ประยุกต์ใช้ โพสล่าสุด โพสสำคัญ เครื่องมือ สมาชิก สถิติฟอรั่ม ธนาคาร
หัวข้อ : เปิดรับสมัครสอบตำรวจวุฒิ ม.6 ปวช. ประจำปี 2556 จำนวน 1,746 อัตรา
Thaionline1 ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
ต่อสรุป พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547

พรบ.ตำรวจแห่งชาติ

การแต่งตั้ง รอง ผบช. ลงมา จากส่วนราชการหนึ่ง ไปส่วนราชการหนึ่ง
รอง ผบช.
ผบก.
ระหว่าง สนง.ผบ.ตร. และ บช. อื่น
ผบ.ตร. และ ผบช. .........ตกลงกัน
ผบ.ตร. ....เสนอ....ก.ตร. .......นายก......นำความเพื่อโปรดเกล้าฯ
.........................................................
ระหว่าง บช. อื่น
ผบช. ที่เกี่ยวข้อง........ตกลงกัน ถ้า
ตกลงกันได้
ผบช.ที่ประสงค์จะแต่งตั้ง.....เสนอ.....ผบ.ตร. .....เสนอ.....ก.ตร....นายก..นำความฯ
ตกลงกันไม่ได้
ผบ.ตร. , ผบช. ที่เกี่ยวข้อง......ทำความเห็นและข้อเสนอแนะ.....เสนอ......ก.ตร.


รอง ผบก. ลงมา

ระหว่าง สนง. ผบ.ตร. และ บช. อื่น
ผบ.ตร. และ ผบช.ที่เกี่ยวข้อง.........ตกลงกัน
ผบ.ตร. / ผบช.
ที่ประสงค์จะแต่งตั้ง......เป็นผู้แต่งตั้ง


ระหว่าง บช. อื่น
ผบช. ที่เกี่ยวข้อง........ตกลงกัน
*ผบช.ที่ประสงค์จะแต่งตั้ง...............เป็นผู้แต่งตั้ง

ในกรณีที่ ผบ.ตร. เห็นว่า
๑. การแต่งตั้งของ ผบช. ไม่เป็นธรรม
๒.ไม่ชอบด้วยหลักเกณฑ์ ที่ ก.ตร. กำหนด
๓. กรณีต้องดำเนินการทางวินัย
๔. และมีความจำเป็น ให้ รอง ผบช. (ลงมา)
- พ้นจากหน้าที่
-พ้นจากพื้นที่
-หรือมีเหตุพิเศษ ตามที่ ก.ตร. กำหนด ให้
ผบ.ตร.......แต่งตั้ง
* โดยที่ในตำแหน่ง รอง ผบช. และ ผบก. ผบ.ตร. ....เสนอ ก.ตร...เห็นชอบ

การสั่งให้ข้าราชการตำรวจ
๑. สำรองราชการ
๒. พ้นจากตำแหน่งหน้าที่
ให้
๑. นายก......เป็นผู้สั่ง สำหรับตำแหน่ง..................ผบ.ตร.
๒. ผบ.ตร...เป็นผู้สั่ง สำหรับตำแหน่ง...................ตร. ทุกตำแหน่ง
๓. ผบช.....เป็นผู้สั่ง สำหรับตำแหน่ง....................ตร. ใน บช. (หรือเทียบเท่า)
การโอนข้าราชการตำรวจไปรับราชการในส่วนราชการอื่น.............จะกระทำได้ต่อเมื่อเจ้าตัวสมัครใจและส่วนราชการอื่นนั้นต้องการ


การสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน ให้

ส.๖
ผบ.ตร......เป็นผู้สั่ง สำหรับ ระดับ. ส.๗ เมื่อ ก.ตร. ..เห็นชอบ
ส.๘
การเลื่อนขั้นเงินเดือนตั้งแต่ระดับ ส.๕ ลงมา..................ให้เป็นไปตามระเบียบ ก.ตร.

การเลื่อนขั้นเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษเกิน ๒ ขั้น.... ต้องได้รับอนุมัติจาก ก.ตร.เป็นพิเศษเฉพาะราย

ขั้นเงินเดือน

๑ พล.ต.อ. (ตำแหน่ง ผบ.ตร.) ให้รับอัตราเงินเดือน.........................ส.๙
๒ พล.ต.อ..........................................................................................ส.๘
๓ พล.ต.ท..........................................................................................ส.๗
๔ พล.ต.ต...........................................................................................ส.๖
๕ พ.ต.อ.(พิเศษ)...............................................................................ส.๕
๖ พ.ต.อ............................................................................................ส.๔
๗ พ.ต.ท............................................................................................ส.๓
๘ พ.ต.ต............................................................................................ส.๒
๙ ร.ต.อ. ,ร.ต.ท. ,ร.ต.ต.....................................................................ส.๑
๑๐ ด.ต. ..............................................................................................ป.๓
๑๑ จ.ส.ต.(พิเศษ)................................................................................ป.๒
๑๒. จ.ส.ต. , ส.ต.อ. , ส.ต.ท. , ส.ต.ต...................................................ป.๑
๑๓. พลฯสำรอง...................................................................................พ.๑
* ยศ ๒ ถึง ๑๓ ให้ได้รับเงินเดือนสูงกว่าก็ได้โดยตราเป็น กฤษฎีกา
ข้าราชการตำรวจอาจได้รับเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราว...........ตามที่กำหนดในกฤษฎีกา
ข้าราชการตำรวจอาจได้รับเงินเพิ่มพิเศษรายเดือน เงินเพิ่มอื่น.......ตามที่ ครม. กำหนด
ข้าราชการตำรวจอาจได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่ประจำในต่างประเทศ หรือตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ..............ตามที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร. โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

การรักษาราชการแทน

ผู้สั่ง ตำแหน่ง
๑. นายกรัฐมนตรี...................................................................ผบ.ตร.
๒. ผบ.ตร. ............................................................................. จเรตำรวจแห่งชาติ
รอง ผบ.ตร. หรือเทียบเท่าลงมา
๓. ผบช. หรือเทียบเท่า.......................................................... ผบก.
พงส.ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ (ลงมา)
ในส่วนราชการนั้น



๔. ผบก. หรือเทียบเท่า......................................................... ผกก.
พงส.ผู้ทรงคุณวุฒิ (ลงมา)
ในส่วนราชการนั้น
ในกรณีที่ไม่มีการแต่งตั้งผู้รักษาการแทน....................ให้ผู้ดำรงตำแหน่งรอง / ถ้าไม่มีหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ถ้ามีตำแหน่งผู้ช่วย ให้ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วย / ถ้ามีตำแหน่ง รองหลายคน ให้ผู้มีอาวุโส / ถ้าไม่มีทั้ง รอง หรือผู้ช่วยหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรผู้มีอาวุโส เป็นผู้รักษาการแทน
อำนาจในการสั่ง การอนุญาต อนุมัติ การดำเนินการด้านอื่นที่ ผบ.ตร.จะพึงปฏิบัติตามกฎหมายในกิจการของกองบัญชาการ...............ให้ ผบช.เป็นผู้ปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร.
ในการปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร...............ผบช.อาจมอบหมายให้ รอง ผบช.ปฏิบัติราชการแทก็ได้
ในกรณีจำเป็นเพื่อรักษาประโยนช์ของทางราขการหรือเพื่อระงับความเสียหายอันเกิดจากการใช้อำนาจของ ผบช...................... ผบ.ตร.จะระงับการใช้อำนาจนั้นเป็นการชั่วคราวและใช้อำนาจนั้นด้วยตนเองก็ได้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขที่ ก.ต.ช. กำหนด
เมื่อรับมอบอำนาจแล้ว...........ผู้รับมอบอำนาจมีหน้าที่ต้องรับมอบอำนาจนั้น และจะมอบอำนาจนั้นให้ผู้ดำรงตำแหน่งอื่นต่อไปไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากผู้มอบอำนาจไว้เป็นกรณีไป
ในกรณีที่ กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง มติ ครม. กำหนดให้อำนาจหรือหน้าที่ใดเป็นของปลัดกระทรวง..................การใช้อำนาจหรือการปฎิบัติหน้าที่ดังกล่าวของ สตช.ให้ถือเป็นอำนาจและหน้าที่ของ ผบ.ตร.

วินัยและการรักษาวินัย

กฎ ก.ตร.เรื่องจรรยาบรรณของตำรวจให้มีผลใช้บังคับ..............เมื่อพ้นกำหนด ๖๐ วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจาฯ
การกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรงได้แก่..............การไม่รักษาวินัยตามที่บัญญัติเป็นข้อปฏิบัติและข้อห้าม ๑๘ ข้อ
การกระทำผิดวินัยร้ายแรง..........................มี ๗ ข้อ
ผู้มีหน้าที่เสริมสร้างและพัฒนาข้าราชการตำรวจให้มีวินัยและดำเนินการทางวินัยแก่ผู้กระทำผิดวินัยคือ.................ผู้บังคับบัญชา
เมื่อกรณีมีมูลที่ควรจะกล่าวหาว่าข้าราชการตำรวจผู้ใดกระทำผิดวินัย..............ให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัยทันที


ผู้บังคับบัญชาผู้ใด ละเลย ไม่ดำเนินการทางวินัยแก่ผู้กระทำผิดวินัย หรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวโดยไม่สุจริต..................ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัย
เมื่อมีความจำเป็นอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เพื่อประโยชน์ในการรักษาวินัย แลปราบปรามข้าราชการตำรวจผู้ก่อการกำเริบ หรือเพื่อบังคับข้าราชการตำรวจที่ละทิ้งหน้าที่ให้กลับทำหน้าที่..................
ผู้บังคับบัญชาอาจใช้อาวุธหรือกำลังบังคับได้ และถ้าได้ทำโดยสุจริต ตามสมควรแก่เหตุ ผู้บังคับบัญชา หรือผู้ช่วยเหลือไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญา แต่ต้องรายงานเหตุไปยังผู้บังคับบัญชาเหนือตนตามลำดับ จนถึง ผบ.ตร.
โทษทางวินัย........................มี ๗ สถาน ได้แก่
(๑) ภาคทันฑ์
(๒)ทันฑกรรม
(๓)กักยาม
(๔)กักขัง
(๕)ตัดเงินเดือน
(๖)ปลดออก
(๗)ไล่ออก
ภาคทันฑ์ได้แก่..................มีเหตุควรปราณี จึงแสดงความผิดให้ปรากฎ
ทันฑกรรมได้แก่...............ทำงานโยธา อยู่เวรยาม ทำงานสาธารณประโยชน์ ไม่เกิน ๖ ซม. ต่อวัน
กักยามได้แก่......................การกักตัวไว้ในบริเวณใดบริเวณหนึ่งที่สมควร
กักขังได้แก่.........................การขังในที่จัดไว้เพื่อควบคุม
การกักยามหรือกักขัง.............................จะใชังานโยธาหรืองานอื่นของทางราชการด้วยก็ได้แต่ต้องไม่เกิน ๖ ซม. ต่อวัน
การลงโทษข้าราชการตำรวจ.................ให้ทำเป็นคำสั่งโดยระบุด้วยว่าผู้ถูกลงโทษกระทำผิดวินัยในกรณีใด และมาตราใด
การดำเนินการทางวินัย

เมื่อมีการกล่าวหาหรือกรณีเป็นที่สงสัยว่าข้าราชการตำรวจกระทำผิดวินัย............ให้ ผู้บังคับบัญชารีบดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริง หรือ พิจารณาในเบื้องต้นว่ามีมูลที่ควรกล่าวหาหรือไม่
การสืบสวนข้อเท็จจริง....................ให้แจ้งเรื่องที่ถูกกล่าวหา หรือถูกร้องเรียนให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ
เมื่อข้าราชการตำรวจถูกกล่าวหาว่าผิดวินัยไม่ร้ายแรง..........ให้ผู้บังคับบัญชานำสำนวนการสืบสวนข้อเท็จจริง มาพิจารณาสั่งลงโทษ ภาคทันฑ์ ทันฑกรรม กักยาม กักขัง ตัดเงินเดือน ตามควรแก่กรณี

เมื่อข้าราชการตำรวจถูกกล่าวหาว่าผิดวินัยร้ายแรง................ให้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นสอบสวน
การสอบสวนความผิดวินัยร้ายแรง...................ต้องแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาเท่าที่มีให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบโดยจะระบุหรือไม่ระบุชื่อพยานก็ได้
ผู้มีอำนาจสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน...........................................
ผู้สั่ง สำหรับตำแหน่ง
๑. นายกรัฐมนตรี...................................................................ผบ.ตร.
๒. ผบ.ตร. ............................................................................. จเรตำรวจแห่งชาติ
รอง ผบ.ตร. หรือเทียบเท่าลงมา
๓. ผบช. หรือเทียบเท่า.......................................................... ผบก.
พงส.ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ (ลงมา)
ในส่วนราชการนั้น
๔. ผบก. หรือเทียบเท่า......................................................... ผกก.
พงส.ผู้ทรงคุณวุฒิ (ลงมา)
ในส่วนราชการนั้น
• หรือ ผู้บังคับบัญชาอื่นตามที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร.
ในกรณีที่ข้าราชการตำรวจตำแหน่งต่างกันถูกกล่าวหาว่าผิดวินัยร้ายแรงร่วมกัน..............ให้ผู้มีอำนาจสำหรับผู้ถูกกล่าวหาที่มีตำแหน่งในระดับสูงกว่าเป็นผู้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน
ในกรณีที่ข้าราชการตำรวจถูกกล่าวหาว่า หย่อนความสามารถ บกพร่อง หรือประพฤติตนไม่เหมาะสม และผลการสอบปรากฏว่าผิดวินัยร้ายแรง.............ให้ผู้บังคับบัญชาสั่งตามผลการสอบสวนโดยไม่ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวน แต่ต้องแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาเท่าที่มี ให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ จะระบุหรือไม่ระบุชื่อพยานก็ได้ และต้องให้โอกาศผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงและนำสืบแก้ข้อกล่าวหา
การพิจารณาสั่งลงโทษทางวินัย....................ให้พิจารณาสั่งการให้แล้วเสร็จภานใน ๒๔๐ วัน นับแต่วันได้รับสำนวน
กรณีมีเหตุจำเป็น ตามที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร. ซึ่งทำให้การพิจารณาไม่แล้วเสร็จภายในระยะเวลากำหนด...................ให้ขยายระยะเวลาได้อีกไม่เกิน ๒ ครั้ง ครั้งละไม่เกิน ๖๐ วัน
หากยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ................ให้ผู้ถูกกล่าวหากลับคืนสู่ฐานะเดิมก่อน และให้ถือว่าไม่เป็นผู้ที่อยู่ระหว่างถูกสืบสวนหรือสอบสวน นับแต่วันครบกำหนด จนกว่าการพิจารณาสั่งการในเรื่องนั้นจะเสร็จสิ้นและมีคำสั่ง



ในกรณีที่ความผิดที่ปรากฎชัดแจ้งตามที่กำหนดในกฎ ก.ตร................จะดำเนินการทางวินัยโดยไม่ต้องสืบสวนหรือสอบสวนก็ได้
เมื่อมีเหตุจำเป็นต้องกักตัวผู้ถูกกล่าวหา................ให้ผู้บังคับบัญชามีอำนาจกักตัวระหว่างการสอบสวนได้ แต่ต้องไม่เกิน อำนาจลงโทษ กักขัง ของผู้สั่ง และต้องไม่เกิน ๑๕ วัน
ในกรณีที่ข้าราชการตำรวจถูกลงโทษ กักยาม หรือ กักขัง ................ให้หักจำนวนวันที่ถูกกักตัวออกจากระยะเวลากักยาม หรือกักขังด้วย
ในกรณีที่ถูกลงโทษทันฑกรรม...........ให้ถือว่าการถูกกักตัวเป็นการรับโทษสำหรับความผิดนั้นแล้ว
ข้าราชการตำรวจผู้ใดกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง.............ให้ผู้บังคับบัญชาสั่งลงโทษ ภาคทันฑ์ ทันฑกรรม กักยาม กักขัง หรือตัดเงินเดือน ตามควรแก่กรณี
การลงโทษภาคทันฑ์ให้ใช้เฉพาะ...............กรณีกระทำผิดวินัยเล็กน้อยหรือมีเหตุอันควรลดหย่อน ซึ่งไม่ถึงกับต้องลงโทษทันฑกรรม
ถ้าผู้บังคับบัญชาเห็นว่าผู้กระทำผิดวินัยควรได้รับโทษสูงกว่าที่ตนมีอำนาจสั่ง...........ให้รายงานต่อผู้บังคับบัญชาของตนที่มีอำนาจ เพื่อพิจารณาสั่ง
ในกรณีกระทำผิดวินัยเล็กน้อยและมีเหตุอันควรงดโทษ.................จะงดโทษให้โดยให้ทำทันฑ์บนเป็นหนังสือหรือว่ากล่าวตักเตือนก็ได้
ผู้บังคับบัญชาจะมีอำนาจสั่งลงโทษ ในสถานโทษใด และอัตราโทษเพียงใด.........ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ ก.ตร.
ผู้ใดกระทำผิดวินัยร้ายแรง....................ให้ผู้มีอำนาจสั่ง สั่งลงโทษ ปลดออก หรือ ไล่ออก ตามความร้ายแรงแห่งกรณี
ถ้ามีเหตุอันควรลดหย่อนจะนำมาประกอบการพิจารณาก็ได้.....แต่ห้ามมิให้ลดโทษต่ำกว่าปลดออก
การพิจารณาสั่ง ของ ผบ.ตร. , ผบช.หรือเทียบเท่า , ผบก. หรือเทียบเท่า เพื่อลงโทษผู้กระทำผิดวินัย ให้ผู้มีอำนาจดังกล่าวตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณากลั่นกรองเสนอ คณะกรรมการดังกล่าวอย่างน้อยต้องประกอบด้วย รองหัวหน้าหน่วยงานนั้นทุกคน
ผู้ถูกลงโทษปลดออก.................ให้มีสิทธิ์ได้รับบำเหน็จบำนาญเสมือนว่าลาออกจากราชการ
เมื่อผู้บังคับบัญชาได้ดำเนินการทางวินัยแก่ผู้ใดแล้ว..............ให้รายงานการดำเนินการทางวินัยต่อผู้บังคับบัญชาที่มีตำแหน่งเหนือผู้ดำเนินการ และรายงาน ผบ.ตร.
ผู้บังคับบัญชาที่ได้รับรายงานเห็นว่าการยุติเรื่อง งดโทษ ลงโทษเป็นการไม่ถูกต้องไม่เหมาะสม.................ให้มีอำนาจสั่งลงโทษ เพิ่มโทษเป็นสถานโทษหรืออัตราโทษที่หนักขึ้น ลดโทษลง งดโทษ ทำทันฑ์บนเป็นหนังสือว่ากล่าวตักเตือน หรือยกโทษให้ถูกต้องเหมาะสม


เมื่อผู้บังคับบัญชาได้ดำเนินการทางวินัยอย่างร้ายแรง หรือสั่งให้ข้าราชการตำรวจออกจากราชการในเรื่องใดแล้ว..........................ถ้า ก.ตร.เห็นสมควรที่จะต้องสอบสวนเพิ่มเติม หรือสอบสวนใหม่ ให้ ก.ตร.มีอำนาจกระทำได้ตามความจำเป็น
ให้ผู้สืบสวน กรรมการสืบสวน กรรการสอบสวนทางวินัย.............เป็นเจ้าพนักงานตาม ป.อาญา และให้มีอำนาจเช่นเดียวกับเจ้าพนักงานตาม ป.วิ อาญา
ข้าราชการตำรวจผู้ใดถูกสอบสวนความผิดวินัยร้ายแรง หรือ ถูกชี้มูลความผิดตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ไว้แล้ว.............แม้ต่อมาผู้นั้นจะลาออกจากราชการไปก็ให้ทำการสอบสวนต่อไป แต่ต้องให้แล้วเสร็จภายใน ๑ ปี นับแต่วันที่ออกจากราชการ
ข้าราชการตำรวจผู้ใดถูกกล่าวหาว่า ผิดวินัยร้ายแรง จนถูกตั้งกรรมกการสอบสวน หรือต้องหาว่ากระทำผิดกฎหมายอาญา หรือถูกฟ้องคดีอาญา เว้นแต่ความผิดประมาทหรือความผิดลหุโทษ.................................ผู้บังคับบัญชามีอำนาจสั่งพักราชการ หรือสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน
ถ้าภายหลังผลการสอบสวนผู้นั้นมิได้กระทำความผิดหรือผิดไม่ถึงกับถูกลงโทษปลดออกหรือไล่ออก...................ให้ผู้มีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นกลับเข้ารับราชการในตำแหน่งเดิม
ข้าราชการตำรวจผู้ใดมีกรณีที่อาจถูกสืบสวนหรือสอบสวนว่ามีการกระทำผิดวินัย แต่ได้ออกจากราชการก่อนดำเนินการสืบสวนหรือสอบสวน.......... ภายหลังได้กลับเข้ารับราชการใหม่ภานใน
๕ ปี ให้ผู้มีอำนาจสั่งให้มีการสืบสวนสอบสวนต่อไป

การออกจากราชการ
ข้าราชการตำรวจออกจากราชการเมื่อ......................................
(๑) ตาย
(๒)พ้นจากราชการตามกฎหมายบำเหน็จบำนาญ
(๓)ได้รับอนุญาตให้ลาออก หรือการลาออกมีผล
(๔)ถูกสั่งให้ออก
(๕)ถูกสั่งลงโทษปลดออกหรือไล่ออก
ข้าราชการตำรวจผู้ใดประสงค์จะลาออกจากราชการให้ยื่นหนังสือ ขอลาออก.......ต่อผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปชั้นหนึ่ง
ในกรณีที่ข้าราชการตำรวจขอลาออกเพื่อดำรงตำแหน่งที่กำหนดโดยรัฐธรรมนูญ ตำแหน่งทางการเมือง เพื่อสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกรัฐสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น...........
ให้การลาออกมีผลบังคับนับตั้งแต่วันที่ผู้นั้นลาออก
ถ้าผู้บังคับบัญชาเห็นว่าจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการ...........จะยับยั้งการลาออกเป็นเวลาไม่เกิน ๓ เดือนนับแต่วันขอลาออก

ข้าราชการตำรวจผู้ใดถูกกล่าวหาว่าหย่อนความสามารถ บกพร่องในหน้าที่ ประพฤติตนไม่เหมาะสม ในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการ.................ผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ ผกก.หรือเทียบเท่าขึ้นไปเห็นว่ามีมูล ถ้ารับราชการต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ ก็ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนโดยไม่ชักช้า
เมื่อข้าราชการตำรวจผู้ใดถูกกล่าวหาว่าผิดวินัยร้ายแรงและได้มีการสอบสวนแต่ไม่ได้ความแน่ชัดว่าผู้นั้นกระทำความผิดที่จะถูกลงโทษ แต่มีมลทินมัวหมอง...............ให้ผู้บังคับบัญชาสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญทดแทนได้
ในการออกจากราชการของข้าราชการตำรวจตำแหน่ง ผู้บังคับการ พงส.ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ หรือตำแหน่งเทียบเท่าขึ้นไป ......................ให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบ
ในการออกจากราชการของข้าราชการตำรวจตำแหน่ง ผบ.ตร. จเรตำรวจแห่งชาติ รอง ผบ.ตร. หรือตำแหน่งเทียบเท่า..................ให้นำความฯ เพื่อทรงมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง เว้นแต่พ้นจากตำแหน่งเพราะความตาย

การอุทธรณ์

ข้าราชการตำรวจผู้ใดถูกสั่งลงโทษ หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการ.................มีสิทธิ์อุทธรณ์ได้
กรณีถูกสั่งลงโทษ ภาคทันฑ์ ทันฑกรรม กักยาม กักขัง ตัดเงินเดือน...............ให้อุทธรณ์ต่อผู้บังคับบัญชา ของผู้บังคับบัญชาที่สั่งลงโทษ ถ้า ผบ.ตร.เป็นผู้สั่งลงโทษ ให้อุทธรณ์ต่อ ก.ตร.
กรณีถูกสั่งลงโทษ ปลดออก ไล่ออกหรือให้ออก .................................ให้อุทธรณ์ ต่อ ก.ตร.
ระยะเวลาอทธรณ์..................ให้อุทธรณ์ภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง
ระยะพิจารณาอุทธรณ์............ให้พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๒๔๐ วัน นับแต่วันรับอุทธรณ์
ในกรณีมีเหตุจำเป็นตามที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร. ที่ทำให้การพิจารณาไม่เสร็จ.............ให้ขยายระยะเวลาได้อีกไม่เกิน ๒ ครั้ง ครั้งละ ไม่เกิน ๖๐ วัน

การร้องทุกข์

ข้าราชการตำรวจผู้ใดเห็นว่า ผู้บังคับบัญชา ใช้อำนาจหน้าที่ปฏิบัติต่อตนไม่ถูกต้องตามระเบียบ กฎหมาย หรือเกิดจากการปฎิบัติโดยมิชอบต่อตน.............ผู้นั้นอาจร้องทุกข์ต่อผู้บังคับบัญชา หรือ ก.ตร. แล้วต่กรณี เว้นแต่เป็นกรณีมีสิทธิอุทธรณ์ ให้ใช้สิทธิอุทธรณ์
หลักเกณฑ์การร้องทุกข์ เหตุห่งการร้องทุกข์และการพิจารณา.......ให้เป็นไปตาม กฎ ก.ตร.


เครื่องแบบ

ลักษณะ ชนิด ประเภทของเครื่องแบบ รวมทั้งการแต่งว่าจะสมควรอย่างไร เมื่อไร..........ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตราที่มีโทษทางอาญา ๓ มาตรา
ม.๑๐๘ ผู้ใดแต่งเครื่องแบบโดยไม่มีสิทธิ ต้องระวางโทษ ๓ เดือน ถึง ๕ ปี
ม.๑๐๙ ข้าราชการตำรวจผู้ใดแต่งเครื่องแบบขณะกระทำความผิดกฎหมายอาญาซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ ๑ ปีขึ้นไป ต้องระวางโทษ ๑ ปี ถึง ๗ ปี
ม.๑๑๐ ผู้ใดแต่งกายโดยใช้เครื่องแต่งกายคล้ายเครื่องแบบตำรวจ และกระทำการใดๆอันทำให้ราชการตำรวจ ถูกดูหมิ่นถูกเกลียดชัง หรือทำให้เกิดความเสื่อมเสียแก่ราชการตำรวจ ต้องระวางโทษ ไม่เกิน ๓ เดือน หรือปรับ ๑,๐๐๐ ถึง ๑๐,๐๐๐ หรือทั้งจำทั้งปรับ
ในการแสดภาพยนต์ ละคร หากผู้แสดงประสงค์จะแต่งเครื่องแบบ.............ให้ผุ้รับผิดชอบหรือมอบหมาย แจ้งต่อหัวหน้าสถานีตำรวจแห่งท้องที่ที่จะทำการแสดงนั้น ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

ลักษณะที่ ๗ กองทุนเพื่อการสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา

วัตถุประสงค์ในการตั้งกองทุน............................เพื่อสนับสนุนงานสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา
กองทุนประกอบด้วย...........................................
๑.เงินอุดหนุนจากรัฐบาล
๒.เงินและทรัพย์สินที่ได้รับจากหน่วยงานของรัฐ วิสาหกิจ ส่วนราชการท้องถิ่น มูลนิธิ
๓.ดอกผลที่เกิดจากกองทุน
ให้นำเงินค่าเปรียบเทียบปรับคดีอาญาที่เป็นอำนาจของข้าราชการตำรวจ และเงินค่าปรับตาม พรบ.จราจรทางบก เฉพาะส่วนที่จะต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินให้เป็นกองทุน............โดยได้รับอนุมัติจาก ครม.
คณะกรรมการบริหารกองทุนประกอบด้วย.......................................
(๑) ผบ.ตร. เป็นประธานกรรมการ
(๒) ผู้แทนสำนักปลัดนายก
(๓) ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด
(๔) ผู้แทนกระทรวงยุติธรรม
(๕) ผู้แทนสำนักงบประมาณ
(๖) ผู้แทนกรมบัญชีกลาง
(๗) ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
(๘) รอง ผบ.ตร หรือ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ที่ได้รับมอบหมายจาก ผบ.ตร. จำนวน ๒ คน
ให้ประธานกรรมการแต่งตั้ง...................ข้าราชการตำรวจเป็นเลขานุการ ๑ คน ผู้ช่วยเลขานุการไม่เกิน ๒ คน
อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารกองทุน..............................................
(๑)บริหารกองทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และ นโยบายที่ ก.ต.ช. กำหนด
(๒)ออกระเบียบหลักเกณฑ์การจ่ายเงิน เมื่อได้รับความเห็นชอบจาก ก.ต.ช.
(๓)จัดวางระบบบัญชีให้เป็นมาตรฐาน
(๔)กำหนดหลักเกณฑ์การเก็บรักษา และจ่ายเงินของกองทุน
(๕)ออกระเบียบกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของกองทุน
(๖)แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ
(๗)ออกระเบียบ ข้อบังคับ ในการบริหารกองทุก
(๘)รายงานสถานะการเงินและบริหารกองทุนต่อ ก.ต.ช.
นับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน................ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนจัดทำงบการเงินและบัญชี ส่งผู้สอบบัญชีตรวจสอบภายใน ๑๒๐ วัน
ให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของกองทุนทุกรอบปี...............แล้วรายงานผลการสอบบัญชีของกองทุนเสนอต่อ ก.ต.ช. และ กระทรวงการคลัง

บทเฉพาะกาล


จำเกี่ยวกับตัวเลขใน พรบ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547

- ชื่อ พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547

- ให้ไว้ ณ วันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2547

- ประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2547 เล่มที่ 121 ตอนที่ 18 ก

- ใช้บังคับวันถัดจากวันประกาศฯคือวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2547

- เป็นปีที่ 59 ในรัชกาลปัจจุบัน

- ก.ต.ช.โดยตำแหน่งประกอบด้วย 7 คน ผู้ทรงคุณวุฒิ 4 คน วาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี ไม่เกิน 2 วาระ

- แต่งตั้งข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจโทขึ้นไป 1 คน เป็นเลขานุการ ก.ต.ช.

- แต่งตั้งข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจตรีขึ้นไปจำนวนไม่เกิน 2 คนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ ก.ต.ช.

- กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของ ก.ต.ช. เชี่ยวชาญ 4 ด้านคือ กฎหมาย การงบประมาณ การพัฒนาองค์กร การวางแผน หรือการบริหารและจัดการ

- คุณสมบัติของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของ ก.ต.ช. คือ อายุไม่ต่ำกว่า 40 ปีบริบูรณ์

- กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของ ก.ต.ช. พ้นจากตำแหน่งเมื่อ มีอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์

- ก.ต.ช. มีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมดให้พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากมีความประพฤติเสื่อมเสีย

- ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้ดำเนินการสรรหาและแต่งตั้งบุคคลเป็นกรรมการแทน เว้นแต่วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะเหลือไม่ถึง 90 วัน ในกรณีนี้จะไม่ดำเนินการให้มีการสรรหาก็ได้

- ก.ต.ช. มีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งจึงจะเป็นองค์ประชุม

- ตำแหน่ง 13

- ยศ 14

- ชั้นข้าราชการ 3

- ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งไม่เป็นข้าราชการตำรวจ ของ ก.ตร. จำนวน 6 คน

- กรรมการ ก.ตร. ซึ่งเคยเป็นข้าราชการตำรวจ หากได้พ้นจากความเป็นข้าราชการตำรวจไปแล้วเกิน10 ปีและมีอายุไม่เกิน 65 ปี

- ข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ (ก.ตร.) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี วาระเดียว

- ก.ตร. มีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการข้าราชการตำรวจทั้งหมดให้พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากมีความประพฤติเสื่อมเสีย

- การดำรงตำแหน่งของ ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิที่ดำรงตำแหน่งแทน หากมีกำหนดเวลาไม่ถึง 2 ปี ไม่ให้นับเป็นวาระการดำรงตำแหน่ง

- ในกรณีที่ ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิจะพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้ดำเนินการเลือก ผู้ทรงคุณวุฒิใหม่ภายใน 60 วันก่อนวันครบวาระ

- การประชุม ก.ตร. ต้องมีกรรมการข้าราชการตำรวจมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการข้าราชการตำรวจทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม

- ให้ประธานกรรมการ ก.ตร. เป็นผู้เรียกประชุม แต่ในกรณีที่ ก.ตร. ไม่น้อยกว่า 6 คนร้องขอให้เรียกประชุม ให้ประธานกรรมการ ก.ตร. เรียกประชุมภายใน 7 วัน นับแต่วันได้รับร้องขอ

- ผู้ที่จะได้รับการบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจ ต้องมีคุณสมบัติ มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์

- การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ คำนึงถึง (เรียงตามลำดับ)

1. ความอาวุโส

2. ประวัติการรับราชการ

3. ผลการปฏิบัติงาน

4. ความประพฤติ

5. ความรู้ความสามารถประกอบกัน

- ละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการโดยไม่มีเหตุอันสมควร เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง หรือละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกิน 15 วันโดยไม่มีเหตุอันสมควร (ถ้า 15 วัน ไม่ผิด)

- โทษทางวินัยมี 7 สถาน (ให้ออก ไม่ใช่โทษทางวินัย)

- การลงโทษทัณฑกรรม ไม่เกิน 6 ชั่วโมงต่อ 1 วัน

- การลงโทษกักยามหรือกักขัง ไม่เกิน 6 ชั่วโมงต่อ 1 วัน

- เมื่อข้าราชการตำรวจถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรงให้ผู้บังคับบัญชานำสำนวนการสืบสวนข้อเท็จจริง ให้พิจารณาสั่งการให้แล้วเสร็จภายใน 240 วันนับแต่วันได้รับสำนวน

- หากการพิจารณาไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวก็ให้ขยายระยะเวลาได้อีกไม่เกิน 2 ครั้ง โดยแต่ละครั้งจะต้องไม่เกิน 60 วัน

- เมื่อมีเหตุจำเป็นจะต้องกักตัวข้าราชการตำรวจซึ่งถูกกล่าวหาไว้เพื่อประโยชน์ในการสอบสวน ต้องไม่เกิน 15 วัน

- ข้าราชการตำรวจผู้ใดถูกสอบสวนในกรณีกระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรง แม้ต่อมาข้าราชการตำรวจผู้นั้นจะออกจากราชการไปแล้วก็ให้ทำการสอบสวนต่อไปได้ แต่ต้องดำเนินการสอบสวนให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปีนับแต่วันออกจากราชการ

- ข้าราชการตำรวจผู้ใดมีกรณีที่อาจถูกสืบสวนหรือสอบสวนว่ามีการกระทำผิดวินัยแต่ได้ออกจากราชการก่อนดำเนินการสืบสวนหรือสอบสวน หากภายหลังได้กลับเข้ารับราชการใหม่ภายใน 5 ปี ให้ผู้บังคับบัญชา ดำเนินการสั่งให้มีการสืบสวนหรือสอบสวนต่อไป

- ในกรณีที่ข้าราชการตำรวจขอลาออกเพื่อดำรงตำแหน่งที่กำหนดโดยรัฐธรรมนูญ ตำแหน่งทางการเมืองหรือเพื่อสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกรัฐสภา สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ให้การลาออก มีผลนับตั้งแต่วันที่ผู้นั้นขอลาออก

- หากผู้บังคับบัญชาเห็นว่าจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ราชการ จะยับยั้งการลาออกไว้เป็นเวลาไม่เกิน 3 เดือนนับแต่วันขอลาออกก็ได้

- ข้าราชการตำรวจผู้ใดถูกสั่งลงโทษหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ผู้นั้นมีสิทธิอุทธรณ์ ภายใน 30 วันนับแต่วันทราบคำสั่ง

- ระยะเวลาการพิจารณาอุทธรณ์ ให้พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 240 วันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์

- หากการพิจารณาไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวก็ให้ขยายระยะเวลาได้อีกไม่เกิน 2 ครั้ง โดยแต่ละครั้งจะต้องไม่เกิน 60 วัน


จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบ  083-067-4168
Thaionline1 ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
จรรยาบรรณตำรวจ

1. การพิจารณาสรรหา กลั่นกรอง หรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจผู้ใดรวมทั้งการโยกย้าย การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนขั้นเงินเดือน และการลงโทษบุคคลทุกระดับ คำนึงถึงเรื่องใด
ก. พฤติกรรม การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคลดังกล่าว
ข. ความสามารถ การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคลดังกล่าว
ค. ความรู้ การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคลดังกล่าว
ง. ความอาวุโส การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคลดังกล่าว

ตอบ ก. พฤติกรรม การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคลดังกล่าว

ในการพิจารณาสรรหา กลั่นกรอง หรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจผู้ใดรวมทั้งการโยกย้าย การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนขั้นเงินเดือน และการลงโทษบุคคล ทั้งในระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการหรือหน่วยเทียบเท่ากองบัญชาการ กองบังคับการ กองกำกับการ สถานีตำรวจ และหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น ควรคำนึงถึงพฤติกรรม การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคลดังกล่าวด้วย

2. กรอบแห่งการประพฤติปฏิบัติของข้าราชการตำรวจคืออะไร
ก.จรรยาบรรณตำรวจตามกฏศีลธรรม
ข.จริยธรรมและจรรยาบรรณของข้าราชการพลเรือนด้วย
ค.ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจท้ายกฎ ก.ตร.
ง.ถูกหมด

ตอบ ค.ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจท้ายกฎ ก.ตร.

ให้ใช้ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจท้ายกฎ ก.ตร.นี้ เป็นกรอบแห่งการประพฤติปฏิบัติของข้าราชการตำรวจ

3. กฎ ก.ตร. เรื่องประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณตำรวจ นี้ ให้ใช้บังคับเมื่อใด?
ก.พ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันมีพระราชโองการ
ข.พ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ก.พ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกฤษฏีกา
ก.พ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศกฏกระทรวง

ตอบ ข.พ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
กฎ ก.ตร. นี้ ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

4. หน่วยงานระดับใดบ้างที่ควรคำนึงพฤติกรรม การปฏิบัติตนตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณ เมื่อมีการพิจารณาสรรหา กลั่นกรอง หรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจผู้ใดรวมทั้งการโยกย้าย การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนขั้นเงินเดือน และการลงโทษบุคคล ?
ก.ระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ข.ระดับกองบัญชาการหรือหน่วยเทียบเท่ากองบัญชาการ กองบังคับการ
ค.ระดับกองกำกับการ สถานีตำรวจ และหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น
ง.ทุกระดับ

ตอบ ง.ทุกระดับ

ในการพิจารณาสรรหา กลั่นกรอง หรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจผู้ใดรวมทั้งการโยกย้าย การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนขั้นเงินเดือน และการลงโทษบุคคล ทั้งในระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการหรือหน่วยเทียบเท่ากองบัญชาการ กองบังคับการ กองกำกับการ สถานีตำรวจ และหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น ควรคำนึงถึงพฤติกรรม การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคลดังกล่าวด้วย

5.หน่วยใดทำหน้าที่เป็นศูนย์ส่งเสริมจริยธรรมและพัฒนาคุณธรรมของข้าราชการตำรวจ ?
ก.โรงเรียนพระปริยยัติธรรมทุกแห่ง
ข.ศูนย์วัฒธรรมแห่งประเทศไทย
ค.กระทรวงศึกษาธิการ
ง.กองบัญชาการศึกษา

ตอบ. ง.กองบัญชาการศึกษา

ให้กองบัญชาการศึกษาทำหน้าที่เป็นศูนย์ส่งเสริมจริยธรรมและพัฒนาคุณธรรมของข้าราชการตำรวจ มีหน้าที่กำหนดตัวชี้วัดและหลักเกณฑ์การประเมินเพื่อประกาศเชิดชูเกียรติหน่วยงานและข้าราชการตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดีเยี่ยมตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ รวมทั้งรณรงค์ ส่งเสริม ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ กำหนดหลักสูตร พัฒนาและฝึกอบรมข้าราชการตำรวจเกี่ยวกับจริยธรรมและจรรยาบรรณ รวมทั้งสร้างเครือข่ายทั้งภายในและภายนอกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมจริยธรรมและจรรยาบรรณของข้าราชการตำรวจให้เทียบเท่าระดับสากล

6.หากผู้บังคับบัญชาไม่สอดส่องดูแลการประพฤติตามประมวลจริยธรรมของผู้ใต้บังคับบัญชาให้ถือว่าใครเป็นผู้จงใจละเมิดฝ่าฝื่นประมวลจริยธรรม
ก. ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติสอดส่องดูแล
ข.ให้จเรตำรวจแห่งชาติรับหน้าที่ติดตาม
ค.ให้ถือว่าผู้บังคับบัญชานั้นจงใจละเมิด หรือ ฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมนั้น
ง.ถูกหมด

ตอง ค.

7. จเรตำรวจมีหน้าที่และอำนาจอย่างไรบ้าง?
ก.ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณตำรวจ
ข.ให้ความเป็นธรรมในการร้องทุกข์ผู้ใต้บังคับบัญชา
ค.ทำหน้าที่แทน ผบ.ตร.ทุกอย่างที่มอบหมาย
ง.ถูกหมด

ตอบ ก.

8.สตช.วางระเบียบเกี่ยวกับการรายงานดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในกี่วันนับแต่ กฎ ก.ตร.นี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา?
ก. 7 วัน ข. 15 วัน ค.30 วัน ง.45 วัน

ตอบ ง.45 (9 – 10 )

9.การสอดส่องดูแลการรักษาประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณตำรวจเป็นหน้าที่ของใคร
ก. จเรตำรวจแห่งชาติ ข.ผบ.ตร. ค.ผู้บังคับบัญชาทุกคน ง. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ตอบ ก.( มาตรา

10.สถาบันการฝึกอบรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องนำประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณตำรวจไปกำหนดแป็นเรื่องใด?
ก.กำหนดเป็นระเบียบในอำนาจหน้าที่เพื่อใช้บังคับตำรวจ
ข.กำหนดเป็นกฎ กระทรวงเพื่อความรับผิดชอบ ในการปฏิบัติตนของตำรวจทุกหน่วย
ค.กำหนดเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ
ง.กำหนดเป็นระเบียบปฏิบัติเพื่อความรับผิดชอบ ผู้บังคับบัญชา

ตอบ ค.กำหนดเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ
จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบ  083-067-4168
Thaionline1 ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
สรุปมาตรการตรวจสอบภายในและจริยธรรมของผู้ตรวจสอบภายในของส่วนราชการ

1. ตามที่รัฐบาลมีนโยบายปฏิรูประบบราชการ เพื่อปรับเปลี่ยนระบบบริหารภาครัฐไปสู่
- การบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่


2. วัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนด
- ขยายขอบเขตของการตรวจสอบภายในจากการตรวจสอบความถูกต้องในการใช้จ่ายเงินไปสู่การตรวจสอบที่เน้นประสิทธิภาพและผลสัมฤทธิ์ของงานเป็นสำคัญ


3. งานตรวจสอบภายในในอนาคตคือ
- งานบริการที่จะให้หลักประกันที่เที่ยงธรรมและคำปรึกษาที่เปี่ยมด้วยคุณค่าแก่ส่วนราชการ ด้วยการประเมินและปรับปรุงประสิทธิภาพของกระบวนการบริหารความเสี่ยง การควบคุมและการกำกับดูแลภายในส่วนราชการอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การดำเนินงานของส่วนราชการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุผลสำเร็จตามที่มุ่งหวัง


4. มาตรฐานการตรวจสอบภายในฉบับนี้จะประกอบด้วยข้อปฏิบัติหลักๆ ของการปฏิบัติงานตรวจสอบภายใน โดยแยกเป็น
- 2 ส่วน คือ มาตรฐานด้านคุณสมบัติและมาตรฐานการปฏิบัติงาน และเพื่อสะดวกต่อการทำความเข้าใจและนำไปใช้ตลอดจนการอ้างอิงและปรับปรุงแก้ไขต่อไป


5. คำอธิบายถึงการนำไปใช้ในงานบริการด้านกาให้หลักประกัน งานบริการให้คำปรึกษา
- มาตราด้านคุณสมบัติ เป็นมาตราที่กล่าวถึงลักษณะของหน่วยงานและบุคลากรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบภายใน
มาตรฐานการปฏิบัติงาน เป็นมาตราที่กล่าวถึงลักษณะของงานตรวจสอบภายในและบรรทัดฐานที่สามารถใช้ประเมินที่
2000 เป็นต้นไป
การนำมาตรฐานไปปฏิวัติ เป็นการอธิบายถึงการนำมาตรฐานด้านคุณสมบัติและมาตรฐานการปฏิบัติงานมาประยุกต์ในแต่ละเรื่อง


6. กรมบัญชีกลางได้นำจริยธรรมของผู้ตรวจสอบภายในที่ประกาศใช้เมื่อ
- วันที่ 28 กันยายน 2541 มาปรับปรุงใหม่ เพื่อให้ง่านต่อความเข้าใจยิ่งขึ้น


7. จริยธรรมของผู้ตรวจสอบภายในทั้ง 11 ข้อมาจัดกลุ่มเป็นหลักปฏิบัติ 4 เรื่อง
- ความมีจุดยืนที่มั่นคง ความเที่ยงธรรม การปกปิดความลับ ความสามารถในหน้าที่


8. อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของงานตรวจสอบภายในกฎบัตรประกอบด้วย
- กำหนดกิจกรรมงานตรวจสอบภายในไว้ในโครงสร้างองค์กร
สิทธิและอำนาจในการเข้าถึงข้อมูล เอกสาร หลักฐานต่างๆ บุคลากร และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน
ขอบเขตของงานตรวจสอบภายใน


9. การประเมินจากภายนอกควรจัดให้มีขึ้นอย่างน้อย
- ทุกๆ 5 ปี


10. งานตรวจสอบภายใน คือ
- การประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าและปรับปรุงการปฏิบัติงานของส่วนราชการให้ดีขึ้น ช่วยให้ส่วนราชการบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ และปรับปรุงประสิทธภาพของการบริหารความเสี่ยง

จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบ  083-067-4168
Thaionline1 ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
กฎ ก.ตร. ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. 2551

1. กฎ ก.ตร. ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. 2551 มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดกี่วัน

ก. 30 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ข. 45 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ค. 60 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ง. 90 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ตอบ ค.

2. ในการแต่ตั้งข้าราชการตำรวจตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง

ก. ควรคำนึง พฤติกรรม การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคล

ข. พิจารณาจากความรู้ความสามารถ

ค. ต้องผ่านอบรมตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณ

ง. ถูกทุกข้อ

ตอบ ก.

3. หน่วยงานใดทำหน้าที่เป็นศูนย์ส่งเสริมจริยธรรมและพัฒนาคุณภาพของข้าราชการตำรวจ

ก. กองบัญชาการศึกษา ข. สถาบันฝึกอบรม

ค. จเรตำรวจแห่งชาติ ง. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ตอบ ก.





4. กองบัญชาการศึกษามีหน้าที่อะไร

ก. กำหนดชี้วัดและหลักเกณฑ์การประเมินเพื่อประกาศเชิดชูเกียรติหน่วยงานข้าราชการตำรวจที่ ประพฤติดีเยี่ยม

ข. รณรงค์ประชาสัมพันธ์ เผยแพร่กำหนดกำหนดหลักสูตรพัฒนาและฝึกอบรมข้าราชการตำรวจ เกี่ยวกับจริยธรรมและจรรยาบรรณ

ค. สร้างเครื่องข่ายทั้งภายในและภายนอกสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อส่งเสริมจริยธรรมและ จรรยาบรรณของข้าราชการตำรวจ

ง. ถูกทุกข้อ

ตอบ ง.

5. การประกาศเชิดชูเกียรติข้าราชการตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดีเยี่ยมตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจต้องได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานใด

ก. จเรตำรวจแห่งชาติ ข. ก.ตร.

ค. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ง. ผู้อำนวยการกองบัญชาการศึกษา

ตอบ ข.



แนวข้อสอบพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547
1. ข้อใดถูก

ก. พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติที่ใช้ในปัจจุบัน ( พ.ศ.2547 )คือ พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547

ข. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2521 คือ พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

ค. พระราชบัญญัติยศตำรวจยังไม่ถูกยกเลิก

ง. พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ยกเลิกพระราชบัญญัติทั้งหมด 15 ฉบับ

2. ข้อใดถูกใช้ในกรณีที่มีกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่ได้บัญญัติไว้และในพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547

ก. ให้ใช้บังคับได้เหมือนเดิม

ข. ส่งเรื่องให้ ก.ตร. ตีความเป็นกรณีพิเศษ

ค. ให้ยกเลิกกฎหมายหรือระเบียบนั้นทันที

ง. ให้ใช้ พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 แทน

3. พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มีผลบังคับใช้ในวันใด

ก. วันก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษา ข. วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ค. วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2547 ง. วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547

4. ข้อใดถูก

ก. พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ให้ไว้ ณ วันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2547

ข. พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ให้ไว้เป็นปีที่ 60 ในรัชกาลปัจจุบัน

ค. พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มีทั้งหมด 128 มาตรา

ง. ผู้สนองพระบรมราชโองการในพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 คือ ประธานรัฐสภา

5. พระราชบัญญัติใดต่อไปนี้ไม่ถูกยกเลิก

ก. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2521

ข. พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยตำรวจ พุทธศักราช 2477

ค. พระราชบัญญัติเครื่องแบบตำรวจ (ฉบับที่ 3) พุทธศักราช 2483

ง. ข้อ ก, ข และ ค ถูกยกเลิกทั้งหมด

6. ข้อใดถูก

ก. พระราชบัญญัติสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547

ข. พระราชบัญญัติตำรวจแห่งประเทศไทย พ.ศ.2547

ค. พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547

ง. พระราชบัญญัติกรมตำรวจ พ.ศ.2547


[font=arial  ]
[font=arial  ]แนวข้อสอบวิชา เศรษฐกิจพอเพียง

1. การสร้างความสมดุลของแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเน้นให้เกิดกับสิ่งใดมากที่สุด
ก. ความสมดุลระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม
ข. ความสมดุลระหว่างสินค้าต่างประเทศกับสินค้าไทย
ค. ความสมดุลระหว่างอุตสาหกรรมกับเกษตรกรรม
ง. ความสมดุลของความเจริญทางเทคโนโลยีกับ ภูมิปัญญาไทย
ตอบ ง. ความสมดุลของความเจริญทางเทคโนโลยีกับ ภูมิปัญญาไทย
2. จุดกำเนิดของแนวคิดทฤษฎีใหม่ของหลักการเศรษฐกิจพอเพียงเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดใด
ก. จังหวัดสระบุรี ข. จังหวัดเชียงใหม่
ค. จังหวัดกาฬสินธ์ ง. จังหวัดฉะเชิงเทรา
ตอบ ก. จังหวัดสระบุรี
3. สาเหตุใดจึงต้องมีการประกาศใช้เศรษฐกิจพอเพียง
ก. สินค้าเกษตรมีราคาสูง ข. เศรษฐกิจมีการขยายตัวสูงขึ้น
ค. ปริมาณสินค้าในการบริโภคมากเกินไป ง. เกิดภาวะขาดแคลนสินค้าอุปโภคบริโภค
ตอบ ก. สินค้าเกษตรมีราคาสูง
4. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับแรกในปีพ.ศ. 2504 เป็นต้นมาไทยมีการเน้นหนักในการ พัฒนาในด้านใด
ก. การทหาร ข. การเกษตร
ค. อุตสาหกรรม ง. ด้านการบริการ
ตอบ ข. การเกษตร
5. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของไทยเน้นการพัฒนาในด้านใดเป็นสำคัญ
ก. เน้นการส่งออก ข. เน้นการออม
ค. โครงสร้างพื้นฐาน ง. เน้นการกระจายรายได้
ตอบ ข. เน้นการออม
6. ความอ่อนแอของเศรษฐกิจไทยมีสาเหตุมาจาก ปัจจัยในด้านใดมากที่สุด
ก. ความอ่อนแอทางวัฒนธรรม ข. การพึ่งพิงการส่งออกมากเกินไป
ค. การกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ ง. ความนิยมสินค้าจากต่างประเทศ
ตอบ ง. ความนิยมสินค้าจากต่างประเทศ
7. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่หลักการพึ่งพอตนเองตาม แนวทางของเศรษฐกิจพอเพียง
ก. การพึ่งตนเองทางด้านสังคม ข. การพึ่งตนเองทางด้านจิตใจ
ค. การพึ่งตนเองทางด้านเศรษฐกิจ ง. การพึ่งตนเองทางด้านการเมืองการปกครอง
ตอบ ง. การพึ่งตนเองทางด้านการเมืองการปกครอง
8. แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงส่งเสริมให้ประชาชน ดำเนินชีวิตในลักษณะใด
ก. ดำเนินชีวิตในลักษณะใด ข. ดำเนินชีวิตอย่างเคร่งครัด
ค. ดำเนินชีวิตทางสายกลางยึดความพอดี ง. ดำเนินชีวิตเพื่อสร้างความสะดวกสบายตนเอง
ตอบ ค. ดำเนินชีวิตทางสายกลางยึดความพอดี
9. หลักการใดไม่ใช่เศรษฐกิจพอเพียง
ก. การพึ่งตนเองเป็นสำคัญ ข. การสร้างนิสัยนิยมไทย
ค. การบริการดินและน้ำอย่างเหมาะสม ง. การลงทุนขนาดใหญ่เพื่อการผลิตสินค้า
ตอบ ง. การลงทุนขนาดใหญ่เพื่อการผลิตสินค้า
10. ความพอเพียงทางเทคโนโลยีตามหลักการเศรษฐกิจพอเพียงมีความหมายว่าอย่างไร
ก. การใช้เทคโนโลยีแบบผสมผสาน ข. การไม่ใช้เทคโนโลยีในการผลิต
ค. การใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อการผลิต ง. การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการผลิต
ตอบ ก. การใช้เทคโนโลยีแบบผสมผสาน
11. ความพอเพียงด้านสังคมตามหลักการเศรษฐกิจพอเพียงหมายถึงสิ่งใด
ก. สังคมเข้มแข็ง ข. สังคมมีหลากหลาย
ค. คนในสังคมมีความเป็นอยู่ที่ดี ง. คนในสังคมไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใคร
ตอบ ค. คนในสังคมมีความเป็นอยู่ที่ดี
12. การสร้างความพอเพียงด้านจิตใจของประชาชนหน่วยทางสังคมใดที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในการสร้างความพอเพียง
ก. ศาสนา ข. การปกครอง
ค. ทางการศึกษา ง. สถาบันครอบครัว
ตอบ ก. ศาสนา
13. คุณธรรมด้านใดที่มีความสำคัญกับหลักเศรษฐกิจ พอเพียงมากที่สุด
ก. เป็นคนมีศีลธรรม ข. มีความละอายต่อบาป
ค. เป็นผู้มีความโอบอ้อมอารี ง. มีความซื่อสัตย์ ขยันหมั่นเพียร
ตอบ ง. มีความซื่อสัตย์ ขยันหมั่นเพียร
14. แนวทฤษฎีใหม่ให้ความสำคัญกับการจัดการทรัพยากรใดมากที่สุด
ก. มนุษย์ ข. ทรัพยากรน้ำ
ค. ทรัพยากรดิน ง. ทรัพยากรป่าไม้
ตอบ ค. ทรัพยากรดิน
15. ทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริขององค์ ดำเนินชีวิตแบบใด
ก. ดำเนินชีวิตที่พอเพียง ข. ตามยถากรรม
ค. ดำเนินชีวิตตามปกติ ง. ดำเนินชีวิตอย่างฟุ่มเฟือย
ตอบ ก. ดำเนินชีวิตที่พอเพียง
16. การทดลองเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่ครั้งแรกที่จังหวัดใด
ก. จังหวัดกาฬสินธุ์ ข. จังหวัดฉะเชิงเซา
ค. จังหวัดสระบุรี ง. จังหวัดสุราษฎ์ธานี
ตอบ ค. จังหวัดสระบุรี
17. เนื้อที่ในการทำการเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่จะต้องมีเนื้อที่ประมาณกี่ไร่
ก. ประมาณ 5 ไร่ ข. ประมาณ 10 ไร่
ค. ประมาณ 20 ไร่ ง. ประมาณ 30 ไร่
ตอบ ข. ประมาณ 10 ไร่
18. ทฤษฎีใหม่และการดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจ พอเพียงมุ่งแก้ไขปัญหาในด้านใดในสังคมเป็นสำคัญ
ก. ความยากจน ข. ปัญหาการก่อการร้าย
ค. ปัญหาความขัดแย้งทางสังคม ง. ปัญหาความแตกแยกของประชาชน
ตอบ ก. ความยากจน
19. หลักการของทฤษฎีใหม่มีทั้งหมดจำนวนกี่ขั้น
ก. 2 ขั้น ข. 3 ขั้น
ค. 4 ขั้น ง. 5 ขั้น
ตอบ ข. 3 ขั้น
20. พื้นที่ส่วนที่ 2 ในทฤษฎีเน้นให้ประชาชนปลูกข้าวเพื่อวัตถุประสงค์ใด
ก. ไว้จำหน่ายในท้องถิ่น ข. แลกเปลี่ยนกับสินค้าชนิดอื่น
ค. เพื่อใช้บริโภคภายในครอบครัว ง. เพื่อส่งไปยังต่างประเทศเพื่อจำหน่าย
ตอบ ค. เพื่อใช้บริโภคภายในครอบครัว
21. ทฤษฎีใหม่ในขั้นที่ 2 เป็นการสร้างความเข้มแข็ง ให้แก่ระดับใด
ก. ระดับบุคคล ข. ระดับครอบครัว
ค. ระดับสังคมหรือชุมชน ง. สร้างความเข้มแข็งให้กับญาติพี่น้อง
ตอบ ค. ระดับสังคมหรือชุมชน
22. การประยุกต์ใช้ทฤษฎีใหม่สำหรับเศรษฐกิจพอเพียงใช้ได้ผลการสภาพพื้นที่ภาคใดมากที่สุด
ก. ภาคเหนือ ข. ภาคกลาง
ค. ภาคอีสาน ง. ภาคใต้
ตอบ ข. ภาคกลาง
23. ทฤษฎีใหม่กับหลักเศรษฐกิจพอเพียงต้องการพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนในระดับใดมากที่สุด
ก. ประชาชนที่มีฐานะยากจน ข. ประชาชนที่มีฐานะค่อนข้างร่ำรวย
ค. ประชาชนที่มีฐานะค่อนข้างยากจน ง. ประชาชนที่มีฐานะระดับปานกลาง
ตอบ ง. ประชาชนที่มีฐานะระดับปานกลาง
24. การสร้างความพอเพียงในการดำเนินชีวิตตามทฤษฎีใหม่ใครมีบทบาทมากที่สุด
ก. ผู้นำทางศาสนา ข. สถาบันการศึกษา
ค. ทุกคนในท้องถิ่น ง. ผู้นำท้องถิ่น
ตอบ ง. ผู้นำท้องถิ่น
25. เศรษฐกิจแบบฟองสบู่เริ่มปรากฏในประเทศไทยเมื่อใด
ก. ปี พ.ศ. 2537 ข. ปี พ.ศ. 2538
ค. ปี พ.ศ. 2539 ง. ปี พ.ศ. 2540
ตอบ ง. ปี พ.ศ. 2540
26. ปัญหาเศรษฐกิจแบบฟองสบู่ของไทยมีสาเหตุมาจากปัจจัยใดมากที่สุด
ก. การขยายตัวทางด้านเกษตรกรรม
ข. การขยายตัวทางด้านอุตสาหกรรม
ค. การขยายตัวของการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติ
ง. การขยายตัวทางด้านการลงทุนด้าน อสังหาริมทรัพย์
ตอบ ง. การขยายตัวทางด้านการลงทุนด้าน อสังหาริมทรัพย์
27. เศรษฐกิจแบบฟองสบู่เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลชุดใด
ก. พลเอกสุจินดา คราประยูร ข. รัฐบาลชุด นายชวน หลีกภัย
ค. รัฐบาลชุด นายบรรหาร ศิลปอาชา ง. รัฐบาลชุด นายธานินทร์ กรัยวิเชียร
ตอบ ข. รัฐบาลชุด นายชวน หลีกภัย
28. การประกาศลอยตัวค่าเงินบาทเป็นนโยบายของรัฐบาลชุดใด
ก. นายสมชาย วงค์สวัสดิ์ ข. พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร
ค. พลเอกเชาวลิต ยงใจยุทธ ง. นายชวน หลีกภัย
ตอบ ค. พลเอกเชาวลิต ยงใจยุทธ
29. ก่อนเกิดวิกฤติเศรษฐกิจไทยรัฐบาลได้นำค่าเงินบาทไปผูกยึดติดกับค่าเงินของประเทศใด
ก. อังกฤษ ข. ฝรั่งเศส
ค. สหรัฐอเมริกา ง. แคนนาดา
ตอบ ค. สหรัฐอเมริกา
30. การแก้ปัญหาวิกฤติของไทยตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงส่งเสริมให้ประชาชนหันมาประกอบอาชีพใด
ก. รับจ้าง ข. การทำการเกษตร
ค. การทำธุรกิจส่วนตัว ง. ลูกจ้างบริษัทเอกชน
ตอบ ข. การทำการเกษตร

1.ข้อใดไม่จัดว่าเป็นองค์ประกอบของรัฐ
ก. วุฒิสภาข.ศาลรัฐธรรมนูญ
ค.องค์การพัฒนาเอกชนง.คณะกรรมการการเลือกตั้ง
ตอบค.องค์การพัฒนาเอกชน


2.ข้อใดคือเกณฑ์ที่ใช้จำแนกรัฐออกเป็นรัฐเดี่ยวหรือรัฐรวมก.อาณาเขตของรัฐข.จำนวนประชากรภายในรัฐ
ค.จำนวนรัฐบาลภายในรัฐง.อำนาจอธิปไตยของรัฐ

ตอบค.จำนวนรัฐบาลภายในรัฐ


3.แนวคิดเรื่อง " โลกพระศรีอาริย์ " มีลักษณะสอดคล้องกับแนวคิดของชาติตะวันตกในเรื่องใดก.รัฐในอุดมคติข.รัฐสวัสดิการ
ค.เสรีนิยมง.สังคมนิยม
ตอบก.รัฐในอุดมคติ


4.ข้อใดคือระบอบการปกครองของอิตาลีสมัยมุสโสลินีเป็นผู้นำก.การปกครองระบอบเผด็จการอำนาจนิยม
ข.การปกครองระบอบเผด็จการทหาร
ค.การปกครองระบอบเผด็จการฟาสซิสต์
ง.การปกครองระบอบเผด็จการคอมมิวนิสต์
ตอบค.การปกครองระบอบเผด็จการฟาสซิสต์


5.รูปแบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทยใกล้เคียงกับประเทศใดมากที่สุดก.บรูไนข.สิงคโปร์
ค.ลาวง.เกาหลีใต้
ตอบ ข.สิงคโปร์


6.การปกครองที่ให้อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการเป็นอิสระเพื่อถ่วงดุลกัน คือ การปกครองประชาธิปไตยแบบใดก.รัฐสภาข. กึ่งรัฐสภาค. ประธานาธิบดี ง. กึ่งประธานาธิบดีตอบค. ประธานาธิบดี

7.ข้อใดมีลักษณะของระบอบการเมืองการปกครองแบบเผด็จการน้อยที่สุดก. รัฐสังคมนิยม ข. ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชค. ลัทธิฟาสซิสต์ ง. ลัทธิคอมมิวนิสต์ตอบก.รัฐสังคมนิยม

8.ความสำเร็จของการปกครองระบอบประชาธิปไตยนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญข้อใดก.การมีรัฐธรรมนูญเป็นหลักในการปกครองประเทศ
ข. การกำหนดสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างเหมาะสม
ค. การกำหนดขอบเขตอำนาจของสถาบันการเมืองที่รัดกุม
ง.การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนอย่างกว้างขวาง
ตอบ ง.การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนอย่างกว้างขวาง


9.ลักษณะเด่นของการปกครองระบอบประชาธิปไตยของไทยคือข้อใดก.รัฐสภาเป็นเจ้าของอำนาจสูงสุด
ข. รัฐสภาเป็นผู้ใช้อำนาจสูงสุด
ค.ประมุขของรัฐเป็นผู้ใช้อำนาจสูงสุดง. ประมุขของรัฐเป็นเจ้าของอำนาจสูงสุดตอบข. รัฐสภาเป็นผู้ใช้อำนาจสูงสุด


10.การปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภามีหลักการที่สำคัญตามข้อใดก.ประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีมีส่วนร่วมกันใช้อำนาจบริหาร
ข. ประธานาธิบดีและรัฐสภาได้รับการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน
ค. รัฐสภาและคณะรัฐมนตรีมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด
ง. เป็นการใช้ระบบการแยกอำนาจระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหารและฝ่ายตุลาการ
ตอบค. รัฐสภาและคณะรัฐมนตรีมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด


11.กิจกรรมใดเป็นการมีส่วนร่วมทางการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยก.การชุมนุมเรียกร้องให้มีการเปิดบ่อนการพนันเสรี
ข. การร่วมกันซ่อมแซมสะพานที่ชำรุดจากการถูกน้ำท่วม
ค. การเข้าร่วมตักบาตรทำบุญหน้าที่ทำการอำเภอในวันขึ้นปีใหม่
ง.การแต่งกายด้วยผ้าไทยไปทำงานทุกวันตามนโยบายการอนุรักษ์วัฒนธรรม
ตอบก.การชุมนุมเรียกร้องให้มีการเปิดบ่อนการพนันเสรี


12.ข้อความใดมีความเป็นประชาธิปไตยมากที่สุดก.ไม่มีรัฐก็ไม่มีประชาชนข.ประชาชนคือรัฐ
ค. รัฐเพื่อประชาชน
ง. ประชาชนเพื่อรัฐตอบค. รัฐเพื่อประชาชน


13.ประเทศใดมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบกึ่งประธานาธิบดีก. ฝรั่งเศส ข.อินเดียค. เปรู ง. อินโดนีเซียตอบก. ฝรั่งเศส

14.ข้อใดเป็นการดำเนินการตามแบบประชาธิปไตยโดยตรงก.การออกเสียงลงประชามติ
ข. การให้ประชาชนเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี
ค. การเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล
ง.การสมัครเข้ารับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยตนเอง
ตอบก.การออกเสียงลงประชามติ


15.ระบบเศรษฐกิจการเมืองแบบใดเป็นการผสมผสานระหว่างระบบการเมืองแบบประชาธิปไตยกับระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมก.ทุนนิยมสมัยใหม่ ข. ทุนนิยมสวัสดิการค. ทุนนิยมดั้งเดิม ง.ทุนนิยมแบบผสมตอบค. ทุนนิยมดั้งเดิม

16.ระบบการปกครองแบบประชาธิปไตยของอังกฤษมีลักษณะเด่นตามข้อใดก.ให้อำนาจสูงสุดแก่รัฐสภา
ข.มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
ค. พระมหากษัตริย์ทรงอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ
ง.ใช้ระบบสองสภาและมีพรรคการเมืองสองพรรคตอบก.ให้อำนาจสูงสุดแก่รัฐสภา


17.หลักความเสมอภาคให้ความสำคัญในเรื่องใดก.สิทธิและหน้าที่ของมนุษย์ ข.สิทธิและเสรีภาพของมนุษย์
ค. ศักดิ์ศรีและคุณค่าของมนุษย์
ง.การมีส่วนร่วมทางการเมือง
ตอบค. ศักดิ์ศรีและคุณค่าของมนุษย์


18.ปัจจัยใดแสดงความเป็นพลเมืองของรัฐได้ดีที่สุดก. เชื้อชาติ ข.วัฒนธรรม
ค.สิทธิและหน้าที่
ง.ภาษาประจำชาติตอบค.สิทธิและหน้าที่


19.เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับพุทธศักราช 2540 กำหนดให้มีองค์กรอิสระเพื่อวัตถุประสงค์สำคัญในข้อใดก.เป็นที่ปรึกษาของรัฐบาล ข.เป็นที่ปรึกษาของรัฐสภาค. เป็นตัวแทนของประชาชน ง.เป็นผู้ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐตอบง.เป็นผู้ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ

20.รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับสมาชิกวุฒิสภาไว้อย่างไรก. มาจากการเลือกตั้ง จำนวน 200 คน วาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี
ข. มาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 100 คน วาระการดำรงตำแหน่ง 4
ปี
ค.มาจากการเลือกตั้ง จำนวน
100 คน วาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี
ง.มาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 200 คน วาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปีตอบก. มาจากการเลือกตั้ง จำนวน 200 คน วาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี

จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบ  083-067-4168
Thaionline1 ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
แนวข้อสอบปัญหาในการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ
11.การที่ท่านตั้งใจจะเป็นตำรวจท่านควรจะต้องเสียสละในเรื่องใดต่อไปนี้

มากที่สุด

1.สละทรัพย์เพื่อรักษาอวัยวะ

2.สละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต

3.ความอดทน

4.การพบปะสมณะ

12.ตามหลักพุทธศาสนาสิ่งทั้งปวงในโลกย่อมมีสามัญลักษณะเป็น3เรียกว่า

ไตรลักษณ์ได้แก่อะไร

1.สุขเวทนาทุกเวทนาอทุกขมสุขเวทนา

2.เวทนาสัญญาสังขาร

3.วิญญาณกุศลอกุศล

4.อนิจจังทุกขังอนัตตตา

13.ตามหลักพุทธศาสนาเหตุให้เกิดทุกข์คืออะไร

1.ตัณหา3ได้แก่กามตัณหาภวตัณหาและวิภวตัณหา

2.กิเลส2คือกิเลสกามและวัตถุกาม

3.ขันธ์3คือเวทนาสัญญาและสังขาร

4.มิจฉาทิฏฐิพยาบาทและอกุศลกรรม

14.ศีลที่คริสต์ชนถือปฏิบัติเพื่อเป็นเครื่องระลึกว่าพระเยซูเสด็จกลับมาอีก

ได้แก่ศีลอะไร

1.ศีลมหาสนิท

2.ศีลแก้บาปหรืออภัยบาป

3.ศีลล้างบาป

4.ศีลบรรพชาหรือศีลบวช

15.ธรรมกลุ่มใดที่ไม่ใช่ธรรมของผู้นำ

1.ทานศีลบริจาค

2.มัทวะตบะอักโกธะ

3.อาชวะอวิโรธนะขันติ

4.สมณทัสสนะโสวจตัสสตาคารวะ


16.หลักธรรมในพระพุทธศาสนาเป็นอกาลิโกหมายความว่าอย่างไร

1.หลักธรรมเป็นสิ่งซึ่งพระพุทธเจ้าค้นพบและเผยแผ่

2.หลักธรรมจะเป็นจริงก็ต่อเมื่อมีการค้นพบ

3.หลักธรรมจะเป็นจริงตลอดกาล

4.หลักธรรมเป็นสิ่งเดียวกับพุทธพจน์ที่ว่า“ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นเรา

17.ลักษณะใดถือว่าเป็นความกตัญญู

1.สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

2.ช่วยรักษาความสะอาดแก่แผ่นดิน

3.ประพฤติตนเป็นพลเมืองดีของชาติ

4.หาทางแก้ไขเมื่อเห็นสิ่งที่เป็นอันตรายต่อชาติบ้านเมือง

18.ตำรวจเป็นผู้ที่มีอำนาจและเกี่ยวข้องกับผู้กระทำผิดจึงมีโอกาสแสวงหาผลประโยชน์จากการใช้อำนาจหน้าที่หลักในกุศลธรรมบท10ข้อใดป้องกันการกระทำผิดข้างต้นได้ดีที่สุด

1.เว้นจากการถือเอาของที่เจ้าของเขาไม่ให้

2.เว้นจากการเบียดเบียนผู้อื่นและฆ่าสัตว์ตัดชีวิต

3.เว้นจากการพยาบาทของเวรและทำร้ายผู้อื่น

4.เว้นจากการละโมบอยากได้ของผู้อื่นโดยวิธีทุจริต

19.ต่อไปนี้เป็นมูลเหตุของกำเนิดศาสนายกเว้นข้อใด

1.ความต้องการความอบอุ่นทางจิตใจ

2.ความต้องการความรู้แจ้งในหลักความจริงของชีวิต

3.ความต้องการทางสังคมที่จะกำหนดพฤติกรรมของมนุษย์

4.ความต้องการขยายกลุ่มสังคมให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

20.ประชาชนขาดธรรมข้อใดที่ทำให้ภาระการปฏิบัติหน้าที่ของ

ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เพิ่มมากที่สุด

1.สัมมาวาจา

2.สัมมาสมาธิ

3.สัมมาอาชีวะ

4.สัมมาวายามะ

21.“ท่านไม่สามารถลงอาบน้ำในแม่น้ำสายเดียวกันได้ถึงสองครั้ง”คำกล่าวนี้

แสดงให้เห็นถึงลักษณะใดแห่งความจริงในพระพุทธศาสนา

1.อนัตตลักษณะ

2.ทุกขลักษณะ

3.สามัญลักษณะ

4.อนิจจลักษณะ

22.สังคมไทยนิยมเลี้ยงดูบิดามารดาและญาติผู้ใหญ่ที่แก่ชราแล้วด้วยตนเอง

ไม่ว่าจะมีฐานะร่ำรวยหรือยากจนเป็นเพราะเหตุใด

1.ความรับผิดชอบต่อครอบครัว

2.ความรู้สึกสำนึกในคุณธรรม

3.อิทธิพลของวัฒนธรรมตะวันออก

4.ขนบธรรมเนียมประเพณีของไทย

23.ข้อใดที่แสดงถึงความหมายของคุณธรรมที่พัฒนาบุคลิกภาพ

1.พ่อแม่สอนให้ลูกรู้จักมีวินัย

2.พ่อแม่สอนให้ลูกมีความซื่อสัตย์สุจริต

3.พ่อแม่สอนให้ลูกรู้จักการอ่อนน้อมถ่อมตนรับฟังความคิดเห็นของ

ผู้ใหญ่

4.พ่อแม่สอนให้ลูกรู้จักทิ้งขยะในที่ที่จัดไว้ให้ถ้าไม่มีที่ทิ้งให้เผาหรื

ฝังให้เป็นที่เรียบร้อย

24.“การกระทำความชั่วการทำแต่ความดีการชำระจิตใจให้ผ่องใส”ตรง

กับหลักคำสอนในข้อใด

1.ทานศีลภาวนา

2.ศีลสมาธิปัญญา

3.อโลภะอโทสะอโมหะ

4.กายกรรมวจีกรรมมโนกรรม


25.จริยธรรมข้อใดที่บุคคลไม่ปฏิบัติตามแล้วมีผลเสียหายต่อสังคมมากที่สุด

1.สติสัมปชัญญธรรม

2.กตัญญูกตเวทิตาธรรม

3.หิริโอตตัปปธรรม

4.อัปปมาทธรรม

26.เหตุผลข้อใดสำคัญที่สุดในการก่อให้เกิดศาสนา

1.ความกลัว

2.ความไม่รู้

3.สภาพทางภูมิศาสตร์

4.อิทธิพลของบุคคลสำคัญ

27.ในการพัฒนาบุคลิกภาพและสังคมตามหลักจริยธรรมกุศลกรรมบถ10นั้น

ข้อใดเป็นผลโดยตรง

1.บุคลิกภาพสุขุมรอบคอบ

2.น่าเคารพนับถือ

3.คิดดีพูดดีทำดี

4.สุขกายสบายใจ

28.มูลเหตุการเกิดศาสนาที่สำคัญที่สุดคือข้อใด

1.อวิชชา

2.ความกลัว

3.ความจงรักภักดี

4.อิทธิพลของผู้นำ

29.ความหมายสำคัญของกางเขนในศาสนาคริสต์คืออะไร

1.ศรัทธาที่แรงกล้าในศาสนา

2.ความรักต่อพระเจ้าและเพื่อนบ้าน

3.ความ เป็นคริสต์ศาสนิกชนที่เคร่งครัด

4.การป้องกันอันตรายรบกวนจากปีศาจ

30.ในทางจริยศาสตร์มโนธรรมหมายถึงข้อใด

1.ความรู้สึกอะไรดีอะไรชั่วที่ได้รับจากหลักศีลธรรม

2.ความรู้สึกอะไรดีอะไรชั่วที่ได้รับมาจากประสบการณ์

3.ความรู้สึกอะไรดีอะไรชั่วที่ได้รับมาจากจิตสำนึก

4.ความรู้สึกอะไรดีอะไรชั่วที่ได้รับมาจากสังคม


วิชากฎหมายที่ประชาชนควรทราบ

1. ข้อใดปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
1. สมชัยไปแจ้งเกิดที่อำเภอหลังคลอดโดยรีบด่วน
2. สมหมายไปแจ้งความที่โรงพักเพราะถูกทำร้ายร่างกาย
3. สมบูรณ์ไปแจ้งอำเภอหลังจากนายจ้อยตายแล้ว 2 วัน
4. สมชายพาลั่นทมไปจดทะเบียนสมรสหลังแต่งงาน 1 ปี
2. กฎหมายเอกชน คือข้อใด
1. กฎหมายแพ่ง – พาณิชย์
2. กฎหมายปกครอง
3. กฎหมายรัฐธรรมนูญ
4. กฎหมายอาญา
3. กลุ่มบุคคลคณะใดเป็นที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์
1. คณะรัฐมนตรี
2. องคมนตรี
3. รัฐสภา
4. ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
4. มักมีการกล่าวอยู่เสมอว่า “กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์”ข้อใดสนับสนุนคำกล่าวนี้
1. ประชาชนไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
2. ผู้รักษากฎหมายไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
3. ผู้รักษากฎหมายไม่ปฏิบัติตามกฎหมายด้วยความเที่ยงธรรม
4. ต้องปรับปรุงแก้ไขกฎหมายใหม่บางมาตรา
5. บุคคลใดไม่ใช่ผู้เกี่ยงข้องในกระบวนการยุติธรรมโดยตรง
1. ตำรวจ
2. พนักงานอัยการ
3. ศาลและเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์
4. เจ้าพนักงานบังคับคดีและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

6. ข้อใดสอดคล้องกับคำกล่าวที่ว่า “กฎหมายต้องมาจากรัฏฐาธิปัตย์”
1. รัฐต้องบัญญัติกฎหมายไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
2. ประชาชนเป็นผู้ตรากฎหมายโดยตรง
3. พระมหากษัตริย์ทรงตรากฎหมายขึ้นโดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา
4. รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ
7. ตามรัฐธรรมนูญของประเทศไทย ฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันประธานรัฐสภา คือ
1. วุฒิสมาชิกผู้ที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว
2. ประธานสภาผู้แทนราษฎร
3. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่งซึ่งมาจากพรรคการเมืองที่ได้รับการ
เลือกตั้งขึ้นมามีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร
4. ประธานวุฒิสภา
8. ศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางถือเป็นศาลประเภทใด
1. ศาลชั้นต้น
2. ศาลอุทธรณ์
3. ศาลฎีกา
4. ศาลทหาร
9. กรณีซึ่งกฎหมายยกเว้นโทษให้เป็นกรณีซึ่งกฎหมายบัญญัติว่าเป็นการ
กระทำความผิดแต่ไม่ต้องรับโทษ คือ
1. เด็กอายุกว่า 7 ปี แต่ยังไม่เกิน 14 ปี กระทำการอันกฎหมาย
บัญญัติเป็นความผิด
2. ถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม
3. การกระทำผิดโดยประมาท
4. การกระทำผิดด้วยความจำเป็น เพราะอยู่ในที่บังคับหรือภายใต้
อำนาจซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนได้


10. หนี้อาจระงับไปด้วยเหตุดังนี้
1. เจ้าหนี้แสดงเจตนาต่อลูกหนี้ว่าจะปลดหนี้ให้
2. ลูกหนี้ตาย
3. ลูกหนี้ทำสัญญายอมตาย
4. ลูกหนี้ล้มละลาย
11. กฎหมายเมื่อบัญญัติออกมาแล้วไม่ได้ใช้นานๆ มีผลดังนี้
1. เสียไปไม่ได้ผล
2. ต้องแก้ไขเพิ่มเติมก่อนนำไปใช้
3. ยังใช้บังคับได้อยู่เสมอ
4. อาจจะใช้ได้ถ้าประชาชนยอมรับ
12. องค์ประกอบของการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์มีดังนี้
1. เอาไป ทรัพย์ของผู้อื่นหรือผู้ที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย โดยทุจริต
2. เอาไป ทรัพย์ของผู้อื่นโดยเจ้าของขาดความระมัดระวัง
3. เอาไป โดยฉกฉวยขณะที่เจ้าของทรัพย์ขาดความระมัดระวัง
4. เอาไป ทรัพย์ของผู้อื่นหรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย โดยเจตนา
13. ในระหว่างที่บ้านเมืองเกิดการจลาจล และรัฐบาลต้องประกาศกฎอัยการศึก
ผู้ใดกระทำความผิดในคดีอาญา อุกฉกรรจ์ จะต้องขึ้นศาลทหาร ซึ่งมีผล
อย่างไร
1. การตัดสินรวดเร็วแบบทหาร
2. ผู้พิพากษาเป็นเจ้ากรมพระธรรมนูญทหาร
3. โทษรุนแรงกว่าในเวลาปกติสองเท่า
4. ไม่มีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ฎีกาเหมือนเวลาปกติ
14. สิทธิหรือการกระทำข้อใด ที่บุคคลธรรมดามีได้ แต่นิติบุคคลไม่อาจมีได้
หรือไม่อาจกระทำได้
1. การเป็นเจ้าของทรัพย์สิน
2. การเป็นทายาทโดยธรรม
3. การทำนิติกรรมสัญญา
4. การกระทำความผิดอาญา

15. นายทองดีไปทำงานต่างจังหวัดแล้วหายสาบสูญเป็นเวลานานเกินกว่ากี่ปี ทาง
ฝ่ายภรรยาจึงจะมีสิทธิ์ยื่นคำร้อง
1. 3 ปี 3. 10 ปี
2. 5 ปี 4. 15 ปี
16. กฎหมายอาญาและกำหมายแพ่งมีข้อแตกต่างที่สำคัญในเรื่องความเคร่งครัดใน
1. การเสนอร่างกฎหมาย
2. การตีความกฎหมาย
3. การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย
4. การประกาศใช้
17. “บุคคลย่อมเสมอภาคภายใต้กฎหมาย” หมายความว่าอย่างไร
1. กฎหมายใช้บังคับได้กับทุกคน
2. บุคคลที่อยู่ภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกันย่อมได้รับประโยชน์หรือ
ได้รับโทษ เช่นเดียวกัน
3. บุคคลมีสิทธิ์ที่จะกระทำการใดๆ ได้ตามใจสมัครเสมอเท่าเทียมกัน
4. ไม่มีบุคคลใดมีอำนาจเหนือกฎหมาย
18. นาย ก. ยืมเงินนาย ข. เป็นเงิน 60 บาท โดยมิได้ทำสัญญากู้กันไว้ นาย ก. ไม่คืนเงินยืมเมื่อถึงกำหนด
1. นาย ข. ต้องติดตามทวงเงินคืนจาก นาย ก. เอง
2. นาย ข. ต้องร้องขอต่อศาลเพื่อขอให้ศาลสั่ง นาย ก. คืนเงินให้ นาย
ข.
3. นาย ข. ต้องจ้างทนายความให้ช่วยทวงเงินคืนจาก นาย ก.
4. นาย ข. จะฟ้องร้องต่อศาลให้บังคับคดีไม่ได้
19. การออกกฎกระทรวง กรณีใดถูกต้อง
1. ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา
2. ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี
3. ได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร
4. ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกฤษฎีกา

20. ผู้ใดมียาเสพย์ติดให้โทษประเภทเฮโรอีน ไว้เพื่อจำหน่าย ผู้นั้นต้องระวางโทษ
สถานใด
1. ประหารชีวิต
2. จำคุกตลอดชีวิต
3. จำคุก 20 ปี
4. ทั้งจำทั้งปรับ
วิชาจริยธรรม



1.ความสุขของมนุษย์คือข้อใด

1.ความร่ำรวย

2.มีบริวารคอยรับใช้

3.ความหลุดพ้นจากกิเลส

4.การบริจาคทรัพย์

2.จิตจะมีพลังอำนาจสูงเมื่อใด

1.จิตฟุ้งซ่าน

2.เมื่อจิตถูกบีบคั้น

3.เมื่อจิตใจสบาย

4.เมื่อควบคุมจิตได้

3.วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาวันใดที่มีสาระสำคัญเน้นหลักเกี่ยวกับเรื่อง

“ความรักและสันติ[fo”

1.วันวิสาขบูชา

2.วันมาฆบูชา

3.วันอาสาฬหบูชา

4.วันเข้าพรรษา

4.คนที่ชอบเอารัดเอาเปรียบผู้อื่นต้องแก้ด้วยจริยธรรมในข้อใด

1.เมตตา

2.กรุณา

3.เสียสละ

4.มีวินัย

5.การควบคุมตัวเองให้เสมอต้นเสมอปลายควรยึดจริยธรรมในข้อใดเป็น

หลักปฏิบัติ

1.มีวินัย3.ซื่อสัตย์สุจริต

2.กตัญญูกตเวที4.ความรับผิดชอบ

6.ข้อใดเป็นหลักธรรมคล้องกันทุกศาสนา

1.ห้ามฆ่าสัตว์

2.ห้ามลักทรัพย์ผู้อื่น

3.ห้ามรับประทานอาหารก่อนดวงอาทิตย์ตก

4.ห้ามชายแต่งงานกับหญิงเกิน1คน

7.หมวดธรรมใดที่มีชื่อว่า“โลกบาล

1.ขันติ –โสรัจจะ

2.หิริ –โอตัปปะ

3.ฉันทะ –วิริยะ

4.เมตตา –กรุณา

8.การกระทำในข้อใดตรงกับหลักธรรมข้อจาคะที่แท้จริง

1.ฉวีให้เงินเพื่อนไปเล่นการพนัน

2.สมรเอาบุหรี่มาแจกให้เพื่อน

3.สุธีแบ่งอาหารให้เด็กยากจนโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

4.ศรีสุดาให้ของขวัญเพื่อนและคิดว่าเพื่อนต้องให้ตนบ้าง

9.ทำไมจึงกล่าวว่า “การได้เห็นสมณะเป็นมงคลอันอุดม

1.เพราะได้เห็นผู้มีบุญทำให้ใจสบาย

2.เพราะจะได้ฝึกสมาธิจากท่าน

3.เพราะได้รับคำสั่งสอนจากท่าน

4.เพราะจะได้วัตถุมงคลของดีจากท่าน

10.“มหาสมุทรที่กว้างใหญ่แต่ก็ยังอยู่ต่ำกว่าห้วยหนองคลองบึง

คำกล่าวข้างต้นนี้มีความหมายใกล้เคียงกับมงคลสูตรข้อใด

1.ความอ่อนน้อมถ่อมตน

2.ความเป็นผู้ว่าง่าย

3.ความอดทน

4.การพบปะสมณะ
จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบ  083-067-4168
Thaionline1 ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
ดาวโหลดข้อสอบพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547

http://www.ziddu.com/download/18453225/prb1.pdf.html

http://www.ziddu.com/download/18453300/prb2.pdf.html

ดาวโหลด กฎ ก.ตร. ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. 2553

http://www.ziddu.com/download/18453367/nn01.pdf.html

ดาวโหลดข้อสอบพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546

http://www.ziddu.com/download/18453417/bm1.pdf.html

http://www.ziddu.com/download/18453420/bm2.pdf.html

http://www.ziddu.com/download/18453421/bm3.pdf.html

ดาวโหลดกฎ ก.ตร.ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการและระยะเวลาการประเมินผล ฯ พ.ศ.2547

http://www.ziddu.com/download/18453386/vv01.pdf.html

ดาวโหลดพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. 2554

http://www.ziddu.com/download/18453444/pp01.pdf.html

ดาวโหลดข้อสอบวิชาภาษาไทย (อก2-4)

http://www.ziddu.com/download/18453449/t1.pdf.html

http://www.ziddu.com/download/18453481/t2.pdf.html

ดาวโหลดข้อสอบระเบียบงานสารบรรณ 2526 และแก้ไขเพิ่มเติม (อก.2-4)

http://www.ziddu.com/download/18453485/21.pdf.html

http://www.ziddu.com/download/18453486/dd14.pdf.html 
จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบ  083-067-4168
poppy ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ใช้ระดับ I
รายละเอียดผู้ใช้ 
ขอบคุณค่ะ สำหรับลิงดาวโหลด
Thaionline1 ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
สายปราบปราม
-รับเพศ ชายและหญิง วุฒิมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่า (ม.6 ปวช. กศน.)
-อายุ 18-27 ปี
-รับสมัครสอบแยกตามภาค 1-9

สายอำนวยการ
-รับเพศ ชายและหญิง วุฒิ ปวช.
-อายุ 18-35 ปี
เปดิดรับสมัครต้นเม.ย. 55 (2 เม.ย.55) พร้อมกันทั้งสองสายทั่วประเทศ

คุณสมบัติและหลักสูตรการสอบที่แจ้งนี้ อาจจะเปลี่ยนแปลงบ้างได้บ้าง ถ้าต้องการถูกต้อง 100 % ต้องคอยรายละเอียดที่จะแจ้งในวันเปิดรับสมัครของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ที่แน่นอน เปิดรับ 100 % สำหรับวุฒิ ม.6 นี้

ระเบียบการเข้า เป็น นักเรียนนายสิบตำรวจ ของ ศูนย์ฝึกตำรวจภูธร

1. มีพื้นความรู้ประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเท่า

2. มีสัญชาติไทยโดยการเกิด

3. อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 27 ปีบริบูรณ์ โดยที่ต้องขึ้นทะเบียนทหารกองเกิน ตามกฎหมายและผ่านการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารแล้ว

4. ร่างกายต้องสูงไม่น้อยกว่า 160 เซนติเมตร และวัดรอบอกหายใจออกเต็มที่ไม่น้อยกว่า 77 เซนติเมตร หายใจเข้าเต็มที่ไม่น้อยกว่า 80 เซนติเมตร

5. เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ

6. ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง

7. ไม่เป็นผู้มีกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ไร้ความสามารถ จิตฟั่นเฟือนไม่ สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎกระทรวงหรือเป็นโรคที่ขัดต่อการฝึกอบรมที่ กำหนดไว้ในบัญชีชื่อโรค

8. ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกสั่งพักราชการ ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน

9. ไม่เป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ หรือสอบแข่งขันใด ๆ

10. ไม่เคยถูกให้ออกจากโรงเรียน หรือสถานศึกษาอื่นใด เพราะประพฤติชั่ว หรือกระทำผิดวินัยหรือมีความประพฤติไม่เรียบร้อย

ไม่รับสมัครบุคคล ต่อไปนี้เป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ

1. ภิกษุ สามเณร นักพรต นักบวชในศาสนาใด ๆ

2. ทหารกองประจำการ ยกเว้นผู้ที่จะนำปลดเป็นทหารกองหนุน ในวันที่ 1 พฤศจิกายน ของปีนั้น

3. ผู้ที่อยู่ในข้อผูกพันกับกฎหมายว่าด้วยการเข้ารับราชการทหารไม่ว่ากรณีใด ๆ


หลักฐานที่ต้องเตรียมในการรับสมัครเข้าเป็น นักเรียนนายสิบตำรวจ ดังนี้

1. ใบสมัครตามแบบที่กำหนด

2. รูปถ่ายหน้าตรงครึ่งตัวไม่สวมหมวก ขนาด 2 x 2.5 นิ้ว จำนวน 12 รูป และขนาด 3 x 5 นิ้ว(โปสการ์ด) จำนวน 2 รูป (รูปถ่ายต้องถ่ายมาแล้วไม่เกิน 3 เดือน)

3. ประกาศนียบัตร หรือใบระเบียน หรือใบรับรองผลการศึกษาสอบไล่ได้ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเท่า

4. สำเนาทะเบียนบ้าน

5. บัตรประจำตัวประชาชน, ใบแทนบัตรประจำตัวประชาชนที่ติดรูปถ่าย หรือบัตรข้าราชการ

6. หลักฐานทางทหารอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

6.1 ทหารกองหนุน ใช้สมุดหนังสือสำคัญ (แบบ สด. ที่ใช้ประกอบกับสมุดประจำตัว ทหารกองหนุนประเภท 1 หรือบัตรอนุญาตลา แบบ 2 ที่อนุญาตให้ลาระหว่างรอรับ สด.8

6.2 ทหารกองเกินที่ผ่านการตรวจเลือกตามกฎหมาย ว่าด้วยการรับราชการทหาร ให้ใช้ใบ รับรองผลการตรวจผลการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ (แบบ สด.43) สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้เข้ารับการตรวจเลือกให้ใช้ใบสำคัญ (แบบ สด.9) สำหรับทหารกองเกินและทหารกองหนุนประเภทที่ 2

6.3 ผู้สำเร็จการศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 3 ขึ้นไป ให้ใช้หลักฐานอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้

6.3.1 หนังสือสำคัญ (แบบ สด. ที่ใช้ประกอบกับสมุดประจำตัวทหารกองหนุน ประเภท 1

6.3.2 หนังสือสำคัญประจำตัวแสดงวิทยฐานะแสดงว่าได้สำเร็จการฝึกแสดงว่า ได้สำเร็จการฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ 3 ขึ้นไป

6.3.3 ทหารกองประจำการ ซึ่งมีกำหนดปลดเป็นทหารกองหนุน ในวันที่ 1 พฤศจิกายน ของปีที่สมัคร ให้มีสิทธิสมัครเข้ารับการคัดเลือกได้

6.4 หลักฐานอื่น ๆ (ถ้ามี) เช่น หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ ชื่อสกุล เป็นต้นค่าธรรมเนียมสอบผู้ที่จะสมัครสอบจะต้องเสียค่าธรรมเนียมสอบคนละ 50.- บาท.

หลักสูตรการคัดเลือกด้วยวิธีสอบเข้าเป็นนักเรียนพลตำรวจ

1. ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป ข้อสอบแบบปรนัย ชนิดเลือกตอบ แบ่งเป็นวิชา

ความรู้ความ สามารถทั่วไป มีความสามารถทางด้านตัวเลข, และวิชาภาษาไทย

2. ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง ข้อสอบแบบปรนัย ชนิดเลือกตอบ แบ่งเป็น

วิชากฎหมายที่ประชาชนควรรู้

วิชาพระ ราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547

วิชาจริยธรรม

วิชา พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546

3. ภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง โดยวิธีการ ดังต่อไปนี้

3.1 การทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย

3.1.1 วิ่ง ระยะทาง 1,000 เมตร ใน 4 นาที 30 วินาที

3.1.2 ว่ายน้ำ ระยะทาง 25 เมตร ใน 30 วินาที

3.2 ตรวจร่างกาย จากคณะกรรมการแพทย์ โรงพยาบาลตำรวจ

3.3 การตรวจสอบประวัติคดีอาญา และสืบความประพฤติ โดยเฉพาะบุคคลที่มีส่วนพัวพันกับยาเสพติดให้โทษ

3.4 การทดสอบบุคลิกภาพ ใช้แบบทดสอบทางจิตวิทยาโดยคณะแพทย์ และนักจิตวิทยา

3.5 การสัมภาษณ์ เป็นการพิจารณาบุคลิกภาพ รูปร่าง ลักษณะท่วงทีวาจา ความเหมาะสมการ เป็นตำรวจ
จำหน่ายเอกสารคู่มือเตรียมสอบ  083-067-4168
รายละเอียดไฟล์แนบ
กล่องตอบกลับด่วน

กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ คุณสามารถบันทึกฉบับร่างได้
กด "Ctrl+Enter" เพื่อตั้งกระทู้ได้