมายอันเกี่ยวกับการประเมินค่ารายปี
สรุปสาระสำคัญ
หนังสือด่วนมาก ที่ มท 0313/ว.560
ลงวันที่ 23 เมษายน 2522
เรื่อง การคำนวณค่ารายปีและการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดิน
1. โรงเรือนที่มีค่าเช่าจริง หรือค่าเช่าสมควรหรือไม่
- ลักษณะโรงเรือน
- ขนาด และพื้นที่อาคาร
- ทำเลที่ตั้ง หรือสภาพแวดล้อม
- การให้บริการต่างๆ
1.1 หากเห็นว่าค่าเช่าสมควร
- ให้ประเมินได้
1.2 หากเห็นว่าต่ำกว่าที่ควร
- แก้ไขใหม่ โดยเปรียบเทียบกับโรงเรือนใกล้เคียง
(6) โรงแรมที่ให้ผู้อื่นดำเนินการ/เช่าช่วง ให้พิจารณาค่าเช่าสูงสุดสมควรหรือไม่โดยเปรียบเทียบกับ 4. ยอดใดสูงกว่าให้นำยอดนั้นมาประเมิน
บ้านเช่าที่เรียกเก็บค่าเช่าเป็นรายวัน (บังกะโล)
- ประเมินเช่นเดียวกับโรงแรม
สถานที่จำหน่ายน้ำมัน
(1) เฉพาะสถานีจำหน่ายน้ำมันไม่มีกิจการอื่น
- มีการเช่า > ถือค่าเช่าเป็นเกณฑ์
- หากค่าเช่าไม่สมควรประเมินตาม 1.
(2) มีกิจการอื่นรวมอยู่ : เช่น ร้านค้า อัดฉีด
- สถานีบริการน้ำมัน ตาม 1.
- กิจการอื่น ประเมินแยก ตาม 1.
- ที่ดินต่อเนื่อง


ลำดับขั้นตอนการปฏิบัติงานการจัดการเก็บภาษีป้าย
การจัดเก็บภาษีป้าย เป็นงานในหน้าที่ของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510 และพระราชบัญญัติภาษีป้าย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ.2534
ขั้นตอนการปฏิบัติที่จะเสนอต่อไปนี้ เป็นการเรียบเรียงจากแนวปฏิบัติตามที่กำหนด และตามแนวทางที่กระทรวงมหาดไทยสั่งการ รวมทั้งข้อเสนอแนะตามความเห็นและประสบการณ์ของผู้เรียบเรียงที่ได้เคยปฏิบัติหน้าที่ในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่และฐานะผู้บริหารท้องถิ่น ข้อความใดเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด หรือตามที่มีหนังสือสั่งการของกระทรวงมหาดไทยก็ได้ระบุไว้ในเชิงอรรถเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องชัดเจน
ผู้ปฏิบัติงานจัดเก็บภาษีป้าย หรือผู้บริหารท้องถิ่น สามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงทางปฏิบัติตามที่กฎหมายโดยผู้เรียบเรียงได้ระบุระยะเวลากำกับแต่ละขั้นตอนเอาไว้เพื่อให้เกิดความสะดวกและถูกต้องในการปฏิบัติจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้
ระยะที่ 1 เป็นระยะเวลาที่เจ้าที่สมควรเตรียมการไว้ก่อนเริ่มฤดูกาลจัดเก็บภาษี ได้แก่ การเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับภาษี การประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนได้รับความรู้และข่าวสารเกี่ยวกับป้ายภาษี การเตรียมการเจ้าหน้าที่ และการเตรียมแบบพิมพ์ที่ต้องใช้ เวลาในระยะที่ 1 นี้ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม รวมเวลา 3 เดือน
ระยะที่ 2 เป็นระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดให้ประชาชนผู้ซึ่งเป็นเจ้าของป้าย หรือ ผู้ครอบครองป้าย หรือผู้อยู่ในบังคับที่ต้องรับผิดชอบในการเสียภาษีจะต้องไปยื่นแบบพิมพ์ตามกำหนด จะมีความผิดและรับโทษตามกฎหมาย สำหรับเจ้าหน้าที่ของท้องถิ่นก็จะต้องอำนวยความสะดวก ทำการ ประชาสัมพันธ์ และตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์แบบของแบบพิมพ์ที่ประชาชนมายื่น รวมทั้งการประเมินค่าภาษีแจ้งให้ผู้เสียภาษีป้ายทราบ
ระยะที่ 3 การติดตามประเมินผลเพื่อการเร่งรัดการยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย และการเร่งรัดให้ผู้รับประเมินมาชำระค่าภาษีภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งการออกตรวจสอบ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับป้ายหรือเจ้าของป้ายและการพิจารณาคำร้องอุทธรณ์การประเมิน และการดำเนินคดีต่อผู้ที่ไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายภายในเดือนมีนาคม ระยะที่ 3 นี้ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ถึงวันที่ 30 มิถุนายน รวมเวลา 3 เดือน
ระยะที่ 4 เป็นเรื่องการดำเนินการบังคับจัดเก็บป้ายภาษีตามที่กฎหมายกำหนด ได้แก่ การติดตามผลการดำเนินคดีจากพนักงานสอบสวนฝ่ายปกครอง การดำเนินงานเกี่ยวกับการยึดอายัดทรัพย์ของผู้ค้างชำระภาษีป้าย และการกำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้อง เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึงวันที่ 30 กันยายน รวมเวลา 3 เดือน
1. ระยะเตรียมการก่อนการจัดเก็บภาษีป้าย (ต้นเดือนตุลาคม ถึงสิ้นเดือนธันวาคม)
การจัดเก็บภาษีป้ายประจำปีจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ของทุกปี แต่สำหรับงานนี้จะต้องมีการเตรียมการล่วงหน้าหลายอย่างทั้งที่ต้องปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนดและการเตรียมการเพื่อที่ทำให้การจัดเก็บภาษีป้ายเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและจัดเก็บได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเตรียมการก่อนการจัดเก็บป้ายควรจะเริ่มต้นอย่างช้าไม่เกินวันที่ 1 ตุลาคม ของปี ต่อเนื่อง ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม ก่อนที่จะเริ่มการจัดเก็บภาษีตามที่กฎหมายกำหนด เรื่องที่ควรจะเตรียมการล่วงหน้าในขั้นตอนนี้อาจจะมีอยู่มากมายหลายเรื่องขึ้นอยู่กับแนวคิดของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหรือตามที่ผู้บังคับบัญชาเห็นสมควร แต่อย่างน้อยควรจะประกอบด้วยเรื่อง ต่อไปนี้
แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่และเจ้าหน้าที่ผู้ร่วมปฏิบัติงานจัดเก็บภาษีป้าย
การแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นอำนาจของผู้บริหารของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510 เพื่อที่เจ้าหน้าที่ของท้องถิ่นมีอำนาจและมีหน้าที่ในการปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด
ผู้บริหารท้องถิ่น ตามที่ได้กำหนดไว้ในมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.ภาษีป้าย พ.ศ. 2510 แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.ภาษีป้าย (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ. 2534 ได้แก่
1. นายกเทศมนตรี มีสำหรับในเขตเทศบาล
2. ประธานกรรมการสุขาภิบาล สำหรับในเขตสุขาภิบาล
3. ผู้ว่าราชการจังหวัด สำหรับในเขตองค์การบริหารส่วนจังหวัด
4. ผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร สำหรับในเขตกรุงเทพมหานคร
5. ปลัดเมืองพัทยา สำหรับในเขตเมืองพัทยา
6. หัวหน้าผู้บริหารขององค์กรปกครองท้องถิ่น ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดให้เป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น สำหรับในเขตข้าราชการส่วนท้องถิ่นนั้น ขณะนี้ได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 2 มิถุนายน 2538 ให้องค์การบริหารส่วนตำบลเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่นที่มีอำนาจจัดเก็บภาษีป้ายแล้ว
กฎหมายไม่ได้บังคับไว้ว่าจะต้องแต่งตั้งผู้ใด แต่กระทรวงมหาดไทยสั่งการให้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของท้องถิ่นที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดเก็บรายได้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่โดยไม่จำกัดจำนวน
ดังนั้น การแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นหน้าที่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานคลังที่ทำหน้าที่จัดเก็บรายได้จึงควรแต่งตั้งดังนี้
1. ออกคำสั่งของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น โดยผู้บริหารท้องถิ่นนั้นเป็นผู้ลงนามแต่งตั้ง
2. บุคคลที่สมควรแต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าที่ควรเป็นข้าราชการหรือพนักงานประจำตั้งแต่ระดับสูงสุดของหน่วยงานลงมา เช่น ปลัดกรุงเทพมหานคร ปลัดเทศบาล ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ปลัดสุขาภิบาล หัวหน้าสำนัก ปลัดเมืองพัทยา ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล รองปลัดฯ ผู้อำนวยการสำนักงานคลัง ผู้อำนวยการกองรายได้ ผู้อำนวยการ กองคลัง หัวหน้ากอง หัวหน้าฝ่าย และหัวหน้างานที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรายได้ในหน่วยงานนั้น
กรณีกรุงเทพมหานคร ควรแต่งผู้อำนวยการเขต และผู้ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดเก็บรายได้ในสำนักงานเขตตามลำดับลงมาจนถึงระดับหัวหน้างาน ถ้ามีสำนักงานสาขาและเจ้าหน้าที่ระดับหัวหน้าฝ่ายหัวหน้างานที่ทำหน้าที่จัดเก็บรายได้ในสาขานั้นด้วย




จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบเจ้าพนักงานจัดเก็บรายได้ อปท.อบจ. เทศบาล
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ

- ข้อสอบ พ.ร.ก ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546

- ข้อสอบ พรบ. ระเบียบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 แก้ไข 2550

- ข้อสอบ พรบ.ภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ.2508
- แนวข้อสอบ ข่าว และเหตุการณ์ปัจจุบัน การเมืองเศรษฐกิจและ สังคม
- ข้อสอบ พรบ.ภาษีป้าย พ.ศ.2510
- ข้อสอบ พรบ.รายได้เทศบาล พ.ศ.2497
- ข้อสอบ ระเบียบมหาดไทยว่าด้วยการตรวจสอบภายในขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2545
- ข้อสอบ ระเบียบมหาดไทยว่าด้วยวิธีการงบประมาณ อปท.พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบ ระเบียบว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน อปท. 2547
- แนวข้อสอบระเบียบงานสารบรรณ พ.ศ.2526 และแก้ไขเพิ่มเติม



จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบราชการทุกหน่วยงาน     083-067-4168
admin ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
เจ้าพนักงานการประปา ระดับ 1 ,2 ท้องถิ่น อบต.

1. ท่อเหล็กอาบสังกะสี มีลักษณะเป็นอย่างไร
ตอบ ท่อเหล็กอาบสังกะสี ทำจากเหล็กกล้าซึ่งเป็นสนิมได้ยาก ผ่านการอาบสังกะสี สามารถทำเกลียวได้ง่าย ท่อเหล็กอาบสังกะสีส่วนใหญ่จะผลิตมายาว 6 เมตร ปลายท่อทำเกลียวมาให้พร้อม มีแบบหนาปานกลาง ที่ท่อจะคาดสีน้ำเงิน และอย่างหนาที่ท่อคาดสีเหลือง
2. การต่อท่อเหล็กอาบสังกะสีใช้ข้อต่อแบบใด
ตอบ การต่อท่อเหล็กอาบสังกะสีใช้ข้อต่อแบบต่างๆ เช่นข้อต่อตรง ข้อต่องอ 90 องศา
3. คุณสมบัติของท่อเหล็กอาบสังกะสี คือ
ตอบ - มีความแข็งแรง ทนทานต่อแรงกระแทกได้ ไม่หักงอง่าย
5 ทนต่อความดันและอุณหภูมิที่สูงๆ อย่างน้ำร้อนที่ใช้ในท่อเป็นต้น
6 ราคาค่อนข้างสูง
7 ถ้าใช้ไปนานๆอาจเกิดสนิมได้ โดยเฉพาะที่ฝังอยู่ในดิน อาจเป็น อันตรายถ้านำน้ำในท่อมารับประทาน
4. ท่อเหล็กชุบสังกะสีบุพีอี มีลักษณะเป็นอย่างไร
ตอบ ท่อเหล็กชุบสังกะสีบุพีอี ทำด้วยท่อเหล็กชุบสังกะสี ภายในท่อบุด้วยพลาสติกพีอี ภายนอกท่อมีการเคลือบพลาสติกพีอี สีฟ้า ความหนาประมาณ 50 ไมครอน
5. คุณสมบัติของท่อเหล็กชุบสังกะสี บุพีอี ที่ใช้เป็นท่อประปา คืออะไร
ตอบ - ทำจากเหล็กชุบสังกะสี จึงแข็งแรงกว่าท่อที่ทำด้วยพลาสติก
12 ภายในท่อ บุด้วยพลาสติก พีอี ป้องกันสนิม
13 พลาสติก พีอี จัดว่าเป็นพลาสติกสะอาด ปราศจากสารปนเปื้อน
14 รับแรงดันน้ำได้ดี
15 ใช้ได้กับทั้งน้ำร้อน และ น้ำธรรมดา (แล้วแต่รุ่น)
16 ป้องกันหนูกัดแทะ กรณีที่มีท่อเดินอยู่เหนือฝ้าเพดาน
17 ติดตั้งง่าย ช่างประปาคุ้นเคย
18 ราคาสูงกว่า ท่อพีวีซี

6. เครื่องมืองานประปามีหลายชนิด ได้แก่อะไรบ้าง
ตอบ 1. เครื่องมือวัดระยะและวางแบบ ที่นิยมใช้กันดังนี้
1.1 ตลับเมตร เป็นเหล็กสปริงแผ่นโค้ง สามารถดึงออกได้ยาวตามขนาดและม้วนเก็บอยู่ในตลับ มีขนาด 2 เมตร 3 เมตร 5 เมตร (ขนาดมาตรฐานจะมีความยาว 2 เมตร)
1.2 บรรทัดพับ มีลักษณะเป็นท่อนๆ สามารถพับเก็บได้ มีความยาวตั้งแต่ 2 – 8 ฟุต และสามารถพับได้ทุกๆ 6 นิ้ว เพื่อสะดวกในการพกพา(ขนาดมาตรฐานจะมีความยาว 6 ฟุต)ส่วนใหญ่จะทำด้วยไม้แต่บางทีก็จะทำด้วยโลหะ
1.3 ฉากตาย เป็นเครื่องมือที่ใช้ตรวจสอบความฉาก ความเที่ยงตรงในการเข้ามุมของแนวท่อ โดยใบฉากจะทำมุม 90 องศากับด้ามฉาก ใบฉากจะมีความยาวตั้งแต่ 6 - 12 นิ้ว
1.4 ระดับน้ำ เป็นเครื่องมือที่ใช้ตรวจสอบระดับทั้งในแนวดิ่งและแนวราบและความลาดเทของท่อ โดยทั่วไปจะเป็นรูปแท่งสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวๆ อาจทำด้วยไม้หรืออะลูมิเนียม และมีหลอดแก้วอยู่ตรงกลาง ภายในหลอดแก้วบรรจุของเหลว จะมีฟองอากาศเป็นเครื่องชี้วัดความเที่ยงตรง ถ้าวางท่อได้ระดับฟองอากาศจะอยู่ตรงกลางพอดี
1.5 ลูกดิ่ง เป็นเครื่องตรวจสอบความตรงในแนวดิ่ง ทำด้วยโลหะรูปทรงกรวยปลายแหลม และมีเชือกผูกอยู่ ลูกดิ่งมีหลายขนาด แต่ที่นิยมกัน คือ ขนาด 12 ออนซ์
1.6 ชอล์กเส้น เป็นเครื่องมือสำหรับทำเครื่องหมายหรือแนวบนพื้นหรือผนังก่อนวางท่อ โดยจะมีเชือกจุ่มอยู่ในผลชอล์ก ซึ่งโดยทั่วไปจะมีสีแดงหรือน้ำเงิน เวลาใช้ก็ให้ดึงออกมาขึงตามแนวที่ต้องการแล้วดึงให้ตึง แล้วตีเส้นเชือกลงเป็นแนวสำหรับการวางท่อ เมื่อเลิกใช้ก็ให้ม้วนเชือกเก็บในตลับ ระวังอย่าให้ถูกน้ำ ถ้าถูกน้ำต้องนำไปตากแดดให้แห้งก่อนม้วนเก็บ
1.7 เหล็กขีด เป็นเครื่องมือสำหรับทำเครื่องหมายลงบนท่อที่กำหนดไว้ หรืออาจจะใช้ดินสอขีดแทนก็ได้
2. เครื่องมืองานวางท่อประปาชนิดที่เป็นหลัก ที่นิยมใช้กันมีดังนี้

2.1 เลื่อยตัดเหล็ก เป็นเครื่องมือสำหรับตัดท่อเหล็ก มีส่วนประกอบสำคัญ คือ ใบเลื้อย ซึ่งทำด้วยเหล็กกล้า ฟันของเลื่อยจะอยู่ระหว่าง 18 – 32 ฟัน/นิ้ว ความยาวใบเลื่อยที่นิยมใช้กันมีขนาด 8 – 12 นิ้ว ฟันหยาบใช้ตัดท่อหนาๆ ฟันละเอียดใช้ตัดท่อบาง โครงเลื่อยมีทั้งชนิดปรับได้และปรับไม่ได้ สามารถปรับแต่งใบเลื่อยให้ตึงและตรงได้โดยใช้น๊อคหางปลา
2.2 ประแจจับท่อ เป็นเครื่องมือสำหรับจับหมุนท่อ ในกรณีที่ต้องการต่อท่อหรือถอดท่อออกจากข้อต่อ มีใช้กันหลายแบบ แต่ที่นิยมใช้กันคือขนาด 24 นิ้ว
2.3 เครื่องตัดท่อ เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับตัดท่อ เครื่องมือชนิดนี้ มีล้อตั้งแต่ 1 – 4 ล้อ เครื่องตัดท่อที่เหมาะกับงานทั่วๆไป จะมีขนาดของปากตั้งแต่ 1-4 นิ้ว สำหรับการตัดท่อเล็กๆ นั้น สามารถใช้เลื่อยตัดเหล็กตัดได้เลย
2.4 เครื่องทำเกลียวท่อ เป็นเครื่องมือสำหรับทำเกลียวที่ปลายด้านนอกของท่อหรือข้อต่อมีทั้งแบบปรับแต่งขนาดได้และปรับแต่งขนาดไม่ได้ ที่นิยมกันมากที่สุด คือ ขนาด 1 – 2 หุน
2.5 ปากกาจับท่อ เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับจับยืดท่อ ขณะตัดคว้าน หรือทำเกลียวท่อ มีทั้งแบบยึดติดกับโต๊ะและแบบมีขาตั้ง ขนาดที่นิยมใช้กันคือขนาดที่สามารถจับท่อได้ตั้งแต่ 1 หุน ถึง 3 นิ้ว
2.6 ดอกคว้านท่อ เป็นเครื่องมือสำหรับคว้านปลายท่อด้านในเพื่อขจัดรอยที่เกิดจากการตัด มีหลายแบบแต่ที่นิยมใช้กันคือ ชนิดกรอกแกรก มีขนาดตั้งแต่1 หุน ถึง 2 นิ้ว
3. เครื่องมือวางท่อประปาชนิดพลาสติก ที่นิยมใช้กันมีดังนี้

3.1 เครื่องมือสำหรับตัดท่อ หากไม่ใช้เครื่องตัดท่อ อาจใช้เลื่อยตัดเหล็กแทนได้
3.2 ตะไบกลมและตะไบท้องปลิง ใช้สำหรับคว้านปลายด้านในของท่อเพื่อขจัดรอยเยิน
3.3 เครื่องบานปลายท่อ ใช้สำหรับบานปลายท่อ ในกรณีที่ใช้ข้อต่อแบบขันเกลียว
3.4 ประแจขันท่อ ใช้สำหรับขันท่อในกรณีที่ต้อง3.5 การบานปลายท่อหรือขันข้อต่อ
7. ท่อประปา แบ่งเป็นกี่ประเภท
ตอบ 5 ประเภท ได้แก่
1. ท่อประปาเหล็กอาบสังกะสี ทำจากเหล็กกล้าซึ่งเป็นสนิมได้ยาก ผ่านการอาบ สังกะสี สามารถทำเกลียวได้ง่าย ท่อเหล็กอาบสังกะสี ส่วนใหญ่จะผลิต มายาว 6 เมตร ปลายท่อทำเกลียวมาให้พร้อม มีแบบหนาปานกลาง ที่ท่อจะคาดสีน้ำเงิน และอย่างหนาที่ท่อคาดสีเหลือง
2. ท่อ PVC (PVC ย่อมาจาก Poly Vinyl Chloride ) ในไทย ส่วนใหญ่ มีความยาว 4 เมตร ยกเว้นท่อ PVC บางประเภท ซึ่งอาจยาว 3 หรือ 6 เมตรบ้าง แบ่งแยกการใช้ งาน ตามสีต่างๆ เช่น สีฟ้า สีเหลือง สีเทา หรือ สีขาว
3. ท่อไซเลอร์ ภายนอกเป็นท่อเหล็ก GSP. ภายในเป็นท่อ PE.ข้อดี มีความแข็งแรง รับน้ำหนักได้ดี ทนทานต่อแรง กระแทกได้ ไม่หักงอ ทนต่อความดันได้มากกว่า 20 บาร์ และอุณหภูมิสูง ถึง 95 องศา ไม่เป็นสนิม เหมาะสำหรับ ใช้ติดตั้งใน โรงแรม อาคารขนาดใหญ่ สถานที่ ๆ ต้องการความทนทานสูง หรือสถานที่ ที่ยากต่อการซ่อมแซม
4. ท่อพีพีอาร์ เกิดจากการ Random Copolymer Polypropylene ซึ่งเป็นเม็ดพลาสติกคุณภาพสูง(Thermo Plastic) ที่นักวิทยาศาสตร์ได้คิดค้น พัฒนาทางด้านเทคโนโลยีระบบท่อประปาพลาสติกภายใต้คุณสมบัติด้านฟิสิกส์ และเคมีทำให้ท่อพลาสติกที่ทำด้วยวัสดุพิเศษ
5. ท่อ PE - Poly Ethylene ท่อโพลีเอทิลีน (HDPE) เป็นวัสดุทางเคมีที่มีค่าความหนาแน่นสูง "ไม่น้อยกว่า 950 Kg/m3" ที่มีคุณสมบัติทางเคมี,ไฟฟ้าและทางกลที่ดีเยี่ยม สามารถที่จะนำมาประยุกต์ใช้เป็นวัสดุที่เหมาะสม กับสภาวะการใช้งานในวงการต่างๆ ในปัจจุบัน ซึ่งท่อโพลีเอทิลีน หรือ เอชดีพีอี หรือบางหน่วยงานก็เรียกว่า ท่อพีอี PE นั้น ก็คือท่อโพลีเอทิลีน (HDPE) ที่ผลิตจากวัสดุโพลีเอทิลีนที่มาจากขั้นตอนทางเคมีทั้งสิ้น
8. “ท่อหรือท่อประปา” หมายถึง
ตอบ ท่อน้ำดิบ ท่อส่งน้ำ และท่อจ่ายน้ำที่ใช้ในงานประปา


จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบเจ้าพนักงานการประปา ระดับ 1 ,2 ท้องถิ่น อบต.
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ

- กรรมวิธีในการทำน้ำประปา

- การใช้คลอรีนน้ำในน้ำประปา

- ข้อสอบ พ.ร.ก ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546
- แนวข้อสอบ ข่าว และเหตุการณ์ปัจจุบัน การเมืองเศรษฐกิจและ สังคม
- ความรู้เกี่ยวกับระบบท่อเบื้องต้น
- ชนิดของท่อประปาและวัสดุอุปกรณ์งานประปา
- แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบ พรบ. ระเบียบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และแก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบระเบียบงานสารบรรณ พ.ศ.2526 และแก้ไขเพิ่มเติม


จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบราชการทุกหน่วยงาน     083-067-4168
admin ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
นายช่างโยธา ระดับ 2 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ข้อสอบ นายช่างโยธาระดับ 2 ขอเอามาแลกเปลี่ยนกับเพื่อน ๆ แล้วกันครับ ผมเองก็สอบได้ภาค ก ในครั้งนี้เหมือนกันครับ และครั้ง ผมก็ติดไปครั้งแล้วครับ แต่ครั้งนั้นติด ระดับ 1 ครับ ผมพอจำข้อสอบได้ตอนสอบระดับ 1 ภาค ข ครับและได้แลกเปลี่ยนข้อสอบกับพี่ ๆ ระดับ 2 มาบ้างครับ

การขนส่งคอนกรีตจากที่ผสมไปยังสถานที่ก่อสร้างจะต้องกระทำให้เสร็จภายในระยะเวลาไม่เกิน
ก. 30 นาที
ข. 60 นาที
ค. 90 นาที
ง. 100 นาที
ตอบ ก. 30 นาที ครับ เพราะคอนกรีตเริ่มจะเซ็ตตัวแล้วครับ

มวลรวมหยาบและมวลรวมละเอียดแยกกันโดยใช้อะไรเป็นเกณฑ์
ก. ตะแกรง #2
ข. ตะแกรง #3
ค. ตะแกรง #4
ง. ตะแกรง #5
ตอบ ค. #4 ครับ ใครที่ยังไม่ทราบกลับไปอ่านซะเรื่องเทคโนโลยีคอนกรีต

ความจำเป็นที่จะใช้ถนนลาดยางกับถนนคอนกรีตอยู่ที่
ก. ดินที่รองรับ
ข. ประเภทของถนน
ค. ปริมาณการจราจร
ง. น้ำหนักล้อ
ตอบ ก.ดินที่รองรับ ครับ เกี่ยวกับชั้นดินที่ถมเพื่อจะสร้าง

หน่วยน้ำหนักของคอนกรีตเสริมเหล็กมีค่าเท่าใด
ก. 2200 กก/ซม.2
ข. 2400 กก/ซม.2
ค. 3000 กก/ซม.2
ง. 3200 กก/ซม.2
ตอบ ข. 2400 กก/ซม.2

แหล่งที่มาของทรายผสมคอนกรีตโดยส่วนใหญ่คือข้อใด
ก. ท้องทะเล-มหาสมุทร
ข. บนบกหรือบ่อทราย
ค. ตามแม่น้ำ
ง. ทะเลทราย
ตอบ ค. ตามแม่น้ำ

ส่วนผสมของโครงสร้างควรมีสัดส่วนของปูนซิเมนต์ ทราย หิน เท่าใด
ก. 1:3:5
ข. 1:2:3.5
ค. 1:2:4
ง. 1:3:4
ตอบ ค. 1:2:4

จันทันพราง คือ
ก. จันทันหัวเสา
ข. จันทันที่มีไม้ตีปิดปลาย
ค. จันทันชั่วคราว
ง. จันทันระหว่างหัวเสา
ตอบ ง. จันทันระหว่างหัวเสา

ลวดผูกเหล็กเสริมคอนกรีตใช้ลวดเบอร์อะไร
ก. เบอร์ 16
ข. เบอร์ 18
ค. เบอร์ 20
ง. เบอร์ 22
ตอบ ก. เบอร์ 16

ข้อบัญญัติ กทม. กำหนดไว้ว่า ห้องส้วมต้องมีพื้นที่ภายในไม่น้อยกว่า
ก. 0.80 x 1.20
ข. 0.90 x 1.00
ค. 0.90 x 1.10
ง. 0.85 x 1.10
ตอบ ข. 0.90 x 1.00
ปูนซิเมนต์ 1 ถุง 50 ก.ก. มีปริมาตรเท่าใด
ก. 0.028 ลบ.ม.
ข. 0.038 ลบ.ม.
ค. 0.019 ลบ.ม.
ง. 1.057 ลบ.ม.
ตอบ ข. 0.038 ลบ.ม.

เหล็ก 1 ตัน ใช้ลวดผูกเหล็กเท่าใด
ก. 20 กก.
ข. 21 กก.
ค. 22 กก.
ง. 23 กก.
ตอบ ก. 20 กก.

เสาตอม่อ หมายถึง ข้อใด
ก. เสาเอก
ข. เสาเข็ม
ค. เสาที่อยู่ตรงกลาง
ง. เสาที่ใช้เป็นฐานราก
ตอบ ง. เสาที่ใช้เป็นฐานราก

ปูนซิเมนต์ปอร์ตแลนต์มีกี่ประเภท
ก. 2 ประเภท
ข. 3 ประเภท
ค. 4 ประเภท
ง. 5 ประเภท
ตอบ ง. 5 ประเภท

การผสมคอนกรีต 1/2/4 ใช้ปูนซิเมนต์กี่กิโลกรัม
ก. 300 กก.
ข. 320 กก.
ค. 350 กก.
ง. 360 กก.
ตอบ ข. 320 กก.

จากคำถามข้อก่อนหน้า ใช้ทรายกี่ ลบ.ม.
ก. 0.45 ลบ.ม.
ข. 0.65 ลบ.ม.
ค. 1.02 ลบ.ม.
ง. 1.25 ลบ.ม.
ตอบ ก. 0.45 ลบ.ม.

กรรมวิธีการบ่มคอนกรีตมีกี่วิธี
ก. 2 วิธี
ข. 3 วิธี
ค. 4 วิธี
ง. 5 วิธี
ตอบ ง. 5 วิธี

การบ่มคอนกรีตเสา คาน พื้น ควรบ่มอย่างน้อยกี่วัน
ก. 3 วัน
ข. 5 วัน
ค. 7 วัน
ง. 14 วัน
ตอบ ค. 7 วัน

กรรมวิธีการผลิตปูนซิเมนต์มีกี่วิธี
ก. 2 วิธี
ข. 3 วิธี
ค. 4 วิธี
ง. 5 วิธี
ตอบ ข. 3 วิธี

เหล็กเส้นผสม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 มม. ยาวกี่เมตร
ก. 8 เมตร
ข. 9 เมตร
ค. 10 เมตร
ง. 11 เมตร
ตอบ ค. 10 เมตร

การต่อเหล็กเสริมมีกี่วิธี
ก. 2 วิธี
ข. 3 วิธี
ค. 4 วิธี
ง. 5 วิธี
ตอบ ก. 2 วิธี

ทางหลวงแผ่นดินมีกี่ประเภท
ก. 3 ประเภท
ข. 4 ประเภท
ค. 5 ประเภท
ง. 6 ประเภท
ตอบ ง. 6 ประเภท

ในการก่อสร้างอาคารสูง 10 เมตรขึ้น จะต้องมีรั้วชั่วคราวสูงไม่น้อยกว่าที่เมตร
ก. 1 เมตร
ข. 1.5 เมตร
ค. 2 เมตร
ง. 2.5 เมตร
ตอบ ค. 2 เมตร

จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบนายช่างโยธา ระดับ 2 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ

- แนวข้อสอบนายช่างโยธา
- แนวข้อสอบ พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร
- แนวข้อสอบ พ.ร.บ. ผังเมือง
- แนวข้อสอบ พ.ร.บ. ขุดดินและถมดิน
- แนวข้อสอบ พ.ร.บ. ระเบียบรักษาความสะอาดเรียบร้อยของบ้านเมือง
- แนวข้อสอบ พรบ.สาธารณสุข - ข้อสอบ พรบ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล 2537
- แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496
- แนวข้อสอบ ระเบียบมหาดไทยว่าด้วยการงบประมาณองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- แนวข้อสอบว่าด้วยการพัสดุขององค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2538
- ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2549


1. พระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2543 ให้ไว้เมื่อ
- ณ วนที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543

2. พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับ
- การจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล


3. พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อ
- พ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

4. บริเวณที่มีพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บังคับกฎหมายว่าด้วย
- การควบคุมอาคาร


5. เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศไว้โดยเปิดเผยก่อนวันใช้บังคับไม่น้อยกว่า
- เจ็ดวัน


6. หัวหน้าผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายโดยเฉพาะจัดตั้งขึ้นกำหนดให้เป็น
- ราชการส่วนท้องถิ่น


7. พระราชบัญญัตินี้มิให้ใช้บังคับแก่การ
- ขุดดินและถมดิน


8. ในกรณีที่ยังมิได้มีการออกกฎกระทรวงกำหนดเรื่องใดตามมาตรา
6 ให้
- องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจออกข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนดเรื่องนั้นได้

9. ข้อกำหนดของข้อบัญญัติท้องถิ่นในส่วนที่ไม่ขัดหรือแย้งกับกฎกระทรวงยังคงใช้บังคับต่อไปได้จนกว่าจะมีการออกข้อบัญญัติท้องถิ่นใหม่ตามมาตรา 8 แต่ต้องไม่เกิน
- หนึ่งปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

10. การออกข้อบัญญัติท้องถิ่นตาม (2) ให้มีผลใช้บังคับได้เมื่อได้รับความเห็นชอบจาก
-คณะกรรมการและได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรี

11. คณะกรรมการจะต้องพิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบในข้อบัญญัติท้องถิ่นตาม (2) ให้เสร็จภายใน
- หกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับข้อบัญญัติท้องถิ่นนั้น

12. ถ้าคณะกรรมการพิจารณาข้อบัญญัติท้องถิ่นนั้นไม่เสร็จภายในกำหนดเวลาตามวรรคสาม ให้ถือว่า
- คณะกรรมการได้ให้ความเห็นชอบในข้อบัญญัติท้องถิ่นนั้นแล้ว และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเสนอรัฐมนตรีเพื่อสั่งการต่อไป

13. การแจ้งหรือการส่งคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามพระราชบัญญัตินี้ให้ทำเป็น
- หนังสือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับให้ผู้แจ้ง ผู้ขุดดิน ผู้ถมดิน เจ้าของที่ดิน หรือตัวแทน แล้วแต่กรณี ณ ภูมิลำเนาของผู้นั้น หรือจะทำเป็นหนังสือและให้บุคคลดังกล่าวลงลายมือชื่อรับแทนการ ส่งทางไปรษณีย์ก็ได้

14. "คณะกรรมการการขุดดินและถมดิน" ประกอบด้วย
- อธิบดีกรมโยธาธิการ ผู้แทนกรมทรัพยากรธรณี ผู้แทนกรมที่ดิน ผู้แทนกรมพัฒนาที่ดิน ผู้แทนกรมโรงงานอุตสาหกรรม ผู้แทนกรมศิลปากร ผู้แทนสำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม ผู้แทนกรมการผังเมือง ผู้แทนสภาวิศวกร และผู้แทนสภาสถาปนิกแห่งละหนึ่งคน และผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกินสี่คนซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง เป็นกรรมการและให้หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการควบคุมอาคาร กรมโยธาธิการ เป็นกรรมการและเลขานุการ

สำหรับผู้ที่สอบผ่านภาค ก. ของ สถ. และต้องการเตรียมตัวสอบ ภาค ข. วิชาความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง เมื่อมีประกาศสอบอย่างเป็นทางการ

หากทนไม่ไหว ให้อ่าน กฎหมายฉบับเต็มไปก่อนล่วงหน้า หัวข้อกฎหมายที่ใช้ในการเตรียมสอบภาค ข. มีดังต่อไปนี้

1. กฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ที่ทุกตำแหน่งต้องสอบเหมือนกันหมด คือ

1) รัฐธรรมนูญ 2550

2) พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 แก้ไขเพิ่มเติมถึงปัจจุบัน

3) พ.ร.บ. ปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545

4) พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539

5) พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

6) พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540

7) ระเบียบงานสารบรรณสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2526 แก้ไขเพิ่มเติมจนถึงปัจจุบัน

8) ระเบียบรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2540

9) พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

10) พ.ร.บ. ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น

11) พ.ร.บ. ว่าด้วยการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถิ่น

12) พ.ร.บ. ว่าด้วยเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น

13) พ.ร.บ. สภาตำบล และองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 แก้ไขเพิ่มเติมถึงปัจจุบัน

14) พ.ร.บ. เทศบาล พ.ศ. 2496 แก้ไขเพิ่มเติมถึงปัจจุบัน

15) พ.ร.บ. องค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 แก้ไขจนถึงปัจจุบัน

16) พ.ร.บ. เมืองพัทยา

2. กฎหมายและความรู้ในตำแหน่ง

2.1) เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป 3 สำหรับผู้จบ ป.ตรี ด้านสังคมศาสตร์ทุกสาขา วิชาที่สอบ หลักบริหารและหลักการจัดการ

2.2) เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน 3 สำหรับผู้จบ ป.ตรี ด้านสังคมศาสตร์ทุกสาขา วิชาที่สอบ

- ระเบียบ มท ว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2548

- ความรู้ด้านแผน นโยบาย โครงการ รวมถึงการวิจัยทางสังคมศาสตร์

2.3) นักพัฒนาชุมชน 3 สำหรับผู้จบ ป. ตรี ทุกสาขา วิชาที่สอบ

- หลักพัฒนาชุมชน

- ความรู้ด้านการเข้าถึงประชาชนและการมีส่วนร่วม

2.4) นักวิชาการศึกษา 3 รับผู้จบ ป.ตรีด้านการศึกษาและมีใบประกอบวิชาชีพครู วิชาที่สอบ

- พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติมถึงปัจจุบัน

- พ.ร.บ. การศึกษาภาคบังคับ

- วิชาการศึกษา

2.5) เจ้าพนักงานจัดเก็บรายได้ 2 และ เจ้าหน้าที่จัดเก็บรายได้ 1

- พ.ร.บ. ภาษีโรงเรือนและที่ดิน

- พ.ร.บ. ภาษีป้าย

- พ.ร.บ. ภาษีบำรุงท้องที่

- พ.ร.บ. ควบคุมการฆ่าสัตว์

- ระเบียบ มท ว่าด้วยการพัสดุ อบต. และระเบียบ มท ว่าด้วยการพัสดุ อปท.

- ระเบียบว่าด้วยการับเงิน เก็บรักษาเงิน ตรวจเงิน ของ อปท.

2.6) เจ้าพนักงานพัสดุ 2 และเจ้าหน้าที่พัสดุ 1

- ระเบียบ มท ว่าด้วยการพัสดุ อบต. และระเบียบ มท ว่าด้วยการพัสดุ อปท.

- ระเบียบว่าด้วยการับเงิน เก็บรักษาเงิน ตรวจเงิน ของ อปท.

2.7) เจ้าพนักงานธุรการ 2 และเจ้าหน้าที่ธุรการ 1

- ระเบียบงานสารบรรณสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2526 แก้ไขจนถึงปัจจุบัน

- การเขียนหนังสือราชการ

- ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

2.8) นายช่างโยธา 2 และช่างโยธา 1

- พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร

- พ.ร.บ. ผังเมือง

- พ.ร.บ. ขุดดินและถมดิน

- พ.ร.บ. ระเบียบรักษาความสะอาดเรียบร้อยของบ้านเมือง

- พ.ร.บ. สาธารณสุข
2.9) เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี 2 และเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี 1

- ระเบียบ มท ว่าด้วยการพัสดุ อบต. และระเบียบ มท ว่าด้วยการพัสดุ อปท.

- ระเบียบว่าด้วยการับเงิน เก็บรักษาเงิน ตรวจเงิน ของ อปท.

- หลักบัญชีเบื้องต้น
จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบราชการทุกหน่วยงาน     083-067-4168
admin ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
พนักงาน อบต. เทศบาล วิชาเฉพาะตำเเหน่งประชาสัมพันธ์
1. ข้อใดเป็นเอกลักษณ์ที่เด่นชัดที่สุดของคนไทย
(ก) ขยันขันแข็ง
(ข) ค้นคว้าหาความรู้อยู่เสมอ
(ค) ยิ้มแย้มแจ่มใสโกรธใครไม่นาน
(ง) นอบน้อมถ่อมตนโดยเฉพาะผู้มีอาวุโส
2. ข้อใดไม่ใช่วัฒนธรรมประจำท้องถิ่น
(ก) บายศรี
(ข) โนห์รา
(ค) เซิ้งบั้งไฟ
(ง) รดน้ำดำหัว
3. วัฒนธรรม หมายความว่าอย่างไร
(ก) ความเจริญงอกงามของสังคม
(ข) ความเป็นผู้มีการศึกษาดีรู้ดี
(ค) กฎเกณฑ์ของสังคมในอดีต
(ง) แบบแผนแห่งการครองชีวิตของมนุษย์ในสังคม
4. ข้อใดไม่ใช่เนื้อหาของวัฒนธรรมไทย
(ก) คติธรรม
(ข) เนติกรรม
(ค) นามธรรม
(ง) สหธรรม
5. การเล่น “หนังใหญ่” เป็นศิลปวัฒนธรรมของภาคใด
(ก) ภาคเหนือ
(ข) ภาคใต้
(ค) ภาคอีสาน
(ง) ภาคกลาง
6. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปัจจุบันมีจำนวนกี่คน
(ก) 357 คน
(ข) 358 คน
(ค) 359 คน
(ง) 360 คน
7. สัญลักษณ์ของกรุงเทพมหานครคือ
(ก) พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ
(ข) พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท
(ค) ภูเขาทอง
(ง) วัดพระศรีรัตนศาสดาราม8. การแสดงอะไรต่อไปนี้ที่ได้รับอิทธิพลจากตะวันตก

(ก) ลิเก

(ข) โขน

(ค) ละครดึกดำบรรพ์

(ง) ละครหญิง

9. “ถมนคร” ที่รัชกาลที่ 2 โปรดให้ฟื้นฟูฝึกหัดช่างถมขึ้นใหม่อยู่ที่จังหวัด

(ก) นครศรีธรรมราช


(ข) นครราชสีมา

(ค) นครสวรรค์

(ง) นครพนม

10. ข้อต่อไปนี้ข้อใดคือคุณธรรม 4 ประการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2525

(ก) สัจจะ ทมะ ขันติ จาคะ

(ข) เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา

(ค) ทาน ปิยะวาจา สมานัตตา อุตถจริยา

(ง) ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา

11. วันสถาปนากรุงเทพมหานคร คือวันที่

(ก) 1 เมษายน

(ข) 16 มกราคม


(ค) 14 ธันวาคม

(ง) 9 สิงหาคม

12. สถาบันที่มีความสำคัญในการกำหนดสถานภาพของปัจเจกบุคคลตั้งแต่เริ่ม คือ

(ก) สถาบันการศึกษา

(ข) สถาบันเศรษฐกิจ

(ค) สถาบันครอบครัว

(ง) สถาบันการปกครอง

13. ประเพณีการลงแขกที่ปฏิบัติกันอยู่ในสังคมชนบทนั้นจัดว่าเป็น

(ก) บรรทัดฐานของสังคมชนบท

(ข) ความเอื้อเฟื้อเห็นอกเห็นใจ

(ค) การต่อรองในทางเศรษฐกิจ

(ง) วิธีการควบคุมของสังคมชนบท

14. ในรัชกาลใดที่เริ่มนำศิลปะจีนเข้ามาผสมผสานกับศิลปะไทยอย่างเห็นได้ชัดเป็นครั้งแรก

(ก) รัชกาลที่ 1

(ข) รัชกาลที่ 2

(ค) รัชกาลที่ 3

(ง) รัชการที่ 4

15. ข้อใดไม่แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดถึงการเกิดขึ้นแห่งพฤติกรรมรวมหมู่ประเภทฝูงชน

(ก) บุคคลแต่ละคนไม่สนใจมีความสัมพันธ์กันเพียงชั่วคราว


(ข) บุคคลแต่ละคนพร้อมที่จะทำบางสิ่งบางอย่างเมื่อถูกชักจูง

(ค) กลุ่มคนที่รวมตัวกันมีจำนวนแน่นอนตายตัวเสมอ

(ง) กลุ่มคนที่มารวมกันต่างมุ่งความ

16. พระธรรมจักรขนาดใหญ่ที่ประดิษฐานไว้ที่พุทธมณฑล จ.นครปฐมจัดเป็นพุทธเจดีย์ประเภทใด


(ก) อุทเทสิกะเจดีย์

(ข) ธรรมเจดีย์

(ค) บริโภคเจดีย์

(ง) ธาตุเจดีย์

17. ประเพณีก่อพระเจดีย์ทรายช่วยปลูกฝังคุณธรรมในข้อใด

(ก) มีมานะอดทน


(ข) ความขยันหมั่นเพียร

(ค) เสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อส่วนรวม

(ง) ความรับผิดชอบต่อหน้าที่


18. อะไรเป็นปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้สังคมไทยมีลักษณะพิเศษด้านวัฒนธรรม

(ก) ทำเลที่ตั้งของประเทศต่างจากประเทศอื่น

(ข) มีประเทศเพื่อนบ้านซึ่งมีลักษณะวัฒนธรรมต่างกัน

(ค) มีขนบธรรมเนียมประเพณีตลอดจนถึงการสร้างสมความเจริญต่าง ๆ กันเป็นเวลานาน

(ง) ประชาชนไม่มากไม่น้อยเกินไป

19. “การฟ้อนเทียน” เป็นศิลปะของภาคใด

(ก) ภาคเหนือ


(ข) ภาคใต้

(ค) ภาคตะวันออก

(ง) ภาคกลาง

20. จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในกรุงเทพมหานครมีจำนวนทั้งสิ้น..........คน


(ก) 24 คน

(ข) 37 คน

(ค) 35 คน

(ง) 36 คน

21. จังหวัดที่จัดประเพณี “บุญบั้งไฟ” จนมีชื่อเสียงในปัจจุบัน

(ก) อุบลราชธานี

(ข) หนองคาย

(ค) อุดรธานี

(ง) ยโสธร

22. ปัจจุบันกรุงเทพมหานครใช้ “แผนพัฒนากรุงเทพมหานคร” ฉบับที่

(ก) ฉบับที่ 2

(ข) ฉบับที่ 3

(ค) ฉบับที่ 4

(ง) ฉบับที่ 5

23. แผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ฉบับปัจจุบันคือแผนที่ใช้ในปี

(ก) พ.ศ. 2536 – 2540

(ข) พ.ศ. 2534 – 2539

(ค) พ.ศ. 2535 – 2539

(ง) พ.ศ. 2533 – 2537

24. ปัจจุบันประเทศไทยใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่

(ก) ฉบับที่ 4

(ข) ฉบับที่ 5

(ค) ฉบับที่ 6

(ง) ฉบับที่ 7

25. แผนพัฒนากรุงเทพมหานครฉบับปัจจุบันประกอบด้วยแผนสาขาทั้งสิ้น

(ก) 4 สาขา

(ข) 5 สาขา

(ค) 6 สาขา

(ง) 7 สาขา

26. คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้จัดให้มีการดำเนินการฟื้นฟูและพัฒนาจิตใจของประชาชนด้านค่านิยม ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดเป็นนโยบาย เรียกว่า

(ก) คุณธรรม 4 ประการ

(ข) ค่านิยมพื้นฐาน 5 ประการ

(ค) ค่านิยมพื้นฐาน 4 ประการ

(ง) ไม่มีข้อใดถูก

27. ศิลปะ “ศรีวิชัย” เป็นศิลปะที่ปรากฏมากในภาค

(ก) ภาคเหนือ

(ข) ภาคใต้

(ค) ภาคตะวันออก

(ง) ภาคกลาง

28. ข้อต่อไปนี้ ข้อใดคือนโยบายของ ร.อ.กฤษฎา อรุณวงษ์ ณ อยุธยา

(ก) สะอาด เขียวสด ลดมลพิษ

(ข) ช่วยชุมชนแออัด ขจัดมลพิษแก้ปัญหารถติด ทำให้ทุกชีวิตรื่นรมย์

(ค) โรงงานร่วมพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม

(ง) ไม่มีข้อใดถูก

29. กรุงเทพมหานครเป็นรูปการปกครองท้องถิ่นรูปพิเศษจัดตั้งมาแล้วเริ่มตั้งแต่ปี

(ก) พ.ศ. 2515

(ข) พ.ศ. 2518

(ค) พ.ศ. 2528

(ง) พ.ศ. 2525

30. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมาจากการเลือกตั้งอยู่ในตำแหน่ง คราวละ

(ก) 4 ปี

(ข) 5 ปี

(ค) 6 ปี

(ง) 8 ปี
31. การประชาสัมพันธ์ การโฆษณาขายสินค้า การโฆษณาชวนเชื่อ

(ก) วิธีดำเนินการเหมือนกัน แต่แตกต่างในรูปแบบ

(ข) ไม่เหมือนกันทั้งวิธีดำเนินการและวัตถุประสงค์

(ค) วิธีดำเนินการเหมือนกัน แต่วัตถุประสงค์ต่างกัน

(ง) เหมือนกันทั้งวิธีดำเนินการและวัตถุประสงค์

32. ผู้บริหารกับงานประชาสัมพันธ์

(ก) ผู้บริหารควรเน้นการประชาสัมพันธ์มากกว่าผลงาน

(ข) ผู้บริหารควรเน้นผลงานมากกว่าการประชาสัมพันธ์

(ค) ผู้บริหารควรเน้นผลงานเท่า ๆ กับการประชาสัมพันธ์

(ง) ไม่มีข้อใดถูก

33. การประชาสัมพันธ์จะต้องมีอุดมการณ์ ไม่ควรใช้กลวิธีแบบโฆษณาชวนเชื่อเข้ามาปะปน

(ก) ถูกต้องแล้ว เพราะสีขาวไม่ควรปนสีดำ

(ข) ไม่ถูกต้อง ควรเอาเยี่ยงกา แต่ไม่เอาอย่างกา

(ค) ปัจจุบันคนมีการศึกษาดีมากแล้ว

ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะนำกลวิธีการ

โฆษณาชวนเชื่อมาใช้

(ง) ไม่มีข้อใดถูก

34. นักบริหารกับนักประชาสัมพันธ์

(ก) หน้าที่รับผิดชอบต่างกัน แต่ต้องปฏิบัติงานประชาสัมพันธ์เหมือน ๆ กัน

(ข) นักบริหารวางนโยบาย ส่วนนักประชาสัมพันธ์นำไปปฏิบัติ

(ค) ร่วมกันวางนโยบาย แต่นักประชาสัมพันธ์นำไปปฏิบัติ

(ง) นักประชาสัมพันธ์เป็นผู้ปฏิบัติแต่นักบริหารเป็นผู้ตรวจสอบประเมินผล

35. การประชาสัมพันธ์กับการเผยแพร่

(ก) การประชาสัมพันธ์คือการเผยแพร่ข่าวสารข้อมูลนั่นเอง

(ข) การประชาสัมพันธ์เป็นส่วนหนึ่งของการเผยแพร่

(ค) การแถลงผลงานความก้าวหน้าในการดำเนินงานของหน่วยงานเป็นการเผยแพร่

(ง) นักประชาสัมพันธ์ไม่มีหน้าที่เผยแพร่ ผู้เผยแพร่ไม่มีหน้าที่ประชาสัมพันธ์

36. ข้อความใดเป็นการประชาสัมพันธ์

(ก) น้ำมันขึ้นราคาอีกลิตรละ 50 สตางค์

(ข) สบู่หอมไก่ฟ้าขึ้นราคาอีก 1 บาท แต่เพิ่มคุณค่า 2 บาท

(ค) รักเมืองไทย ชูชาติไทย ให้รุ่งเรืองสมเป็นเมืองของไทย

(ง) กทม. เพิ่มรถเก็บขยะมูลฝอยอีก 50 คัน

37. ข้อต่อไปนี้ข้อใดเป็นสัญลักษณ์ของศาสนาพุทธ

(ก) เสมาธรรมจักร

(ข) ดอกบัว

(ค) ต้นโพธิ์

(ง) ถูกทุกข้อ

38. ศูนย์กลางของอาณาจักร “ศรีวิชัย” อยู่ที่เมือง

(ก) นครปฐม

(ข) นครพนม

(ค) นครราชสีมา

(ง) นครศรีธรรมราช

39. ข้อใดถูกต้องที่สุด

(ก) ปัจจุบันมีการดำเนินการโฆษณาเพื่อการประชาสัมพันธ์

(ข) ปัจจุบันมีการดำเนินการประชา สัมพันธ์เพื่อการโฆษณา

(ค) ถูกทั้งข้อ ก. และ ข.

(ง) เป็นไปไม่ได้ทั้งข้อ ก. และ ข.

40. MC. ในการประชาสัมพันธ์ ย่อมาจาก

(ก) Manager Control

(ข) Member of Congress

(ค) Master of Ceremonies

(ง) Master of Coordination
41. การจัดแถลงข่าวออกโทรทัศน์ ข้อใดถูกที่สุด

(ก) ควรแจกเนื้อหาข่าวให้สื่อมวลชนหลังการถ่ายทำแล้ว เพราะถ้าแจก

ก่อนสื่อมวลชนจะรีบกลับ

(ข) หน่วยงานประชาสัมพันธ์ ควรถ่ายวีดีทัศน์ให้กับสื่อมวลชน สถานีที่

มิได้มาทำข่าวด้วย แต่ห้ามติดตั้งตราสถานี (Logo) ของสถานีนั้น

ให้ปรากฏเบื้องหน้าผู้แถลงข่าว เพราะสถานีนั้นมิได้มา

(ค) การแถลงข่าว ที่มีผู้ใหญ่ของงานหลายคนร่วมอยู่ด้วย ควรให้เกียรติได้พูดแถลงทุกคน

(ง) ควรจัดน้ำดื่มให้ผู้แถลงข่าวด้วย

42. สถานีวิทยุกรุงเทพมหานคร

(ก) ตั้งอยู่ที่ใต้สะพานพระพุทธยอดฟ้า คลื่นความถี่ FM 864

(ข) ตั้งอยู่ที่สวนสราญรมย์ คลื่นความถี่ AM 864

(ค) ตั้งอยู่ในศาลาว่าการ กทม. คลื่นความถี่ FM 864

(ง) ตั้งอยู่ที่สวนลุมพินี คลื่นความถี่ AM 864

43. รายการ “เมืองหลวงของเรา” ซึ่งปกติ ผว.กทม. จะปออกรายการโทรทัศน์ทุกวันจันทร์แรกของเดือนที่

(ก) ช่อง 11 เวลา 20.30 – 21.30 น.

(ข) ช่อง 3 เวลา 21.00 – 22.00 น.

(ค) ช่อง 11 เวลา 21.00 – 22.00 น.

(ง) ช่อง 7 เวลา 20.30 – 21.30 น.

44. ก่อนที่คนจะให้ความร่วมมือและสนับสนุน ควรดำเนินการอย่างไร

(ก) ให้ความเข้าใจ เพื่อเกิดการยอมรับและรับรู้

(ข) ให้การรับรู้ อันนำไปสู่การรับรู้และเข้าใจ

(ค) ต้องให้ยอมรับก่อน จึงจะนำไปสู่การรับรู้ และเข้าใจ

(ง) ต้องให้รับรู้ก่อน จึงจะเข้าใจและยอมรับ

45. ข้อใดถูก

(ก) การประชาสัมพันธ์ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระยะเวลาอันรวดเร็ว

โดยทุ่มทุนระยะสั้น ๆ ก็พอ

(ข) ในช่วงเวลาที่เกิดความเข้าใจผิดจนสับสนวุ่นวาย เหมาะที่สุดในการประชาสัมพันธ์

เพราะผู้คนขาดสติ ชักจูงได้ง่าย

(ค) เรื่องจริงที่เกิดขึ้น ต้องพูดหมดทุกเรื่อง เพราะการประชาสัมพันธ์คือการพูดความจริง

(ง) ไม่มีข้อใดถูก

46. คำว่า Image ที่ใช้ในข้อความข้างล่างนี้ ข้อใดถูก

(ก) กรมตำรวจกำลังเร่งสร้างภาพพจน์ใหม่

(ข) เขาประพฤติตนไม่ดี ทำให้เสียภาพพจน์ข้าราชการ กทม.

(ค) ภาพพจน์ของหญิงไทยใน สายตาชาวต่างประเทศ กำลังเป็นไปในทางไม่สู้ดีนัก

(ง) ไม่มีข้อใดถูก

47. สปอตโทรทัศน์เพื่อการประชาสัมพันธ์ ที่หน่วยงานราชการขอความร่วมมือจากสถานีโทรทัศน์ โดยทั่วไป

(ก) กำหนดความยาวไม่เกิน 1 นาที

(ข) กำหนดความยาวไม่เกิน 30 วินาที

(ค) กำหนดความยาวไม่เกิน 45 วินาที

(ง) กำหนดความยาวไม่เกิน 3 นาที

48. อัตราค่าโฆษณาทางโทรทัศน์ปัจจุบันช่วงเวลาใดที่แพงที่สุด คือ

(ก) ก่อนเสนอข่าวประจำวัน

(ข) หลังเสนอข่าวประจำวัน

(ค) ระหว่างข่าวประจำวัน

(ง) ระหว่างการถ่ายทอดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

49. ปัญหาที่สร้างความกังวลใจแก่ผู้ทำการโฆษณาทางโทรทัศน์ปัจจุบันคือ

(ก) ค่าโฆษณาแพงมาก

(ข) โทรทัศน์มีหลายช่องเกินไป

(ค) โฆษณามากเกินไป

(ง) Remote Control

50. การเลือกตั้งซ่อมในเขตเลือกตั้งที่ 1 กทม.นั้น การประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนไปใช้สิทธิมากที่สุด ควรกระทำดังนี้

(ก) ประชาสัมพันธ์ทางโทรทัศน์เป็นหลัก

(ข) ประชาสัมพันธ์ทางวิทยุเป็นหลัก

(ค) ประชาสัมพันธ์ด้วยแผ่นป้าย คลัชเอาต์

(ง) การแจกแผ่นพับ แผ่นปลิว และเชิญชวนตามบ้าน


จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบราชการทุกหน่วยงาน     083-067-4168
รายละเอียดไฟล์แนบ
กล่องตอบกลับด่วน

สามารถอัพโหลดไฟล์แนบ สำหรับโพสได้
กด "Ctrl+Enter" เพื่อตั้งกระทู้ได้